Home ควรรู้ก่อนปลูกผัก จะออกแบบสวนในฝันยังไงให้ยั่งยืน

จะออกแบบสวนในฝันยังไงให้ยั่งยืน

สถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นตอนนี้ อาจทำให้หลายคนอาจเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของเรื่องการพึ่งตนเองมากขึ้น บางคนอาจใช้ช่วงเวลานี้ในการเริ่มต้นปลูกผักลงกระถาง หรือกระบะเล็กๆที่บ้าน และเชื่อว่าหลายคนอาจกำลังฝันถึงการปลูกผัก ทำสวน มีชีวิตที่เรียบง่าย สอดคล้องสัมพันธ์กับธรรมชาติ ในพื้นที่ที่ใหญ่ขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ในเมือง หรือพื้นที่ในชนบท สิ่งสำคัญในการเริ่มต้น  นอกจากการเรียนรู้เรื่องเทคนิคการปลูกผัก ทำสวนแล้ว เรื่องของการออกแบบพื้นที่อย่างเข้าใจ ก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน เรามาดูกันว่ามีสิ่งใดที่ควรพิจารณา ศึกษา หาข้อมูล เพื่อนำมาประกอบการออกแบบสวนในฝันของเราบ้าง

1. เริ่มต้นจากการรู้จักตัวเอง : ก่อนอื่น เราต้องรู้จักตัวเองก่อนว่าเราเป็นคนยังไง จุดแข็งของเราคืออะไร ความสามารถพิเศษที่ตัวเองมี สิ่งที่ตัวเองถนัดคืออะไร

 

 

2. วาดภาพฝัน วางเป้าหมาย : ลองวาดภาพสวนในฝันของตัวเองออกมาให้ชัด ว่าตัวเองอยากมีสวนหน้าตาแบบไหน จะมีองค์ประกอบอะไรบ้าง จะปลูกอะไร ไม่ว่าจะเป็น พืชที่เป็นอาหาร เป็นยาสมุนไพร หรือพืชที่ใช้เป็นเชื้อเพลิง ใช้ทำปุ๋ย เป็นต้น และที่สำคัญคือเป้าหมายของการทำสวนนี้คืออะไร ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่สำคัญสำหรับการเดินหน้าต่อไป คุณอาจจะลองเขียน หรือวาดออกมาเป็นภาพให้ชัดที่สุด เท่าที่จะทำได้

 

3. เขียนข้อจำกัดออกมา : ลองเขียนข้อจำกัดต่างๆที่คุณมีออกมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเวลา เรื่องเงิน เรื่องความรู้ หรือเรื่องพลังในการทุ่มเททำความฝันออกมาให้สำเร็จ บางคนอาจจะมีเรื่องของอายุและสุขภาพเข้ามาเป็นสิ่งที่ควรคำนึงถึงด้วย แล้วลองดูว่า มีใครจะสามารถช่วยสนับสนุนส่วนไหนได้บ้าง อาจลองคิดถึงคนในครอบครัวคุณ เพื่อนคุณ เพื่อนบ้านคุณ หรือคนในชุมชนที่คุณอยู่ ในขณะเดียวกัน ก็ลองสำรวจว่าต้นทุนที่คุณมีอยู่คืออะไรบ้าง และมีแหล่งใดที่จะช่วยเติมส่วนที่คุณขาดไปได้บ้าง

 

 

4. ทำแผนที่สวน : ทำแผนที่สวนของตัวเอง ว่าหน้าตาเป็นยังไง ตำแหน่งอยู่ที่ไหน อยู่ใกล้กับอะไรบ้าง โดยบางคนอาจจะดูจาก google earth หรือว่าเครื่องมือต่างๆ หรืออาจจะลองวาดแผนที่ของพื้นที่ของตัวเองง่ายๆก็ได้

 

5.สำรวจบริเวณพื้นที่ที่จะทำสวน : ก่อนที่จะลงมือทำสวนจริงจัง คุณควรจะมีโอกาสได้เข้าไปในพื้นที่เพื่อสำรวจ และสังเกตพื้นที่อย่างละเอียดด้วย ไม่ว่าจะเป็นทิศทางลม ทิศทางน้ำ ทิศทางแสง ไปจนถึงเพื่อนบ้าน หรือมลภาวะโดยรอบ

นอกจากนี้ ก็ควรสำรวจดูว่าบริเวณนั้นมีสัตว์อะไรอยู่บ้าง มีพืชพื้นถิ่นอะไรที่ขึ้นอยู่โดยรอบ ลักษณะดินเป็นอย่างไร มีแหล่งน้ำมั้ย ลักษณะและคุณภาพน้ำเป็นยังไง บริเวณรอบๆมีอาคารบ้านเรือน มีทางเดิน ยังไงบ้าง  ให้ลองสำรวจและเขียน หรือวาดออกมาให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้ หากเป็นไปได้ก็ควรดูด้วยว่าในแต่ละฤดูกาล พื้นที่มีความเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นบ้าง

