Home รายงานข่าวกิจกรรม ชาวสวนผักคนเมืองเข้าอบรมเกษตรธรรมชาติ ณ มูลนิธิเอ็มโอเอไทย (MOA Thai)

ชาวสวนผักคนเมืองเข้าอบรมเกษตรธรรมชาติ ณ มูลนิธิเอ็มโอเอไทย (MOA Thai)

วันเสาร์ที่ 22 กันยายน 2561 ที่ผ่านมา โครงการสวนผักคนเมือง มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) ได้นำสมาชิกโครงการขนาดเล็กเข้าเยี่ยมชมและศึกษาดูงานด้านเกษตรธรรมชาติของมูลนิธิ MOA Thai ณ สำนักงานสาขาลพบุรี อ.เมืองลพบุรี มูลนิธิ MOA Thai เป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไรที่เป็นสาขาหนึ่งของมูลนิธิ MOA International จากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งริเริ่มโดยคุณโมกิจิ โอกาดะ ผู้ที่เคยมีสุขภาพอ่อนแอและล้มป่วยสารพัดโรค โดยเฉพาะวัณโรคซึ่งท่านล้มป่วยหนักมาก ซึ่งวัณโรคในสมัยสงครามโลกเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้และเสียชีวิตในเวลาต่อมา คุณโอกาดะจึงหันมาดูแลตัวเองด้วยการท่านอาหารมังสวิรัติและปลูกผักท่านเองด้วยวิธีเกษตรธรรมชาติและหลักการของพลังชีวิตจนตนเองหายขาดจากโรค คุณโอกาดะจึงเกิดปณิธานที่อยากนำความรู้การดูแลสุขภาพด้วยวิถีธรรมชาติมาเผยแพร่ให้บุคคลทั่วไปได้เข้าถึงความรู้ดังกล่าว จนเกิดเป็นมูลนิธิ MOA International ที่ขยายเครือข่ายไปได้ทั่วโลก

ปัจจุบันมูลนิธิ MOA Thai มีวัตถุประหลัก คือ 1) ศึกษา ให้ความรู้ และส่งเสริมการแพทย์องค์รวม 2) ศึกษาและส่งเสริมกิจกรรมเกษตรธรรมชาติและอาหารธรรมชาติตามหลักการของ MOA และ 3) ให้ความรู้ ส่งเสริม และแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศในด้านศิลปวัฒนธรรมและการศึกษา โดย 3 องค์ความรู้ดังนี้

  • เกษตรธรรมชาติ ปัจจุบันอาหารพร้อมปรุง อาหารฟาสต์ฟูดส์ การรับประทานอาหารนอกบ้าน และอาหารนำเข้าจากต่างประเทศได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน สิ่งแวดล้อมในการบริโภคอาหารกำลังเปลี่ยนไป เกิดปัญหาโรคอ้วน โรคที่เกิดจากพฤติกรรม การทำความผิดต่างๆ และอาชญากรรมในวัยรุ่น ฯลฯ เกษตรแผนใหม่ก็ส่งผลต่ออาหารที่เราบริโภคโดยตรง เนื่องจากใช้ยาฆ่าแมลงและปุ๋ยเคมีซึ่งทำให้ผู้ปลูกและผู้ทานอาหารอ่อนแอต่อโรคภัยมากขึ้น ทำให้สิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรมตั้งแต่ดิน น้ำและอากาศ ตลอดจนสิ่งมีชีวิตที่อาศัยในธรรมชาติ ฯลฯ
  • ศิลปะและวัฒนธรรม ปัจจุบันความเครียดเป็นปัญหาที่พบได้ทุกคนทุกหนแห่ง ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุที่ท้อแท้และว้าเหว่ เด็กที่ขาดการวาดฝันและสร้างความหวัง รวมไปถึงการดำเนินชีวิตที่ขาดความกระตือรือล้น แม้จะพยายามแล้ว แต่ก็ไม่เป็นผลบุคคลที่มีแต่ความหดหู่ วิตกกังวล และมีอารมณ์รุ่มร้อน บางครั้งแม้ว่าจะมีความเป็นอยู่ที่อุดมสมบูรณ์ แต่ก็ยังรู้สึกขาดบางสิ่งบางอย่าง และไม่อาจสลัดความวิตกกังวลออกไปได้ ศิลปะเป็นหนึ่งในเครื่องมือในการเยียวยาจิตใจที่เต็มไปด้วยความเครียดและห่อเหี่ยว การได้เพลิดเพลินกับความงามของดอกไม้ ธรรมชาติ หรืองานศิลปะอื่นๆ จะช่วยชำระใจให้สะอาด เสริมสร้างบุคลิกภาพ มีความเอื้ออาทรต่อผู้อื่น และทำให้ชีวิตมีคุณค่าขึ้นกว่าเดิม
  • ชำระล้างบำบัดแบบโอกาดะ เป็นการบำบัดรักษาแนวทางใหม่ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์ชีวิต ซึ่งมองมนุษย์ว่าเป็นภาวะทางวิญญาณ และมีวิญญาณกับร่างกายเป็นองค์ประกอบ ด้วยการรวมพลังธรรมชาติ (ธาตุไฟ ธาตุน้ำ ธาตุดิน) ที่มีอยู่เต็มจักรวาล แล้วแผ่ออกไปทางฝ่ามือ เพื่อชำระของเสียที่เป็นอุปสรรคต่อสุขภาพของมนุษย์ และเสริมพลังรักษาตนเองตามธรรมชาติที่มีอยู่ในร่างกายมนุษย์ ทำให้มนุษย์มีสุขภาพที่ดีทั้งร่างกายและจิตใจ เช่นเดียวกับธรรมชาติที่เมื่อไรก็ตามที่เกิดความไม่สมดุลของสิ่งแวดล้อมหรือระบบนิเวศ ธรรมชาติก็จะทำการชำระล้างหรือปรับตัวให้เข้าสู่ความสมดุลในรูปของการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ เช่น พายุมาบ่อยขึ้น หรือ ฝนตกช้าลง หรือ ฤดูหนาวสั่นลง ฤดูร้อนและฤดูฝนนานขึ้น เป็นต้น

