Home ระบบอาหารทางเลือก COVID-19 จุดประกายการเกิดใหม่อีกครั้งของขบวนการเคลื่อนไหวฟาร์มท้องถิ่น

COVID-19 จุดประกายการเกิดใหม่อีกครั้งของขบวนการเคลื่อนไหวฟาร์มท้องถิ่น

Urban farmer Ali Greer inspects her crops at Avenue 33 Farm, a backyard urban farm in Los Angeles on March 25, 2020. – Tomassini and his partner Ali Greer, who sell their produce to restaurant chefs and to direct to consumers via community-supported agriculture (CSA), say that despite demand from chefs dropping off due to restaurant closures due to the coronavirus (Covid-19), demand for their produce and flowers is higher than ever as consumers look for a steady source of fresh food and flowers. (Photo by Robyn Beck / AFP) (Photo by ROBYN BECK/AFP via Getty Images)

เมื่อโคโรน่าไวรัสเริ่มระบาดหนักไปทั่วโลก อนาคตของฟาร์มครอบครัว Cannard ที่ซึ่งเป็นเจ้าของผักออร์แกนิคที่ส่งให้กับร้านอาหาร Berleley ได้ดูหมดหนทางไปต่อ

Ross Cannard ลูกชายของหัวหน้ากลุ่มที่เป็นสัญลักษณ์ของการเคลื่อนไหวเรื่องเกษตรออร์แกนิคในแคลิฟอร์เนีย อย่าง “Iconlastic” ได้พูดพลางหัวเราะอย่างเป็นกันเองว่า Bob Connard ได้สร้างเส้นทางชีวิตทางการเกษตรด้วยการปฏิเสธใบรับรองออร์แกนิค และสร้างแนวทางว่า การทำเกษตรตามกระบวนการของธรรมชาติ เพิ่มคุณค่าสารอาหารในดินของ ฟาร์ม green string  ด้วยหินบดและมูลสัตว์ นั้นดีกว่าออร์แกนิคตามใบรับรอง

เขาและลูกชายได้ขายผลไม้ที่ผลิตขึ้นมาจากแรงงานของพวกเขาให้แก่ภัตตาคาร Chez Panisse ที่ซึ่ง เชฟ Alice Waters ได้บุกเบิกการทำอาหารขายให้น่าสนใจด้วยการใช้วัตถุดิบท้องถิ่นที่สดใหม่ส่งตรงจากฟาร์ม


 “พวกเราสามารถช่วยผู้คนที่ทำอาหารในครัวของตนเอง”


แต่ในเดือนมีนาคม มีคำสั่งประกาศให้ทุกคนอยู่บ้าน และร้านอาหารปิด

“คุณคือเกษตรกร พืชผลอยู่ในดินแล้ว  เราวางแผนวางแผนการปลูกล่วงหน้าเป็นเดือน เราไม่สามารถหยุดทำได้”  Evan Wiig ผู้อำนวยการของ membership and communications for Community Alliance with Family Farmers กล่าว

Waters กังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ที่ย่ำแย่ของเหล่าคนงานและผู้ผลิตอาหารของเธอต้องเจอ เธอจึงรีบก่อตั้งกลุ่มช่วยเหลือ CSA (Community supported agriculture : ชุมชนที่ช่วยเหลือเกษตรกร) เพื่อยื่นข้อเสนอเป็นอาหารกล่องรายอาทิตย์จากผลผลิตของผู้ผลิตทั่วๆไป อย่าง Cannard โดยให้ไปรับอาหารกล่องที่ร้านอาหารที่ถูกปิด

“ฉันต้องการที่จะเชื่อมโยงเครือข่ายของพวกเรากับผู้คนที่ต้องการมีอาหารอยู่ในบ้านของเขา”  Water พูดในรายการพอดแคสต์ Filpping the table โดย Micheal Dimmock  เมื่อวันที่  26 มีนาคม ที่ผ่านมา เธอยังกล่าวเสริมอีกว่า “พวกเราสามารถเลือกที่จะมองข้ามร้านอาหารได้ในตอนนี้ โดยพวกเราสามารถช่วยผู้คนที่ทำอาหารในครัวของตนเองก่อน”

