Home บทบาทเกษตรในเมือง Wunderfarms สวนผักในเมือง St.Petersburg ที่กำลังเติบโตและการกลับมาช่วยเหลือกันในชุมชน

Wunderfarms สวนผักในเมือง St.Petersburg ที่กำลังเติบโตและการกลับมาช่วยเหลือกันในชุมชน

“พวกเขาคือ James Dean แห่งสวนผัก เขากำลังพาชมที่ดินเล็กๆที่ใช้เพาะปลูกใน Edgemoor ที่ซึ่งใบของต้นผักกาดแก้วจากพื้นดินเปียกชื้นที่เต็มไปด้วยสีสันสดใสดูเหมือนไม่จริงของสีของเหล้าและลูกพลัม   ”   Ray Wunderlich III กล่าวและยังเสริมว่า  “ มันเป็นชีวิตที่สวยงามแต่มีชีวิตสั้นๆ”

พวกเรากำลังยืนอยู่ตรงผักสลัดคอสตอนนี้ โดยพวกเราได้เดินผ่านเคล ผักชีลาว สวิสชาร์ด กวางตุ้งญี่ปุ่น ผักชี และพืชที่มีลำตัว ใบสีเขียว อย่างกวางตุ้งฮ่องเต้  ในมุมหนึ่งของสวนนั้นมีมะเขือเทศขนาดเท่าเล็บมือ ที่ซื่งอาสาสมัครของสวนใช้กินเล่นเหมือนลูกกวาด ถัดจากนั้นก็จะเป็นมะเขือเทศที่ลูกใหญ่กว่ากำลังสุกอยู่ภายใต้ท้องฟ้าสีเทา

“มะเขือเทศสำหรับเรามันเป็นการทดลองใหม่ทุกครั้งที่ปลูก พวกมันไม่ยอมถูกควบคุม”  Wumderlich กล่าว

ณ บ้านเลขที่ 116 ถนน Hampton Ave. ในเมือง St.Peterburgs เป็นหนึ่งในสี่จุดที่ Wunderlich ใช้เป็นที่ดูแล Wunderfarms อีก 57 แห่งที่ซึ่งสวนผักของชุมชน และได้ทำงานร่วมกับ the Friends of Boyd Hill Nature Preserve มาตั้งแต่ปี 2011 พวกเขาสร้าง Wunderfarms ขึ้นมาครั้งแรกในสวนที่ Boyd Hill โดยภารกิจของ Wunderlich คือโปรโมตให้การทำเกษตรในเมืองกลับเข้ามาอยู่ในชุมชน

สวนผักถูกวางโครงสร้างตามโมเดลการเกษตรสนับสนุนชุมชน ถึงแม้ว่า Wunderlich จะเรียกในเวอร์ชั่นของเขาเองว่า “CSA lite” ซึ่งอ้างอิงมาจากโมเดลฟาร์มหรือสวนผักที่ได้รับการสนับสนุนโดยกลุ่มคนที่ซื้อหุ้นของผลผลิตและแบ่งผลผลิตตามสัดส่วนหุ้น โดยปกติจะขึ้นอยู่กับน้ำหนักในวันเก็บเกี่ยวผลผลิต ขณะที่ Wunderlich ได้มีผู้ถือหุ้นจำนวนหนึ่งที่ขายหุ้นผลผลิตให้แก่ร้านอาหาร เช่น Squeeze Juice Works และ Love Food Central  แต่โดยผลผลิตส่วนมากจะถูกนำไปใช้เป็นอาหารให้กับผู้หิวโหยและคนไร้บ้าน

แหล่งข่าวของ Tampa Bay รายงานว่า ประชากร 144,350 คนหรือคิดเป็น 15.7 เปอร์เซน ของประชากรทั้งหมดใน Pinellas County นั้นไม่มีความมั่นคงทางอาหาร และจากรายงานของกระทรวงเกษตรของสหรัฐอเมริกา ทั่วทั้งประเทศสหรัฐอเมริกานั้นมีบ้านที่ไม่มีความมั่นคงทางอาหารถึงร้อยละ 12.3 จากจำนวนบ้านทั้งหมดในปี 2016   ซึ่งหมายความว่า ตลอดทั้งปีจะมีพื้นที่บางจุดที่ไม่สามารถเข้าถึงอาหารได้