หากมีเรื่องที่ไม่รู้ ก็ลองหาข้อมูลเพิ่มเติม ไม่ว่าจะจากคนที่อยู่ในพื้นที่นั้น จากหนังสือ หรือจากแหล่งข้อมูลอื่นๆ แต่สิ่งสำคัญคือการไปสำรวจในพื้นที่จริงด้วยตัวเอง

 

 

6. เมื่อได้ทั้งภาพฝัน และข้อมูลจริงแล้ว ก็ลองนำมานั่งประเมิน และวิเคราะห์พื้นที่อย่างละเอียดอีกครั้ง โดยพิจารณาทั้งเรื่องอากาศ ลักษณะของพื้นที่ น้ำ ต้นไม้ ดิน สิ่งก่อสร้างต่างๆ ไปจนถึงปัจจัยเกี่ยวข้องทั้งหลาย ทั้งเรื่องลม ไฟ น้ำท่วมมั้ย มีมลพิษอะไรหรือป่าว หรือมีข้อควรระวังอะไรบ้าง แล้วก็ออกแบบวางแผนภาพฝันให้สอดคล้องกับความจริงมากขึ้น โดยควรเป็นการออกแบบที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม คำนึงถึงผู้คน รวมถึงมีการใช้ทรัพยากร และพลังงานธรรมชาติต่างๆอย่างเกื้อกูลกันให้มากที่สุดด้วย การออกแบบตามหลักของเพอร์มาคัลเชอร์ ก็ถือเป็นรูปแบบหนึ่งที่กำลังได้รับความสนใจ โดยเขาจะมีรายละเอียดต่างๆในการออกแบบมากมาย ใครสนใจก็ลองศึกษาเพิ่มเติมได้นะคะ

 

 

7. เมื่อออกแบบได้แล้ว จากนั้นก็ถึงเวลาที่จะกำหนดเวลาในการลงมือปฏิบัติการความฝันให้ชัดเจน และลงมือเดินหน้าทำตามความฝันนั้นต่อไป โดยคุณอาจจะกำหนดเป็นช่วงระยะเวลาก็ได้ ว่าภายใน 1 ปี จะทำอะไรบ้าง ภายใน 2 ปี 3 ปี จะทำอะไรบ้าง ให้ค่อยๆทำไป ให้สอดคล้องกับชีวิต และต้นทุนที่ตัวเองมี ลำดับการเริ่ม อาจจะเริ่มจากสิ่งที่คุณมีอยู่แล้ว ตามมาด้วยสิ่งที่คุณสามารถนำกลับมาฟื้นฟู ปรับปรุงใหม่ ได้ และสิ่งที่คุณเพิ่มใหม่เข้าไปในพื้นที่ก็ได้

จะว่าไว้ แนวทางในการออกแบบสวนในฝัน ก็มีความคล้ายกับการออกแบบชีวิตในฝันของตัวเองอยู่ไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นการรู้จักตัวเองก่อน แล้วก็การวาดภาพความฝัน วางเป้าหมายให้ชัด การรู้ว่าตอนนี้ตัวเองมีต้นทุนอะไรอยู่บ้าง มีอะไรที่เป็นปัญหาอุปสรรคหรือข้อจำกัด และเราจะวางแผนเดินหน้าต่อไปยังไง โดยมีการกำหนดสิ่งที่จะทำอย่างเฉพาะเจาะจง เป็นสิ่งที่วัดผลได้ อยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง และสอดคล้องกับความต้องการของเราจริง คือรู้ว่าเราทำสิ่งนี้เพื่ออะไร ที่สำคัญคือมีการกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจน เป็นเหมือนหลักของ Smart Goal ที่เราสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตของเราได้ด้วย  

สิ่งสำคัญที่ไม่ควรลืม คือ ตลอดการเดินทางตามความฝัน อย่าลืมย้อนกลับมาทบทวนถึงเป้าหมายและความต้องการที่แท้จริงของตัวเองอยู่เสมอนะคะว่าเรากำลังเดินทางอยู่บนเส้นทางที่เราตั้งใจไว้หรือเปล่านะคะ 

 

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก

https://permacultureapprentice.com/how-to-design-your-property/

https://www.workaway.info/en/host/351672256493#gallery-3

https://thepotential.org/2019/09/09/smart-goal-info/

You may also like