Home บทบาทเกษตรในเมือง สวนผักในเมืองและชานเมืองของ Quito ที่ช่วยตอบสนองภาวะวิกฤติ COVID-19

สวนผักในเมืองและชานเมืองของ Quito ที่ช่วยตอบสนองภาวะวิกฤติ COVID-19

 

 

จากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้โลกตกอยู่ในภาวะวิกฤติสุขภาพ ที่ซึ่งอาจจะเปลี่ยนรูปแบบของเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ไปตลอดกาล

ผู้คนหันมาสนใจผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดอย่างกว้างขวาง ทั้งเรื่องการใช้ชีวิตและรายได้ที่หายไปของคนเปราะบาง การลดลงของความต้องการบริโภคธุรกิจภาคบริการ และการหยุดชะงักของระบบการผลิต ทั้งหมดเป็นผลมาจากมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคม (social distancing) ภาคเอกชนกำลังพบเจอกับการหยุดชะงักจากมาตรการฉุกเฉิน ที่บ่อยครั้งถูกสั่งลงมาจากหน่วยงานที่มีอำนาจออกนโยบายได้ และไม่สามารถแก้ไขปัญหาอะไรในระดับท้องถิ่นได้เลย

คนที่เดือดร้อนมากที่สุดจาก COVID-19 คือ คนจนที่มีปัญหาสุขภาพ ก็เหมือนกับเรื่องที่คนไม่มีสิทธิในการเข้าถึงน้ำสะอาดซึ่งเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ซ้ำเติมปัญหาด้านสุขภาพ การแพร่ระบาดของโรคจึงเป็นการแสดงถึงความสำคัญอย่างยิ่งยวดของการเปลี่ยนแปลงตรรกะที่หนุนเสริมระบบการเกษตรในปัจจุบัน ที่ซึ่งพวกตรรกะเหล่านี้กลายเป็นสิ่งที่แยกที่ดินออกจากวัฒนธรรมท้องถิ่น (Altieri & Toledo, 2011; Holt-Gimenez, Altieri, & Rosset, 2006; Shiva, 2020) เรามีความต้องการเร่งด่วนที่จะต้องปฏิรูประบอาหาร ผ่านผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียจากหลายภาคส่วนและจากทุกระดับ ซึ่งจะทำให้เข้าถึงปัญหาที่ทั้งหลากหลายและซับซ้อนของระบบอาหาร และการแก้ไขปัญหาที่เป็นไปได้จริง เข้าถึงได้ทุกคนและตลอดเวลา อีกทั้งอาหารที่ผู้คนบริโภคต้องมีคุณค่าทางอาหาร  (Haddad et al., 2020)

 

ระบบอาหารในเขตเมือง

Quito เป็นส่วนหนึ่งของการทำงานร่วมกันของ RUAF และ FAO ในกรอบแนวคิดการพัฒนาระบบอาหารในเขตเมือง (CRFS) ในช่วงเวลาปี 2015-2018  โดยทำงานเรื่องการวิเคราะห์ระบบอาหาร การประเมินผลที่ครอบคลุมและการตั้งที่ปรึกษาสำหรับเรื่องระบบอาหาร การเกษตร กับความเปราะบาง เมื่อเราต้องเผชิญเรื่องปัญหาสภาพอากาศ ภูเขาไฟระเบิด แผ่นดินไหว แผ่นดินถล่ม ซึ่งความเปราะบางในการเผชิญกับความกดดันของมนุษย์ ซึ่งเป็นผลมาจากรูปแบบการบริโภค ผลผลิตทางการเกษตร อุตสาหกรรมใหม่ และการพัฒนาที่อยู่อาศัย เช่นกันกับวิกฤติทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง เพื่อที่จะแก้ปัญหา พวกเราต้องเพิ่มสถานการณ์วิกฤติของระบบทั้งหมดของโลกในระหว่างการเผชิญหน้ากับการแพร่ระบาด