Wunderlich รักษาอัตราส่วน ร้อยละ 50 ของผลผลิตทั้งหมดนั้นเอาไปบริจาคแก่องค์การกุศลท้องถิ่น เช่น St. Vincent de Paul หรือ the Daystar Life Center  ส่วนที่สองร้อยละ 30 นั้นเก็บไว้เป็นรายได้ ส่วนร้อยละ 20 สุดท้ายใช้จ่ายเป็นค่าแรงงานในสวนผัก  ในปี 2017 ครึ่งหนึ่งของผลผลิตสดๆทั้งหมดนั้นมากกว่า 1000 ปอนด์  ในหลายปีที่ผ่านมาจำนวนเพิ่มสูงขึ้น เช่นในปี 2015 เคยได้ผลผลิตถึง 4000 ปอนด์

Wunderlich เป็นนักวิ่งตัวยง เขาวิ่งเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ซึ่งจะเป็นฟาร์มแห่งแรกของเขาที่ Boyd Hill เขาอธิบายว่าเจอวัชพืชปนทรายและระบบสปริงเกอร์เก่า ขณะวิ่งเหยาะ ๆ ผ่านเขตอนุรักษ์ มันเคยเป็นสวนของเรนเจอร์โดย Wunderlich บอกว่าเขายินดีที่จะชุบชีวิตมัน โดยตอนนี้นักการศึกษาด้านสุขภาพที่เกษียณอายุแล้วเป็นผู้ดูแลรุ่นที่สามที่เป็นชาว St.Petes ดั้งเดิม โดยเขาได้ดูแลสวนสี่แห่งได้แก่ที่ Boyd Hill นอกถนน 31st S;Edgemoor ใกล้หัวมุม 62nd Avenue NE และ First Street N; สวนบนถนน Oakdale ทางตอนใต้ของเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก และอีกแห่งหนึ่งใน Woodlawn ที่ 12th Street และ 26th Avenue N สวนทั้งสี่แห่งนี้มีผลิตผลมากกว่า 2,000 ปอนด์ในปี 2017

พวกเราคุยกันเกี่ยวกับเรื่องนี้ ขณะที่นั่งอยู่บนท้ายของรถกระบะ Ford F-150 ของ Wunderlich พวกเราแค่กำลังเข้ามาในสวนผักในเมืองและอนาคตของมันใน St.Pete  เมื่อเข้าถูกเรียกตัวข้ามมาจากแปลงผักฝั่งตรงข้าม เพราะความดันน้ำมีปัญหา และอาสาสมัครต้องการคนช่วยซ่อม

“ต้องการจะเก็บแครอทหรอ” เขาถามฉัน

Robin Wiltshire เดินผ่านพร้อมกับลมพัดโชยมา เธอถือตะกร้าใส่ผลผลิตสีเขียว เธอใส่กางเกงยีนส์เลอะดินกระดำกระด่าง และรองเท้าบูททำสวน เธอตัดผมสั้นทรง Pixie และมีริ้วสีฟ้าและสีม่วงในผมสีน้ำตาลของเธอ  และเธอยุ่งกับสวนผักทั้งวัน ทั้งกลับกองปุ๋ย ชั่งน้ำหนักผัก เก็บกวาดใบไม้ กิ่งไม้ที่ร่วงตามพื้น  ตอนนี้เธอกำลังจะไปช่วยเก็บเกี่ยวผลผลิต

ฉันก้ม ๆ เงย ๆ อยู่กับดินกับฝุ่น ขณะที่อดีตครูโรงเรียนมัธยม Shorecrest วัย 49 ปี ดึงกิ่งไม้ยาวๆสีเขียว และโชว์ผักหัวม่วง ๆ แกว่งไปมาบนดิน เธอบอกฉันว่าจริง ๆ แล้ว แครอทตามธรรมชาติไม่ใช่สีส้ม แต่พวกคนดัตช์เอาไปผสมพันธุ์ใหม่จนเป็นสีส้ม

Jennica Hopkins หนึ่งในอาสาสมัคร เล่าให้ฟังว่า เขาพึ่งได้เห็นกองปุ๋ยที่มีความสูงถึงระดับเอว ซึ่งสามารถบอกได้ 3 เหตุผลว่าทำไมคนถึงเข้ามาเกี่ยวข้องกับ Wunderfarms  ได้แก่  อาสาสมัครที่ชอบงานทางสังคม, คนที่ใจบุญ , คนที่ทำงานหนัก เล่นหนัก ชอบให้ร่างกายเลอะเทอะ อย่างบริสุทธิ์ใจ โดยเธอยก Wiltshire เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดสำหรับคนใจบุญที่มาทำงานที่สวนผัก

