Home เพาะถั่วงอก เพาะถั่วงอกกินเอง สด สะอาด ปลอดภัย

เพาะถั่วงอกกินเอง สด สะอาด ปลอดภัย

ผักชนิดหนึ่งที่ขายดี เป็นที่ต้องการของตลาดมากโดยเฉพาะในช่วงเทศกาลกินเจก็คือ ถั่วงอก ด้วยความที่เป็นพืชที่ราคาไม่สูงมากนัก แต่อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการมากมาย

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีสรรพคุณอันเป็นประโยชน์ต่อร่างกายมาก แต่การไปซื้อถั่วงอกตามตลาดมากินก็มีความเสี่ยงสูงที่จะได้สารเคมีนานาชนิดเป็นของแถมมาด้วย ไม่ว่าจะเป็นสารเร่งการงอกของถั่ว สารที่ทำให้ถั่วงอกอวบอ้วน กรอบ สารฟอกขาว หรือโซเดียมไฮโดรซัลไฟล์ ที่ทำให้ถั่วงอกมีสีขาวดูสะอาดถูกตาถูกใจ อีกทั้งยังอาจมีสารคงความสด หรือฟอร์มาลินด้วย เพราะหากปล่อยตามธรรมชาติแล้ว จะพบว่าถั่วงอกจะมีการเปลี่ยนสีค่อนข้างเร็ว

เพื่อความปลอดภัย จึงอยากจะเชิญชวนให้ลองหัดเพาะถั่วงอกกินกันเองดู อดใจรอเพียง 2-3 วันก็ได้กินแล้ว แถมอุปกรณ์และวิธีการก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร บางทีอาจจะเป็นเมนูเจที่ทั้งอิ่มท้อง อิ่มบุญ และอิ่มใจมากที่สุดเมนูหนึ่งเลยก็ได้นะคะ หากเริ่มสนใจแล้ว เราลองมาดูวิธีการทำกันเลยดีกว่าค่ะ

ก่อนจะไปถึงอุปกรณ์และขั้นตอนการเพาะ มีหลักการพื้นฐานของการเพาะถั่วงอกที่ต้องเข้าใจ 6 ประการด้วยกัน เรียกว่าเมื่อทราบหลักพื้นฐาน 6 ข้อนี้แล้ว จะนำไปประยุกต์ใช้อย่างไรก็สุดแท้แต่แต่ละคนจะสร้างสรรค์กันได้เลยทีเดียว เจ้าหลักที่ว่านั้นมีดังนี้

  1. เมล็ดถั่ว : โดยทั่วไปจะนิยมใช้ถั่วเขียว จะเลือกใช้แบบผิวมันที่เปลือกสีเขียว หรือแบบผิวดำก็ได้แต่ควรเลือกเมล็ดใหม่ สะอาด เพราะจะงอกดีกว่า สิ่งสำคัญคือต้องนำเมล็ดไปแช่ในน้ำอุ่นก่อนนานประมาณ 6-8 ชั่วโมง เพื่อฆ่าเชื้อโรค และช่วยกระตุ้นให้ถั่วงอกได้ดีขึ้น
  2. ภาชนะ : ควรเป็นภาชนะที่มีสีทึบ หรือมีฝาปิด และควรมีรูระบายน้ำทั้งด้านล่าง และด้านข้างที่สำคัญต้องเป็นภาชนะที่สะอาด
  3. น้ำ : น้ำที่ใช้รดจะต้องเป็นน้ำสะอาด และต้องได้รับน้ำอย่างสม่ำเสมอและเพียงพอ เพื่อให้เจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์ อีกทั้งยังเป็นการช่วยระบายความร้อนที่เกิดขึ้นระหว่างการงอกด้วย หากรดน้ำมากไปจะทำให้ถั่วเน่า แต่หากรดน้ำน้อยไปถั่วจะรากยาวแตกฝอย
  4. วัสดุเพาะ : หากเป็นไปได้ก็อาจใช้วัสดุเพาะ อย่างฟองน้ำ กระสอบ เพื่อช่วยเก็บความชื้น
  5. ภูมิอากาศ : ควรเพาะในที่แห้ง ระบายอากาศดี ถ้าในฤดูฝน ความชื้นในอากาศสูง
  6. แสงสว่าง : แสงสว่างจะทำให้ถั่วมีสีเขียว ลำต้นผอมยาว ดังนั้นภาชนะควรทึบแสง หรือควรตั้งภาชนะไว้ในที่มืด