Cannard เพิ่มรายได้ด้วย โครงการชุมชนท้องถิ่นช่วยเหลือเกษตรกร ที่ตั้งขึ้นมาในลานจอดรถของ Baker & Cook คาเฟ่ในย่านใกล้เคียง Boyes Hot springs ซึ่งตอนนี้มีเฉพาะบริการห่อข้าวกลับบ้าน โดยมีน้ำมันมะกอก จาก Cannard  ไวน์จากไร่องุ่นของเพื่อน และดอกไม้จากฟาร์มท้องถิ่นอื่นๆ ซึ่งมีเพื่อนบ้านและเพื่อนๆมาเป็นลูกค้ากว่า 100 คน

ด้วยโมเดล “โครงการชุมชนช่วยเหลือเกษตรกร” นี้ที่ผู้ซื้อลงทุนเป็นรายปีร่วมกับฟาร์มเพื่อแลกกับการแบ่งปันผลผลิต ซึ่งจะเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างเกษตรกรกับผู้บริโภค เกษตรกรกล่าว การช่วยเหลือด้วยการกระจายดินที่เหมาะแก่การเพาะปลูกของ Sonoma County นั้นถือเป็นการสร้างทางรอดที่เป็นไปได้ โดยเครือข่ายผู้คนรากหญ้าในท้องถิ่น และตลาดออนไลน์ที่รวดเร็วขึ้น ก็เป็นหนึ่งในทางรอด เช่นกันถึงแม้ว่าจะดูแปลก และมีความห่างเหินที่ถูกสร้างขึ้นมาจากโคโรนาไวรัส

การสร้างชุมชนอาหาร

ฟาร์มครอบครัวในแคลิฟอร์เนีย และทั่วประเทศ ได้รับผลกระทบเรื่องตลาดอย่างหนักจากโคโรน่าไวรัส แต่ที่ Bay arena ที่ซึ่งผู้คนมีความตระหนักเรื่องสุขภาพเยอะมากพอที่จะทำให้ผักซาเลอรี่ที่เคยขายในร้านขายของชำนั้นหายไปจากชั้นวาง เพราะคนต้องการผลผลิตท้องถิ่นสดใหม่เพิ่มขึ้น ความท้าทายคือต้องเชื่อมโยงอาหารจากฟาร์มกับลูกค้ารายใหม่

Sonoma County เคยเป็นเขตเกษตรกรรมในประวัติศาสตร์ เมื่อการเคลื่อนไหวเรื่องอาหารออร์แกนิคถูกพูดถึงขึ้นมาในปี 1970 พื้นที่นี้กลายเป็นหนึ่งพื้นที่บุกเบิก โดยตลาดแห่งแรกของเกษตรกร และ องค์กรชุมชนที่ช่วยเหลือเกษตรกรได้ปรากฏขึ้นในช่วงปี 1980 และประสบความสำเร็จ แต่การเติบโตอย่างรวดเร็วของเครือข่ายได้ถูกบดบังโดยการขยายตัวของอุตสาหกรรมไวน์ ที่ซึ่งส่วนมากมีเจ้าของเป็นบริษัทที่มาจากภายนอกชุมชน

จากรายงานพืชผลการเกษตร ของปี 2018 ระบุว่ามีพื้นที่กว่า 60,000 เอเคอร์หายไปจากการปลูกองุ่น และมีพื้นที่เพียง 500 เอเคอร์ที่ใช้ผลิตอาหาร  ราคาที่ดินก็พุ่งทะยานสูงมาก ราคาแรงงานก็เพิ่มขึ้น สิ่งเหล่านี้ทำให้การขับเคลื่อนธุรกิจนั้นเป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น เกษตรกรจำนวนมากได้หันไปทำผลผลิตแบบเฉพาะพิเศษสำหรับภัตตาคาร

“เกษตรกรนั้นต้องเดินขึ้นเขาทำศึกอยู่ตลอด โดยเฉพาะ เกษตรกรที่รักษาระบบนิเวศ”  Wiig จาก  Community Alliance with Family Farmers กล่าว “ฉันได้ยินคำที่พวกเขาพูดบ่อยๆ  ว่า ฉันกำลังทำงานกับก้นของฉัน และหวังว่าจะได้ผลออกมาดีที่สุด ซึ่งมันกลายมาเป็นเรื่องจริงแล้ววันนี้เนื่องจาก การระบาดของไวรัสที่ครอบคลุมไปทั้งโลก”


