Home เมืองสีเขียว อาหารในเขตชานเมือง : ฟาร์มในเมืองทุกชุมชนสร้างความใกล้ชิดในชุมชน

อาหารในเขตชานเมือง : ฟาร์มในเมืองทุกชุมชนสร้างความใกล้ชิดในชุมชน

ภายในปี 2050 ครัวเรือนในประเทศออสเตรเลียจะเห็นฟาร์มในเมืองได้ทั่วไปตามหลังบ้านของพวกเขา ถ้าหนึ่งในผู้หญิงควีนแลนด์รู้วิธีการทำสวน

มันเริ่มขึ้นใน บริสเบน คุณ Newberry หวังว่าจะสร้างแบรนด์ให้บริสเบนเป็นเมืองอาหารริมแม่น้ำภายในปี 2050

กลุ่มนี้ได้สมัครชิงรางวัล 200,000 ดอลล่าร์ ในการแข่งขันแสดงวิสัยทัศน์ระบบอาหารโลก ที่จัดโดยมูลนิธิ Rockyfeller ที่ซึ่งเขาจะใช้เปิดตัวแผนของพวกเขา
.
“จากผู้เข้าร่วมกว่า 1300 คน พวกเราถูกคัดเลือกให้เหลือ 79 คน และเราได้ปรับแต่งใบสมัครของเรา ดังนั้นเรายังอยู่ในสถานะกำลังดำเนินการ” คุณ Newberry กล่าวกับสถานีวิทยุ ABC บริสเบน

“พวกเรากำลังพยายามที่จะเชื่อมต่อระหว่างผู้คน อาหาร เกษตรกร และการนำอาหารของพวกเขากลับเข้าสู่ชุมชนใหม่อีกครั้ง”

จุดสำคัญ :
โครงการเมืองอาหารบริสเบนวางแผนที่จะสร้างฟาร์มในเมืองซึ่งแต่ละฟาร์มจะตั้งอยู่บริเวณชานเมืองที่มีคนอาศัยอยู่ ซึ่งจะสามารถสร้างการซื้อขายผลผลิตท้องถิ่นที่ ‘ศูนย์รวมอาหาร’ พวกเขาหวังว่ามันจะช่วยเกษตรกรที่มีอายุน้อยกว่าอายุเฉลี่ยของเกษตรกรและสร้างชุมชน และผู้บุกเบิกระบบอาหารของพวกเรา Kylie Newberry ต้องการที่จะเห็นเครือข่ายฟาร์มและตลาดของสวนผักต่าง ๆ เกิดขึ้นทั่วไปทั้งที่ดินของภาครัฐและเอกชนบริเวณชานเมือง

“วิสัยทัศน์ของพวกเรานั้นมองเห็นฟาร์มในเมืองในทุกๆสวนหลังบ้าน ทุกๆ 190 เขตชานเมืองในบริสเบนกำลังที่จะเริ่มต้น”

แผนโครงการที่จะจุดประกายไปทั่วประเทศออสเตรเลีย ในการมองหาการปรับใช้แผนของการทำฟาร์มในหลาย ๆ บริบทของแต่ละสภาพแวดล้อม

 “พวกเรากำลังพูดถึงตลาดสวนผักที่จะอยู่บนที่ดิน 1 ใน 4 เอเคอร์ ปลูกพืชพันธุ์ที่หลากหลายตามฤดูกาล” คุณ Newberry  กล่าว

“ไอเดียนี้เป็นความคิดที่ว่าชาวนาจะสามารถขายสินค้าได้คุ้มค่ากับสิ่งที่เขาปลูก และพวกเราจะมีรังผึ้งในเมืองและสัตว์อีกหลายชนิดเท่าที่เป็นไปได้”

เกษตรกรรุ่นใหม่ที่จะนำพาความเปลี่ยนแปลง

ความสนใจในการทำฟาร์มขนาดไม่กี่เอเคอร์โดยเกษตรคนรุ่นใหม่ยังเป็นสิ่งที่คุณ Newberry เชื่อว่าจะเป็นกุญแจสำคัญสำหรับความมั่นคงทางอาหารในอนาคต

“พวกเรามีที่ดินถูกทิ้งร้างที่มีคนเสนอให้เรา และพวกเรามีคนรุ่นหนึ่งที่สนใจและนั้นมันเยี่ยมมาก อายุเฉลี่ยของคนที่ทำสวนคือ 60 ปี และนั้นพวกเราต้องการแผนฉุกเฉินต้องสำหรับอาหารของเรา”

“เกษตรคนรุ่นใหม่นั้นกลายเป็นเรื่องปกติมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ทำเกษตรในที่ดินเล็ก ๆ และมีการทำสวนที่กระตือรือร้น”

“ระบบอาหารของพวกเราคือเกษตรกรของพวกเรา และพวกเราต้องเริ่มตระหนักถึงคุณค่าของเกษตรกรนำมาให้”

เธอกล่าวว่าโครงการนั้นรวมถึงความเป็นไปได้ที่ชุมชนจะสามารถปลูกผักได้อย่าง่ายดาย

“สิ่งที่พวกเราได้เห็นจากโควิด คือช่องโหว่ขนาดมหึมาที่ปรากฏขึ้นมาในห่วงโซ่อาหารของพวกเรา” คุณ Newberry บอก

“ด้วยการนำอาหารกลับสู่เมืองของเรา มันจะสร้างความยืดหยุ่นและเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารมากขึ้น”

ศูนย์รวมอาหารเพื่อการสร้างชุมชน

ส่วนหนึ่งของโครงการคือการจัดตั้งศูนย์กลางในการรวมอาหารในเขตชานเมืองที่จะขายผลผลิตท้องถิ่นและทำให้คนถอยห่างจากโมเดลซูเปอร์มาร์เกตมากขึ้น

“ในวิสัยทัศน์ของพวกเรา คือหัวใจคือชุมชน และผู้คนจะรู้ว่าเกษตรกรจะนำพาชุมชนไปด้วยกัน” คุณ Newberry กล่าว

“พวกเราต้องการให้ทุก ๆ ชุมชนมีสวนผักในเมือง”

กลุ่มของเราจะได้รับการสนับสนุนในช่วงต้นเดือนสิงหาคม ถ้าพวกเขาประสบความสำเร็จในกองทุนระดับโลก


ที่มา :
https://www.abc.net.au/news/2020-07-02/urban-farm-in-every-backyard-by-2050/12415328

You may also like