ถ้า Wiltshire ต้องการความสำเร็จ มันคงจะทำให้เธอเป็นผู้ช่วยผู้จัดการสวนผักไปแล้ว แต่เธอชอบบอกกับคนอื่นว่าเธอไม่ได้ชอบเรื่องอะไรแบบนั้น เธอชอบทำงานหนัก และเลอะดินเหมือนคนอื่น ๆ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมฉันถึงมานั่งคุกเข่าเลอะดินอยู่ข้าง ๆ เธอ เพื่อขุดเอาหัวแครอทขึ้นมาจากพื้นดิน

ขณะที่ฉันจับกิ่งไม้ที่โคนต้นและดึงหัวบีทสีม่วงลึกลับหน้าตาคล้ายหลอดไฟที่โผล่ออกมาจากดินอย่างระมัดระวัง Wiltshere บอกกับฉันอย่างเบิกบานใจว่า กำลังรักษาพันธุ์แครอทที่สืบทอดกันมา เธอตัดแครอทมาหนึ่งหัวเพื่อมาอวดฉัน แครอทค่อย ๆ เปลี่ยนจากสีม่วง เป็นสีส้ม และเป็นสีเหลือง และเธอได้เอาไปแจกจ่ายให้กับอาสาสมัครเพื่อกินมัน ฉันเดินกลับไปหา Wunderlich พร้อมกับเคี้ยวขนมที่ซึ่งเหมือนดินกับทรายผสมกันในทางที่ดีที่สุด

การทำสวนผักชุมชนนั้นขยายไปมากใน Tampa Bay ตลอดหลายปี เขายังบอก ถึงแม้การเพิ่มขึ้นของการพัฒนาเมือง และการเพิ่มขึ้นพอ ๆ กันของความต้องการอาหารสด ผลผลิตท้องถิ่น และขบวนการเคลื่อนไหวการทำเกษตรในเมือง ที่ซึ่งยังไม่ได้เติบโตมากนักใน St.Pete แต่มันก็มีทางให้ไปต่อ

แต่มีความเป็นไปได้ที่จะประสบความสำเร็จที่นี่ Bill Biodeau ประธานของศูนย์เกษตรในเมืองอย่างยั่งยืนของ St.Peterburg (SUAC) กล่าวในระหว่างสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ Biodeau เคยจัดการสวนผักชุมชนที่ Faith House ตั้งอยู่ที่ Third Avenue and 15th Street N. ตลอด 7 ปี (ปัจจุบันเป็นทรัพย์สินของ St.Pete Eco Village)

นอกเหนือจากบทบาทการนำ SUAC แล้ว Bilodeau ยังสอนการทำเกษตรแบบ Permacilture หลังจากที่ได้ใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตวัยผู้ใหญ่ในการดูแลสวนอย่างมืออาชีพ วิสัยทัศน์ของเขามองเห็นไปมากกว่าการทำเกษตรในเมือง เขามักชอบพูดว่า อยากให้มันมีสวนผักในสถานที่อย่างเมือง Seattle, Portland, Chicago

“มันเป็นทางเลือกเพื่อให้เราคงดำรงอยู่ พวกเรากำลังอาศัยอยู่ในที่ ที่แม้แต่คนทั่ว ๆ ไปไม่รู้แม้แต่ชื่อของเพื่อนบ้าน สวนผักจะทำให้คนกลับมารวมกัน”

Wunderlich คือคนทีทุ่มเทอย่างเท่าเทียมระหว่างสัดส่วนของการทำสวนผักชุมชนกับความต้องการของประชาชน

คุณไม่สามารถสร้างสังคมชนิดที่เป็นรูปธรรม  เขากล่าว สักพัก Bilodeau พาไปชมสวน Edgemor
ทั้งและ Bilodeau และ Wunderlich  นั้นรู้จักกันและกันมากว่าสองทศวรรษ ถึงแม้ว่าทั้งคู่จะไม่เจอกันมาหลายเดือน

ฉันขอตัวออกมาจากทั่งคู่ เพื่อหา Wiltshire คนที่นั่งคุกเข่าอยู่ตรงผักสลัด .

 

 

แปลมาจาก :  https://www.tampabay.com/things-to-do/food/cooking/At-St-Petersburg-urban-farms-Wunderfarms-growing-and-giving-back-go-hand-in-hand_164750369/

 

You may also like