 “เกษตรกรนั้นต้องเดินขึ้นเขาทำศึกอยู่ตลอด โดยเฉพาะเกษตรกรที่รักษาระบบนิเวศ”


“สำหรับฟาร์มที่ยังคงเข้าร่วมอยู่กับ CSA”   Wiig กล่าวว่า “มันเป็นเวลาที่ดีจริงๆในช่วงต้นเดือนมีนาคม  เพราะ CSA เกือบทั้งหมดยังคงพยายามที่จะเติมของในกล่อง ที่ตอนนี้มีคิวรอคอยกล่องจำนวนมาก บางแห่งมากกว่า 100 คิว”

“แต่สำหรับกลุ่มเกษตรกรที่ไม่มีการตั้ง CSA  มันจะเป็นช่วงเวลาที่ยากมากจริงๆ พวกเรายังสามารถรักษาตลาดของฟาร์มที่มีความสำคัญทางธุรกิจเอาไว้ได้อยู่ แต่ผู้คนที่ลดจำนวนลงจากการกลัวการออกข้างนอกบ้าน ทำให้ยอดขายตกลง”

พันธมิตรของชุมชนนั้นรีบที่จะกระโดดเข้ามาร่วมวงเป็น ผู้ทำการจับคู่สำหรับผู้ผลิตและผู้ซื้อบนเวปไซต์ พันธมิตรของชุมชนจะเป็นคนกระจายข้อมูลทั้งหมดให้แก่เกษตรกรว่าจะเริ่มต้นและขับเคลื่อน CSA อย่างไร รวมถึงให้ซอฟต์แวร์ที่มีประโยชน์ ให้ความรู้กฏหมายที่เกี่ยวข้อง แหล่งทุนที่สามารถเข้าถึงได้ และการอบรมออนไลน์ 4 ครั้งสำหรับการดูฟาร์มตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จ

Farm Trails เป็นกลุ่มไม่แสวงผลกำไร ที่มีสมาชิกมากถึง 250 คน  และได้สร้างความสัมพันธ์ระหว่างเกษตรกรกับผู้บริโภคมายาวนานกว่า 47 ปี ด้วยการพาไปเยี่ยมเยียนฟาร์ม และเป็นเจ้าภาพในการอบรมให้ความรู้  โดยสองวันหลังจากการปิดร้านขายของ Farm trails ได้ตั้งเพจขึ้นมาใหม่และได้เชิญสมาชิกมาโพสต์ขายของ

“เรารู้จักเกษตรกรของเราดีอยู่แล้ว”  Carmen Snyder ผู้อำนวยการระดับสูงของ Farm Trails ได้กล่าวเอาไว้ “พวกเราได้หาว่าพวกเขามีอะไรบ้าง ซึ่งเราพบว่าการที่พวกเขาทำเหล้านั้นทำให้เขามีแอลกอฮล์จำนวนมาก พวกเขาจึงได้เริ่มทำเจลล้างมือกลิ่นลาเวนเดอร์ โดยได้ส่งไปให้กลุ่มคนทำงานด้านสุขภาพก่อน และได้นำไปขายในร้านฮาร์ดแวร์ท้องถิ่น”

ในตลาดออนไลน์สองวันแรก การเข้าชมเวปของ Farm Trails เพิ่มขึ้นถึง 1000 %

“ผู้คนจำนวนมากยังไม่สามารถตัดสินใจได้เกี่ยวกับการเข้าร่วม CSA ” Sonya Perotti ผู้ที่ทำฟาร์มครอบครัวด้วยการเลี้ยง Coyote ในเนื้อที่ 1 เอเคอร์ ใน Penngrove กล่าว  “ตอนนั้นมันเป็นการผลักดันกัน”  ตอนนี้เธอได้ขายของเกือบทั้งหมดใน CSA และได้กำไรจากตลาดออนไลน์ ตอนนี้เธอขายหุ้นของเธอจนหมดและวางแผนที่จะขยายธุรกิจ

