Home บทความ เปิดประสาทสัมผัส เชื่อมโยงธรรมชาติ ฟื้นคืนชีวิต

เปิดประสาทสัมผัส เชื่อมโยงธรรมชาติ ฟื้นคืนชีวิต

ทุกวันนี้เราพูดกันมากถึงปัญหาสุขภาพ ผู้คนล้มป่วยทั้งทางกาย และทางใจ ปัญหาสังคม ผู้คนเต็มได้ด้วยความรุนแรง แก่งแย่งแข่งขัน ความสัมพันธ์แปลกแยก ไปจนถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม ที่ผู้คนบริโภคอย่างขาดความตระหนัก ขาดความใส่ใจ ที่จะร่วมกันแก้ไข…….บางทีปัญหาที่เราพูดถึงเหล่านี้ อาจเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงได้ที่สวนบ้านคุณ

มีโอกาสได้ฟังWebinar เรื่อง Awakening into our Natural Selves  ที่นำเสนอโดย Jon Young ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับธรรมชาติ กับ Jennifer Bresee ศิลปินผู้เชี่ยวชาญเรื่องเกี่ยวกับภูมิปัญญาบรรพบุรุษ เขาพูดถึงเรื่องการเชื่อมโยงกับธรรมชาติไว้อย่างน่าสนใจว่า

ทุกวันนี้โลกเต็มไปด้วยข้อมูลข่าวสาร และเทคโนโลยีมากมายที่เคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วตลอดเวลา จนเราหลงลืม และละเลยหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตไปโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะการหลงลืมความสามารถในการใช้ประสาทสัมผัสด้านต่างๆ ที่เราเคยมี ไม่ว่าจะเป็นการได้ยิน การได้กลิ่น การสัมผัส การรับรู้รส สิ่งที่เราใช้เป็นหลักคือสายตา และก็เป็นการใช้สายตามองที่จดจ่อ คือมักจะอยู่แต่กับหน้าจอ ไม่ใช่การมองแบบสังเกตรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวอย่างกว้างไกล

ที่น่าสนใจคือ เขาบอกว่า การที่ประสาทสัมผัสด้านต่างๆของเราไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน จนขาดความสามารถในการเชื่อมโยงประสาทสัมผัสด้านต่างๆไปนั้น หรือขาด sensory integration  เป็นสาเหตุหลักประการหนึ่งที่ส่งผลทำให้คนป่วยเป็นโรคภาวะขาดธรรมชาติ หรือที่เรียกว่า Nature Deficit Disorder

จากการค้นคว้าเพิ่มเติมก็พบว่า คนที่มีอาการภาวะของโรคนี้ ก็มักจะเป็นคนที่ขี้หงุดหงิด ใจร้อน ก้าวร้าว เครียด ซึมเศร้า เห็นแก่ตัว ชอบเก็บตัว และสมาธิสั้น  ที่สำคัญกลุ่มที่กำลังป่วยกันมาก ก็คือเด็ก

ดังนั้น เขาบอกว่า สิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ฟื้นคืนชีวิตผู้คนและสังคมได้ ก็คือการที่เราต้องกลับมาฝึกใช้ประสาทสัมผัสด้านต่างๆของเรา และเรียนรู้ที่จะสร้างสายใยเชื่อมโยงกับธรรมชาติอีกครั้ง

วิธีการที่เขาแนะนำ คือการฝึกเชื่อมโยงกับสถานที่ หรือ connect to the place โดยเราอาจจะหาตำแหน่งแห่งที่ที่เรารู้สึกชอบ รู้สึกสบายใจที่จะไปนั่ง หรือใช้เวลาอยู่ที่นั่น แล้วเราก็ออกไปอยู่ที่ตำแหน่งนั้นทุกวัน เขาเรียกตำแหน่งนั้นว่า sit spot

เมื่อไปยังตำแหน่งนั้นแล้ว สิ่งที่เราควรทำคือเปิดประสาทสัมผัส ลองมอง และสังเกตสิ่งต่างๆรอบตัว บริเวณนั้นมีอะไรบ้าง มีพืช สัตว์ และสิ่งมีชีวิตอะไร ท้องฟ้าวันนั้นเป็นแบบไหน บรรยากาศรอบๆเป็นยังไง เราอาจจะลองสัมผัสกับผืนดิน พืชพันธุ์ ต้นไม้ต่างๆบริเวณนั้น รับรู้ถึงความรู้สึกแข็ง อ่อน ร้อน เย็น ผิวสัมผัส ว่าเป็นยังไง มีสายลมมาปะทะผิวมั้ย มีเสียงอะไรเกิดขึ้นบ้างในช่วงเวลานั้น ได้กลิ่นอะไรมั้ย มีอะไรที่เราลองชิมได้มั้ย รสชาติเป็นอย่างไร เรียกว่าเปิดสัมผัสทั้งมาตา หู จมูก ลิ้น และสัมผัส ที่สำคัญคือลองสังเกต รับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นในจิตใจตัวเองว่า เรารู้สึกอย่างไร