CRFS เน้นการเข้าถึงความต้องการที่จะระบุตำแหน่งแห่งที่ของการเปลี่ยนแปลงระบบอาหารอย่างเป็นระบบ
ใน Quito ลำดับการเพิ่มขึ้นของความตื่นตัว และ งานอีเวนท์ที่มีคนทำงานจำนวนมากถูกยึดออกไป คนที่ทำงานขับเคลื่อนจากทั้งวงการระบบอาหาร และยังแสดงผลถึงรูปแบบแพลตฟอร์มของผู้มีส่วนได้เสีย อนุสัญญาอาหารจากการเกษตรของ Quito (PAQ) ในปี 2017 และการเซ็นสัญญากฎบัตรอาหารในปี 2018  และจากการวิเคราะห์ระบบอาหารเชิงลึก

PAQ มีจุดมุ่งหมายในการปฏิบัติการสำหรับระบบอาหารที่ยั่งยืนๆ รวมถึงการพัฒนานโยบายอาหารสำหรับเมือง และสนับสนุนหนทางการเปลี่ยนแปลง อาหารถูกผลิต ผ่านกระบวนการขนส่งและบริโภค และการจัดการขยะ  ในปี 2019 เทศบาลเมือง Quito ได้ยึดเอาข้อเสนอของ PAQ ที่ซึ่งมองหาการยอมรับเพื่อที่จะกลายเป็นบทบัญญัติทางกฏหมาย และสำหรับ PAQ จะถูกรวบรวมให้เป็นที่ปรึกษาเรื่องอาหาร

ยุทธศาสตร์ด้านอาหารของ Quito คือเครื่องมือสำคัญสำหรับการวางแผนฟื้นฟูของอาหารในเมือง สำหรับเหตุผลนี้ มันจึงถูกให้ความสำคัญที่จะดำเนินการวิเคราะห์ความเปราะบางของระบบอาหารด้วยการสนับสนุนจากโครงการพื้นที่ชุ่มน้ำและระบบนิเวศ ของ CGIAR และ RUAF  การประเมินผลครั้งนี้ ได้ให้ข้อมูลเชิงลึกที่ใหม่และน่าสนใจ ที่จะนำพาคนเมืองให้ยอมรับยุทธศาสตร์การฟื้นฟูสำหรับระบบอาหารของ Quito โดยการซ้อนทับของระดับในขนาดที่แตกต่างกัน (จากระดับท้องถิ่นสู่ระดับโลก) นำมาซึ่งการบูรณาการสู่มิติความมั่นคงของอาหารที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น และยังเชื่อมโยงภายใต้ระบบอาหาร การระบุถึงจุดอ่อนที่ต้องมีการพูดถึงเพื่อนำไปสู่การสร้างแผนเยียวยาฟื้นฟู

สิ่งที่ทำในช่วงวิกฤติ COVID-19

การจัดการกับผลกระทบของวิกฤติ COVID-19 ในระบบอาหารของ Quito ที่ต้องการทั้งแผนระยะสั้น แผนที่ยั่งยืน และแผนการทำงานระยะยาว มันมีความจำเป็นที่ต้องติดสินใจถึงบทบาทเกษตรในเมืองที่สามารถทำได้ในการพัฒนาชุมชน และในการเสริมความเข้มแข็งของความสัมพันธ์ระหว่างสังคมและเศรษฐกิจ ผ่านการริเริ่มจากสิ่งใกล้ตัว เช่น สิ่งแวดล้อม การบริโภคอย่างยั่งยืนและมีความรับผิดชอบ องค์กรทางสังคม ความกลมเกลียวกัน และความสัมพันธ์ทางสังคม ที่แม้จะต้องมีการคิดใหม่ เพื่อที่จะนำไปพัฒนาแผนระดับเทศบาลที่ต้องการให้มีเว้นระยะห่างทางกายภาพ และลดการสัมผัส ต้องได้รับการพัฒนา

เราไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีระบบอเนกประสงค์ที่มากกว่าไปนี้แล้ว เรามีความสามารถในการปรับตัวสู่โลกใบใหม่และการหมุนเวียนในระบบท้องถิ่นได้ดีกว่าเดิมมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบสังคม ความแตกต่างของระดับขนาดของระบบอาหารจากภาคเกษตร (ชุมชนเพื่อนบ้าน เขต เทศบาล เมือง ประเทศ และโลก) แต่ละอย่างมีการขับเคลื่อนของมันเอง มีคนขับเคลื่อน มีความสัมพันธ์ มีปัญหา และการแก้ไขปัญหาที่จะต้องมีการระบุวิธีการแก้ไขที่เฉพาะเจาะจง แม้กระทั่งมีการเชื่อมโยงในแต่ละระดับต่างๆ (Jácome et al. 2020)

รัฐบาลท้องถิ่นใน Quito ออกมาตรการหลายอย่าง เพื่อสร้างความมั่นใจว่าการจัดส่งอาหารเข้าสู่เมืองจะดำเนินการได้ดีตลอดระยะเวลาของวิกฤติ Covid-19  เช่น

  • เพิ่มการทำงานเกี่ยวกับตลาดขายส่งและการกระจายสินค้าปลีก
  • แนะนำการควบคุมราคา และการคาดการณ์ผลกำไร
  • จำกัดชั่วโมงการซื้อสินค้าในตลาดเทศบาล
  • นำมาตรการป้องกันทางชีวอนามัยสำหรับคนทุกกลุ่ม
  • สร้างความร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อให้ร้านค้าใกล้บ้านในชุมชนกลับมาเปิดอีกครั้ง (ปัจจุบันเปิดเพียง 45 %)
  • สร้างที่พักสำหรับคนไร้บ้าน (เป็นผู้อพยพชาวเวเนซูเอล่าจำนวนมาก)
  • ควบคุมการขายนอกระบบอย่างเคร่งคัด ( 47% ของแรงงานชาวเอกวาดอร์เป็นแรงงานนอกระบบ ,INEC 2020)
  • มีคำสั่งอนุญาตพิเศษสำหรับพาหนะที่ขนส่งอาหารช่วงล็อคดาวน์ ตลอดจนคนทำงานสาธารณะสุข ตำรวจ พนักงานดับเพลิง เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และเจ้าหน้าที่บริการด้านพื้นฐานต่างๆ ส่วนประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้มีหน้าที่ตามที่กล่าวมาอนุญาตให้ใช้พาหนะในการเดินทางอาทิตย์ละหนึ่งครั้งตามเวลาที่จำกัด
  • ส่งอาหารให้แก่ผู้เปราะบางที่ลงทะเบียนไว้กับโครงการเพื่อสังคมของเขตเทศบาล

ระบบข้อมูลสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (GIS) ของระบบอาหาร Quito สร้างขึ้นจากการสนับสนุนของ RUAF และ WLE ในปี 2018 ได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์อย่างมากในการอธิบายปัญหาเรื่องอาหารให้เห็นเป็นภาพในช่วงวิกฤติ Covid-19  อาทิ การนำแผนที่ไปใช้ระบุกลุ่มคนที่ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด  และ Quito ยังมีส่วนร่วมโครงการทดลองของสัญญานโยบายอาหารในเมือง Milan (MUFPP) ในปี 2019 เพื่อหาตัวชี้วัดที่ใช้ทำความเช้าใจความต้องการของคนเมืองในการรับมือภาวะฉุกเฉินที่เกิดจาก COVID-19 ภายใต้จุดมุ่งหมายที่ตั้งไว้เพื่อการแก้ปัญหาการบริโภคอย่างยั่งยืนและการสร้างอาหารที่ดีต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม พร้อมกันนั้น ยังพัฒนาการเชื่อมโยงระหว่างเมืองและชนบทไปด้วยกัน