F.E.E.D. Sonoma เป็นศูนย์กลางอาหารที่รวบรวมผลิตภัณฑ์จากฟาร์มท้องถิ่นกว่า 12 แห่ง ที่มีการตอบสนองอย่างรวดเร็วเมื่อการแพร่ระบาดเริ่มต้นขึ้น โดยเริ่มจากการเสิร์ฟอาหารที่ ภัตตาคาร Bay arena ที่ซึ่งมีการสร้างความร่วมมือกับเกษตรกรในการเติมกล่องอาหารที่ โกดังของ F.E.E.D. ที่ Petaluma และจุดกระจายของในเขตอื่นๆ

“ระบบอาหารของพวกเรา มีความหลากหลายอย่างเต็มที่” Tim Page ผู้ก่อตั้งร่วม และเป็นบุคคลที่มีวิสัยทัศน์ผสานกับทักษะนักธุรกิจ “พวกเรามีฟาร์มขนาดเล็กเป็นพันๆแห่ง แต่พวกเราไม่มีโครงสร้างพื้นฐานที่จะสนับสนุนพวกเขา  นั่นคือสิ่งที่ F.E.E.D. จะสร้าง ตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงภัตตาคารมาสนับสนุนธุรกิจของ CSA จำนวนกล่องอาหารที่คนต้องการเพิ่มจาก 90 กล่อง ไปขึ้นไปถึง 450 กล่อง เป้าหมายของเราคือ 1800 กล่องหรือมากกว่านั้น

“ฉันเติบโตมาใน L.A. ที่ซึ่งฟาร์มทุกแห่งกำลังจะเจ๊ง ถ้าประชาชนทั่วไปยังไม่เข้าใจความสำคัญของมัน” Page กล่าว

อาหารคือปัจจัยพื้นฐาน

ความเข้าใจถูกฉายภาพออกมาในตลาดเกษตรกร Sonoma ที่ซึ่งตอนนี้ปฏิบัติงานอย่างเข้มงวดตามมาตรการรักษาความปลอดภัยจากไวรัส “พวกเราคิดว่า F.E.E.D. กำลังช่วยเหลือเรา”  Candy Wirt รองผู้อำนวยการของฟาร์ม Paul’ Produce ฟาร์มที่ตั้งใน Sonoma กล่าวว่า
เธอช่วยเหลือเรื่องการขายของเราทั้งหมด โมเดล CSA สามารถนำมาแปลงให้เหมาะกับ Paul’s และฟาร์มอื่นๆทั่วประเทศ

การติดตาม CSA คือการเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค เพื่อความแน่นอน มันหมายถีงการกินอะไรตามฤดูกาลและเรียนรู้ที่จะกินผักที่ไม่คุ้นเคย แต่มันเป็นการเปลี่ยนแปลงที่คนจำนวนมากต้องร่วมกันทำตอนนี้ เพราะว่าคำสั่งกักตัวอยู่บ้าน “ประชาชนเพียงแค่ต้องเรียนรู้การทำอาหารใหม่อีกครั้งแทนที่จะออกไปกินข้าวนอกบ้าน  Judir Redmond เจ้าของร่วมของฟาร์ม Full Belly ใกล้ เมือง Sacramento

“เรามีทางออกในข้อตกลงใหม่ร่วมกันของ CSA”  Perrotti ฟาร์มครอบครัว Coyote ได้กล่าวว่าความหวังของฉันคือได้เห็นแผนการที่เป็นรูปธรรมแทนที่จะกลับไปเป็นเหมือนก่อนหน้านี้ ฉันหวังว่าความสำคัญของการทำฟาร์มท้องถิ่นจะมาอยู่หน้าสุด

ฟาร์มกับอนาคต

เพื่อที่จะช่วยธุรกิจของเกษตรกรรายย่อยให้สามารถอยู่ได้ในช่วงวิกฤติ พันธมิตรในชุมชนได้ให้คำปรึกษาสำหรับกระตุ้นยอดขาย  การอุดหนุนราคาสินค้าให้กับฟาร์มขนาดใหญ่ที่มีปริมาณไม่มาก หรือเพือที่จะซื้ออาหารจากธนาคารอาหารในที่ห่างไกล ขณะที่เกษตรกรท้องถิ่นไม่สามารถขายสินค้าได้ Wiig กล่าว พวกเราต้องการให้ธนาคารอาหารซื้ออาหารจากฟาร์มท้องถิ่น