 นอกจากการเชื่อมโยงกับสถานที่แล้ว เขาบอกว่าบางทีเราอาจจะสังเกตเห็นร่องรอยของสัตว์บางชนิดที่ผ่านในบริเวณพื้นที่นั้น เราก็สามารถที่จะลองสังเกตลักษณะ ลองฝึกตั้งคำถามกับตัวเองว่า ร่องรอยนี้น่าจะเป็นของสัตว์อะไร เขามาทำอะไร มาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมถึงมาที่นี่ และคิดว่าสัตว์ตัวนั้นรู้สึกยังไง เป็นต้น

เมื่อเราฝึกฝนตัวเองเป็นประจำ ก็จะทำให้เราฟื้นคืนความสามารถของประสาทสัมผัสต่างๆของเราขึ้นมาได้ ทำให้เราสามารถที่จะเชื่อมโยงกับธรรมชาติรอบตัวได้ดียิ่งขึ้น

ถ้าเป็นไปได้ การมีกลุ่มเพื่อนที่ทำกิจกรรมเหล่านี้ไปด้วยกัน และได้กลับมาแบ่งปันเรื่องราวความมหัศจรรย์ที่ได้พบเจอในแต่ละวันให้กันและกันฟัง ก็จะเป็นประโยชน์อย่างมาก โดยเวลาเล่า เขาแนะนำว่าให้เราเล่าให้เสมือนว่าเรากำลังอยู่ในบริเวณแห่งนั้นจริงๆ ซึ่งการได้แบ่งปันเรื่องราวให้กันและกันฟังนี้ ก็จะทำให้เราได้กลับมาเชื่อมโยงกันเอง และช่วยเปิดมุมมองให้แก่กันได้มากขึ้นด้วย

ถามว่าเราจะฝึกการเชื่อมโยงกับธรรมชาตินี้กันไปทำไม จากประสบการณ์การทำงานของ Jon Young เขาพบว่า การที่ผู้คนกลับมาเชื่อมโยงกับธรรมชาตินี้ ช่วยนำพาชีวิตของพวกเขาให้ดีขึ้นในหลายด้านด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น การที่รู้สึกสงบ มีความสุขกับชีวิตมากขึ้น รู้สึกมีชีวิตชีวา ที่สำคัญยังนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงภายในของผู้คน ทำให้หลายคนคิดถึงผู้อื่นมากขึ้น พร้อมที่จะช่วยเหลือผู้อื่นมากขึ้น มีหัวใจที่เปี่ยมด้วยความรัก และสามารถที่จะให้อภัยผู้อื่นได้มากขึ้นด้วย

นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เมื่อเราเปิดโอกาสให้ตัวเองได้เรียนรู้ สัมผัส และเชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างแท้จริง

ที่น่าสนใจคือ เมื่อเราพูดถึงธรรมชาติ บางทีเราอาจไม่จำเป็นต้องออกไปหาภูเขา หรือไปเดินป่า หนีจากเมืองไปไกลแสนไกล เราสามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่ลองมองออกไปนอกหน้าต่าง แล้วเปิดสัมผัสดูว่า รอบตัวเรามีอะไรก็ขึ้นบ้าง บางคนที่รอบตัวมีแต่ตึก ก็อาจลองนึกถึงสวนสาธารณะใกล้บ้าน ชุมชนหรือหน่วยงานที่ทำงานใครมีสวน หรือบ้านใครปลูกผัก ก็อาจจะลองหาบริเวณที่เรานั่งใช้เวลาอยู่ตรงนั้น และสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นในแต่ละวันดูนะคะ

นอกจากความสุขสงบที่เกิดขึ้นภายในตัวเองแล้ว เชื่อว่าการเรียนรู้ ฝึกฝนที่จะสร้างสายใยเชื่อมโยงกับธรรมชาติของเรานี้ ยังมีส่วนช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในสังคมได้อย่างมากเลยทีเดียว

บางทีความเปลี่ยนแปลงของโลก ที่กำลังเผชิญกับปัญหานานัปการ โดยเฉพาะปัญหาเรื่องผู้คน สังคม และสิ่งแวดล้อม อาจเริ่มต้นที่สวนผักที่บ้านคุณก็เป็นได้

ใครสนใจอยากฟัง webinar เต็มๆ ลองเข้าไปสมัคร และรับฟังกันได้นะคะ

http://8shields.org/free-webinars/free-webinar-registration-awakening-into-our-natural-selve/?fbclid=IwAR1t5iVJf66g0CaEvdCj0sG1Y0mOPhJwwIlnUBTHRmL6UlsuPMMGr8qALb8

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก

http://www.8shields.org

https://www.greenchildmagazine.com/earth-day-connecting-nature/

You may also like