ภาคเอกชนเล่นบทผู้บริจาคและเป็นส่วนหนึ่งของการขนส่งอาหาร ในการทำงานร่วมกับเทศบาล ธนาคารอาหารของ Quito และองค์กรอนามัย  ขณะเดียวกันการตอบสนองของการเคลื่อนไหวทางสังคมได้ถูกทำให้เข้มแข็งขึ้น โดยเฉพาะเรื่องความสามารถในการขายอาหารโดยตรงจากผู้ผลิตสู่ห้องครัวคนเมืองอาทิตย์ละครั้งผ่านการส่งตะกร้าอาหาร นี่ถือว่าเป็นความพยายามที่จะกระจายแหล่งอาหารที่สำคัญสำหรับการแก้ไขปัญหาการจำหน่ายสินค้า

หนึ่งในมาตรการที่รัฐบาลท้องถิ่นปรับใช้เพื่อหลีกเลี่ยงกลุ่มคน คือการจำกัดการใช้ที่สาธารณะ เช่น สวนสาธารณะ
ที่ทำการเทศบาล รวมถึงการขายอาหาร ซึ่งมันส่งผลคต่องานเกษตรนิเวศของ Quito (Bioferias) ที่ซึ่งเกษตรกรในเมืองจะมาขายผลผลิต อย่างไรก็ตาม การจำกัดต่างๆได้นำเราไปสู่การคิดใหม่ว่าเส้นทางการผลิตถูกทำให้เป็นเรื่องของ
การโฆษณา การพุ่งเป้าไปที่ชุมชนและสภาพแวดล้อม เนื่องจากเครือข่ายเกษตรกรในเมืองสามารถก้าวข้ามปัญหาเรื่อง
การขนส่งสำหรับตะกร้าอาหารที่จัดส่งตามบ้าน ในทางนี้ การทำเกษตรในเมืองสามารถกลายเป็นปัจจัยพื้นฐานสำหรับการผลิตอาหารเพื่อช่วยเหลือกลุ่มครอบครัวเปราะบาง และเพื่อนบ้านที่ยากจน ซึ่งจากความต้องการมันต้องมีการผลักดันกันอีกในแผนยุทธศาสตร์ฟื้นฟูเยียวยาระบบอาหารของ Quito

 

การช่วยเหลือของสวนผักในเมืองและกึ่งเมือง

ด้วยความใกล้เคียงกันกับข้อเสนอในยุทธศาสตร์การฟื้นฟูระบบอาหาร Quito  สวนผักในเมืองและชานเมืองได้เสนอวิธีการแก้ไขปัญหาข้อตกลงทางอาหารซึ่งเกิดจาก COVID-19 โดยมีระดับของมาตรการที่หลากหลาย แต่ทั้งหมดจะมุ่งเน้นไปที่อาหารสุขภาพ มีความหลากหลาย และไม่ขาดตอนสำหรับครอบครัวผู้ผลิต เสริมด้วยผลิตภัณฑ์ที่ถูกขายผ่าน 3 ช่องทาง

  • ช่องทางแรก การขายหน้าร้านปกติสำหรับของที่เก็บเกี่ยวเอาไว้แล้ว (แรดดิชไม่กี่มัด มะเขือเทศ มันฝรั่งไม่กี่กิโลกรัม บรอคคอลี่ กะหล่ำปลี ผักกาดหัวสองหัว ไก่ และอื่นๆอีก)
  • ช่องทางที่สอง ขายตะกร้าใส่อาหารรายอาทิตย์ โดยจะประกอบไปด้วยรายการสินค้าตามฤดูกาล 10-15 ชนิด เช่น ไก่ หมู ไข่ โดยสินค้าจะมาจากในชุมชนใกล้เคียงกันส่งตรงถึงครอบครัวที่สั่งของ
  • ช่องทางที่สาม ขายแบบกำหนดจำนวนและการเลือกผลผลิตผ่านระบบห่วงโซ่อุปทาน การซื้อขายจะถูกทำโดยกลุ่มบุคคลที่สามที่ซึ่งสร้างขึ้นมาเพื่อติดต่อกับผู้บริโภค และจัดตะกร้ามารวมกันด้วยการเสริมผลิตภัณฑ์ที่มาจากหลากหลายผู้ผลิต และส่งตรงถึงบ้าน