อ้างอิงจาก Feeding America เครือข่ายธนาคารอาหารของอเมริกา พบว่า นี่ดูเหมือนจะเป็นสถานการณ์ที่ได้ประโยชน์ทั้งคู่ อาหารนับล้านตันกำลังถูกปลูกอยู่ในดินเพื่อให้คนกว่า 60 ล้านคนที่กำลังหิวโหยได้กิน  โดยมีคนถึง 17 ล้านคน ที่เริ่มอดอยากตั้งแต่เริ่มมีการระบาด

“แต่มันมีความซับซ้อนอยู่” David Goodman จากธนาคารอาหาร Redwood Empire  กล่าวอย่างเรียบง่าย “พวกเรากระจายผลผลิต 9.5 ล้านตันในแต่ละปี โดยราคาผลผลิต 9 เซนต์ต่อปอนด์ ค่าขนส่ง 3 เซนต์ต่อปอนด์  เลี้ยงผู้คน 82,000 คน มันเลยดูหรูหราที่จะมีแนวโน้มคนในท้องถิ่นต้องการซื้อผลผลิตจากท้องถิ่น

“เรื่องที่ไม่น่าพูดถึงเป็นสาเหตุบางส่วน เพราะว่าระบบธนาคารอาหาร ถูกทำให้ซับซ้อนในระบบการทำงานของราชการ  USDA ตัดสินใจว่าจะซื้ออะไรจากที่ไหน เพราะว่าระยะทางระหว่างเมือง เจ้าหน้าที่รัฐมีแนวความคิดนิยมให้ผลิตอาหารที่มีอายุยืนนาน อย่างอาหารกระป๋อง อาหารแปรรูป หรือผลผลิตที่เก็บได้ยาวนานอย่างแอปเปิ้ล หรือมันฝรั่ง  ถ้าอาหารท้องถิ่นเป็นอะไรที่เราต้องการ พวกเราก็จำเป็นต้องเพาะปลูก” Goodman กล่าว

การที่จากแผนเยียวยาจากภัยพิบัติระยะสั้น จะกลายเป็นแผนเสริมความเข้มแข็งในระยะยาว Michael Dimmock ประธานของ Roots of change องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร นั้นให้คำปรึกษาสำหรับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของระบบอาหารของ California   เพื่อให้เกิดการ
เตรียมตัวเกี่ยวกับระบบอาหารอย่างจริงจังมากขึ้นสำหรับภัยพิบัติในอนาคต

Dimock กล่าว “รัฐบาลต้องเข้ามีส่วนเกี่ยวข้อง”  Root of changes ซึ่งปัจจุบันได้ให้คำปรึกษาสำหรับการเก็บภาษีเครื่องดื่มที่อุดมไปด้วยน้ำตาล เพื่อจะช่วยในการจ่ายบิล

Dimock กล่าวว่า “รัฐต้องเปลี่ยนแปลงแนวความคิดสำหรับฟาร์ม เพื่อที่จะให้มีแผนสำหรับการเผชิญหน้ากับภัยพิบัติทั้งหลายที่จะเพิ่มขึ้น ไม่ใช่แค่เพียง การแพร่ระบาดไวรัสทั่วโลก แต่ยังมีไฟป่า และภัยพิบัติอื่นๆที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ
เราต้องตั้งคำถามว่า เราจะมีแผนอย่างไรในอีกหลายเดือนข้างหน้าที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงจากความต้องการที่แท้จริง ความหวังของผมคือ เราจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่มากกว่านี้”

อาหารเป็นปัจจัยสำคัญ ขณะที่เกษตรกรยังไม่ได้เผชิญหน้าผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของไวรัส การร่วมงานกัน และการเชื่อมโยงเครือข่ายคนรากหญ้าท้องถิ่น สามารถที่จะเป็นมุมหมายของการเริ่มต้นใหม่ของเศรษฐกิจของแรงงาน

แหล่งที่มาของข้อมูล

  • https://www.yesmagazine.org/environment/2020/05/21/coronavirus-food-local-farm-movement/

You may also like