ในช่วงเช้า คุณสุชาญ ศีลอำนวย กรรมการและเลขานุการของมูลนิธิฯ ได้กล่าวตอนรับสมาชิกโครงการและอธิบายการดำเนินงานของมูลนิธิฯ พร้อมบรรยายศาสตร์และชุดความรู้ของ MOA โดยมีหลัก 3 ประการ คือ 1) หลักโภชนาการและเกษตรธรรมชาติ ซึ่งเน้นที่การบริโภคอาหารธรรมชาติซึ่งทำให้เรามีพลังชีวิตและมีอายุยืนยาวมากขึ้น 2) หลักของศิลปะและวัฒนธรรมที่ช่วยคนมีจิตใจที่แข็งแรงมากขึ้น 3) หลักการชำระล้างโดยใช้พลังธรรมชาติเข้ามาบำบัดและขจัดสารพิษออกจากร่างกาย

ในด้านเกษตรธรรมชาติของ MOA ซึ่งริเริ่มโดยคุณโมกิจิ โอกาดะ ด้วย 2 เหตุผล คือ 1) ด้านสุขภาพ เพราะคุณโอกาดะเคยหายขาดจากวัณโรคจากการทานอาหารธรรมชาติ จึงส่งเสริมให้เกษตรกรทำเกษตรธรรมชาติเพื่อให้ผู้ป่วยทาน และคิดค้นเมนูให้เหมาะสมต่อผู้ป่วยแต่ละคน 2) ภัยธรรมชาติได้ทำลายพืชผลทางการเกษตรเป็นจำนวนมากจนทำให้เกษตรกรถึงขึ้นต้องขายลูกหลานตนเองให้ไปเป็นคนรับใช้ในบ้านของคนรวยเพื่อนำเงินมาใช้จ่ายในการดำเนินชีวิต คุณโอกาดะจึงอยากช่วยเกษตรกรให้หันมาทำเกษตรธรรมชาติ เนื่องจากพืชผักที่ปลูกด้วยวิธีทางธรรมชาติจะมีความทนทานต่อภัยธรรมชาติมากกว่าพืชผักที่ปลูกด้วยสารเคมี

ช่วงบ่าย คุณประสิทธิ์ ชำนาญกิจ ผู้เชี่ยวชาญด้านเกษตรธรรมชาติของมูลนิธิ MOA Thai ได้นำสมาชิกโครงการเข้าชมโรงหมักปุ๋ย แปลงผัก และแปลงนา ที่เพาะปลูกด้วยเทคนิคเกษตรธรรมชาติ ซึ่งมีจุดเด่น คือ การปรับปรุงดินที่เสื่อมโทรม การจัดการศัตรูพืชแบบองค์รวม และการเพาะปลูกพืชโดยไม่ใส่ปุ๋ยหมัก หลักจากการเข้าชมพื้นที่เพาะปลูกของมูลนิธิฯ ก็เป็นช่วง ถาม-ตอบ ก็ได้รับความสนใจจากชาวสวนผักคนเมืองเป็นอย่างมาก

ในตอนหน้าจะเป็นองค์ความรู้เกษตรธรรมชาติของ MOA ทั้งทฤษฏีและปฏิบัติ ซึ่งมีความโดดเด่นและน่าสนใจเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงดินที่เสื่อมโทรมในรูปแบบต่างๆ การหมักปุ๋ยโดยไม่ใช้มูลสัตว์ การจัดการศัตรูพืชแบบองค์รวม ไปจนถึงการทำแปลงผักบนพื้นปูน ซึ่งจะแบ่งเป็น 2 ตอน ในหัวข้อ “เกษตรธรรมชาติฉบับ MOA” ในวันถัดๆ ไป

You may also like