คราวนี้มาฝึกทำจริงกัน โดยจะขอแนะนำวิธีเพาะให้พอเห็นภาพสัก 2 วิธี  คือถั่วงอกแบบมีราก กับถั่วงอกแบบตัดราก ส่วนภาชนะเพาะจะเลือกใช้เป็นอะไรก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนแต่ละบ้านจะเลือกสรรกันนะคะ ทางที่ดีก็อยากแนะนำให้ใช้ของที่มีอยู่แล้วเป็นพื้นฐานค่ะ

เพาะถั่วงอกในขวดกาแฟ

อุปกรณ์ที่ใช้คือ

  1. ขวดกาแฟจะชนิดใสหรือชนิดสีชาก็ได้
  2. ผ้าไนลอนหรือผ้าขาวบาง กว้าง 4 นิ้ว ยาว 5 นิ้ว
  3. ถั่วเขียว 1 กำมือ

ขั้นตอนการทำ

  1. ล้างถั่วเขียวด้วยน้ำสะอาด แช่ในน้ำอุ่น และแช่น้ำนั้นทิ้งต่อไปอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง
  2. เทถั่วเขียวใส่ขวดกาแฟ ใช้ผ้าไนลอนหรือผ้าขาวบางปิดปากขวด ใช้หนังยางรัดให้แน่น เปิดน้ำใส่ขวดให้ท่วมเมล็ดถั่ว แล้วเทน้ำทิ้ง
  3. วางขวดในแนวนอน เก็บไว้ในที่มืด หรือใส่ไว้ในถุงกระดาษทึบ
  4. เปิดน้ำใส่ขวด และเทน้ำทิ้งเหมือนเดิมอีกทุกๆ 3-4 ชั่วโมง แล้วเก็บไว้ในที่มืดตามเดิม
  5. อดใจรอประมาณ 3 วัน ก็สามารถนำถั่วงอกไปกินได้

เพาะถั่วงอกในถังพลาสติกแบบตัดราก

อุปกรณ์

  1. ถั่วพลาสติกสีดำ เจาะรูที่ก้นถังหลายๆรู เพื่อระบายน้ำ และเจาะรูที่ด้านข้าง เป็นระยะๆ เพื่อระบายอากาศ
  2. กระสอบป่านตัดเป็นวงกลมขนาดเท่าปากถัง 4 ชิ้น
  3. ตะแกรงไนล่อนตาถี่รูขนาดเล็กกว่าเมล็ดถั่วเขียว ตัดเป็นวงกลมขนาดเท่าปากถัง 3 แผ่น
  4. ถั่วเขียว ½ กิโลกรัม ต่อการเพาะ 1 ถัง

วิธีทำ

  1. แช่เมล็ดถั่วเขียวในน้ำอุ่น และแช่ทิ้งไว้ 6-8 ชั่วโมง คัดเมล็ดที่ลอยน้ำทิ้งไป
  2. นำกระสอบวางลงไปในถัง และวางตะแกรงไนล่อนทับ
  3. โรยเมล็ดถั่วลงไปบนตะแกรงไนล่อน เกลี่ยให้กระจายทั่วแผ่น ให้เมล็ดถั่วซ้อนกันประมาณ 3-4 เมล็ด อย่าให้แน่นมากจนเกินไปกว่านี้
  4. นำผ้ากระสอบมาวางทับเมล็ดถั่วเขียวชั้นที่ 1 แล้วนำตะแกรงไนล่อนวางทับผ้ากระสอบ โรยถั่วลงไป ทำให้ครบ 3 ชั้น แล้วปิดด้านบนด้วยผ้ากระสอบอีกครั้ง
  5. รดน้ำให้ชุ่มทุก 3 ชั่วโมง โดยรดน้ำจนน้ำไหลออกมาที่บริเวณก้นถัง เพื่อเป็นการช่วยระบายความร้อน นำไปไว้ในที่ร่ม
  6. อดใจรอประมาณ 3 วัน ก็สามารถหยิบถั่วงอกแต่ละชั้นขึ้นมา ปาดที่โคนต้นถั่วงอกซึ่งอยู่ติดกับตะแกรงไนล่อน ก็จะได้ถั่วงอกไร้รากไปกินแล้วค่ะ ขอบอกว่าใช้ถั่วแค่ ½ กิโลกรัม แต่จะได้ถั่วงอกถึง 2-3 กิโลกรัมเลยทีเดียว

ถ้าอยากให้ถั่วงอกอวบอ้วนหน่อย ก็ให้หาถุงพลาสติกใส่น้ำ หรือหินกรวดไปวางทับไว้ด้านบนถั่วงอกในถังเพาะ ก็จะช่วยทำให้ถั่วงอกไม่สูงผอม แต่ดูอวบอ้วนน่ากินได้ค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจากคู่มือพึ่งตนเอง และหนังสือสารพันวิธีเพาะถั่วงอกค่ะ