Home การเก็บเมล็ดพันธุ์ เก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้เองอย่างไร

เก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้เองอย่างไร

เมล็ดพันธุ์พื้นบ้านคืออะไร?

“เมล็ดพันธุ์พื้นบ้าน” คือ เมล็ดพันธุ์แท้ที่มีความแข็งแรงทนต่อสภาพพื้นที่นั้นๆ ทั้งโรคและแมลง รวมถึงสภาพอากาศและสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมแต่ละท้องถิ่นได้ดี  โดยเมล็ดพันธุ์แท้สามารถเก็บเมล็ดพันธุ์จากต้นที่ปลูกไว้เป็นเชื้อพันธุ์ต่อไป ได้ในทุกรอบการผลิต ซึ่งในการปลูกไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมีหรือปุ๋ยยาเคมีในการผลิต  ทำให้เกิดความปลอดภัยต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค ก่อให้เกิดความมั่นคงทางอาหารและรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ

ทำไมเราต้องอนุรักษ์เมล็ดพันธุ์พื้นบ้าน?

เนื่องจากในปัจจุบันเมล็ดพันธุ์พื้นบ้านถูกแทนที่และคุกคามจากเมล็ดพันธุ์ลูกผสม ซึ่งบางส่วนเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ตัดแต่งพันธุกรรม (GMOs) ทำให้เมล็ดพันธุ์พื้นบ้านบางส่วนถูกกลืนหายไป ทั้งนี้การใช้เมล็ดพันธุ์ลูกผสมหรือเมล็ดพันธุ์ตัดแต่งพันธุกรรมทำให้เกิด การผูกขาดด้านพันธุกรรมในระบบเกษตรกรรม โดยเกษตรกรหรือผู้ผลิตต้องใช้สารเคมีและยาฆ่าแมลงในทุกกระบวนการผลิต เพราะเมล็ดพันธุ์เหล่านี้ไม่ทนต่อสภาพแวดล้อมของแต่ละท้องถิ่น ซึ่งส่งผลให้เกิดความไม่ปลอดภัยผู้บริโภค เกิดระบบอาหารที่ไม่เป็นธรรม เกิดความไม่มั่นคงทางอาหาร ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้น เราจึงควรช่วยกันปลูกเมล็ดพันธุ์พื้นบ้าน

การเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์พื้นบ้าน

1. เมล็ดพันธุ์ที่เก็บจากผลแห้ง เช่น บวบหอม บวบเหลี่ยม น้ำเต้า กระเจี๊ยบเขียว ถั่วพู

วิธีการเก็บ

  • เก็บผลไปแขวนผึ่งลม ทิ้งไว้ให้แห้งสนิท
  • นำเอาผลไปตากแดด 3-5 วัน
  • นำผลมาเทเมล็ดออกจากฝัก แล้วนำมาทำความสะอาดและฝัดด้วยกระด้ง เพื่อคัดเมล็ดพันธุ์ที่สมบูรณ์ มีน้ำหนักดี
  • นำเมล็ดพันธุ์มาบรรจุในถุงกระดาษบีบอากาศออกให้หมด ปิดปากถุงให้แน่นและเขียนรายละเอียดไว้ข้างถุงหรืออาจจะบรรจุเมล็ดพันธุ์ลง ในขวดแล้วปิดฝาให้สนิท จากนั้นนำไปเก็บไว้ในตู้เย็นหรือตู้เก็บเมล็ดพันธุ์

2. เมล็ดพันธุ์ที่เก็บในระยะเริ่มสุกแก่ เช่น ถั่วฝักยาว ข้าวโพด 

วิธีการเก็บ

  • นำพืชที่จะเก็บมามัดรวมกัน 5-6 ฝักต่อมัด
  • นำไปแขวนผึ่งลมในที่อากาศถ่ายเท 8-10 วัน (ห้ามตากแดด)
  • นำผลมากะเทาะเมล็ดออกจากฝัก แล้วนำมาทำความสะอาดและฝัดด้วยกระด้ง
  • นำเมล็ดพันธุ์มาบรรจุในถุงกระดาษบีบอากาศออกให้หมด ปิดปากถุงให้แน่น
  • และ เขียนรายละเอียดไว้ข้างถุงหรืออาจจะบรรจุเมล็ดพันธุ์ลงในขวดแล้วปิดฝาให้สนิท จากนั้นนำไปเก็บไว้ในตู้เย็นหรือตู้เก็บเมล็ดพันธุ์

3. เมล็ดพันธุ์ที่เก็บเมื่อผลสุกแก่ เช่น มะแว้งเครือ มะระขี้นก ฟักทอง ฟักเขียว แตง

วิธีการเก็บ

  • นำเอาผลสุกแก่มาผ่า เพื่อนำเมล็ดออกมาล้างให้สะอาด
  • นำเอาเมล็ดที่ล้างสะอาดแล้ว ไปตากแดดให้แห้งประมาณ 2-3 วัน
  • นำเมล็ดมาฝัดด้วยกระด้ง เพื่อคัดเมล็ดพันธุ์ที่สมบูรณ์ มีน้ำหนักดี
  • นำเมล็ดพันธุ์มาบรรจุในถุงกระดาษบีบอากาศออกให้หมด ปิดปากถุงให้แน่น
  • และ เขียนรายละเอียดไว้ข้างถุงหรืออาจจะบรรจุเมล็ดพันธุ์ลงในขวดแล้วปิดฝาให้สนิท จากนั้นนำไปเก็บไว้ในตู้เย็นหรือตู้เก็บเมล็ดพันธุ์

*ข้อควรรู้*

เมล็ดพันธุ์ส่วนใหญ่สามารถเก็บไว้ในช่องแช่แข็ง(ตู้เย็น) ได้นานถึง 4 ปี แต่ถ้าเป็นช่องปกติในตู้เย็นสามารถเก็บรักษาได้ 2 ปีนะจ๊ะ แต่อย่าลืมนะว่า  ยิ่งเก็บไว้นานเปอร์เซนต์การงอกของเมล็ดพันธุ์ก็จะลดลงด้วยจ้า

 

ขอบคุณข้อมูลจาก Seed Exchange เครือข่ายอิสรภาพทางพันธุกรรม