สวนผักในเมืองของ Quito มีความสามารถในการผลิตอาหารเพื่อสุขภาพถึงปีละ 1.35 ล้านกิโลกรัม โดย 57 % (769,000 กิโลกรัม) ถูกบริโภคโดยเกษตรกรและครอบครัวของพวกเขา ส่วนอีก 43 %  (581,000 กิโลกรัม) ได้ถูกขายผ่านระบบห่วงโซ่อุปทานสั้นๆ โดยแต่ละอาทิตย์ อาหารที่สดและดีต่อสุขภาพจำนวน 11 ตัน จะถูกส่งไปยังกลุ่มเพื่อนบ้านที่มีเปราะบางมากที่สุดในเมือง

การเปลี่ยนแปลงช่องทางการกระจายสินค้าเพื่อพัฒนาความยืดหยุ่นของระบบอาหารที่แปลงไปได้มากกว่าความสัมพันธ์ทางตรงระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภค และยังเป็นการเตือนคนที่ต้องการจะบริโภคผลไม้และผักจำนวนคงที่ในทุกๆวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผลผลิตจากระบบเกษตรนิเวศน์ (อย่างน้อยคนเหล่านี้ก็ตระหนักถึงการเชื่อมโยงกันระหว่างเมืองและชนบท และสิทธิในการเข้าถึงอาหารที่ดีต่อสุขภาพ การระบาดของ COVID-19 จะช่วยทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของแพลตฟอร์ม e-commerce ในภาคการเกษตรและอย่างไม่ต้องสงสัย

ระหว่างช่วงเวลาวิกฤติ ผู้เปราะบางต้องเผชิญหน้ากับการสูญเสียรายได้ของครอบครัวไปกับการซื้ออาหาร โดยในประเด็นนี้ต้องการความสนใจอย่างเร่งด่วนและจริงจัง สำหรับคนจำนวนมากอื่นๆ ที่อาศัยอยู่ในบริเวณอาหารเยอะ หรือ บริเวณที่อาหารน้อย จะมีประเด็นการเคลื่อนที่ และ/หรือ การจำกัดเวลา การเข้าถึงซูเปอร์มาร์เกต กลายมาเป็นประเด็นใหญ่ที่ทุกคนสนใจ แม้ทรัพยากรทางเศรษฐกิจจะพอเพียง อาหารนั้นก็ยังมีความสำคัญมากที่สุด จากการเป็นส่วนหนึ่งในการตอบสนองต่อภาวะวิกฤติ COVID-19 การทำเกษตรในเมืองสามารถบรรเทาผลกระทบของความมั่นคงทางอาหาร และการเป็นอยู่ของประชาชน

การระบาดของโรคนั้นเปิดเผยความเปราะบางของระบบที่จำเป็นของโลก และความเปราะบางของระเบียบสังคมกับนิเวศวิทยา และโดยปราศจากข้อสงสัย COVID-19 เรียกร้องให้มนุษย์ทุกคนหันกลับมาคิดถึงวัฒนธรรมการบริโภค โมเดลการพัฒนาทุน และหนทางที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติ

 

บทความวันที่ 11 พฤษภาคม 2563

ผู้เขียน : Alexandra Rodríguez, Head of the Participatory Urban Agriculture Project AGRUPAR, Economic Promotion Agency CONQUITO

ที่มา : https://ruaf.org/news/how-quitos-urban-and-peri-urban-gardens-contribute-to-the-covid-19-response/

 

You may also like