Home สวนผักชุมชน 📣📣ทำสวน ปลูกผัก สร้างอาหาร สร้างความสัมพันธ์ ปลุกความมั่นคง (สวนผักริมคลอง@บางมด) 📣📣

📣📣ทำสวน ปลูกผัก สร้างอาหาร สร้างความสัมพันธ์ ปลุกความมั่นคง (สวนผักริมคลอง@บางมด) 📣📣

สวนผักคนเมืองชวนไปรู้จัก โครงการเกษตรในเมืองตามรูปแบบวิถีชีวิตของคนริมคลองในพื้นที่ริมคลองบางมด หรือที่คนทำงานเรียกกันติดปากว่า “สวนผักริมคลองบางมด” เพราะด้วยที่ตั้งของสวนผักแห่งนี้อยู่ติดริมคลอง ต้องเดินเท้าตามสะพานปูนเล็กๆ หรือไม่ก็นั่งเรือลัดเลาะตามคลองบางมดไปเท่านั้น จึงจะไปถึงสวนแห่งนี้ได้

โครงการสวนผักคนเมืองได้มีโอกาสรู้จัก ทำงานร่วมกับกลุ่มคนรุ่นใหม่กลุ่มนี้ เมื่อช่วงการแพร่ระบาดของโรค-19 รอบแรก เมื่อช่วงพฤษภาคม 2563 ผ่านภารกิจ แปลง. ปลูก. ปัน. สนับสนุนการเข้าถึงอาหารด้วยการสร้างพื้นที่อาหาร ในกลุ่ม/ชุมชนที่มีความเปราะบางด้านอาหารอันมาจากผลกระทบจากวิกฤตโควิด ซึ่งก่อนหน้านั้น น้องๆ ก็มีการรวมกลุ่มกันของเพื่อนร่วมงานที่สนใจงานพัฒนาสังคม และมีความสนใจเรื่องการพึ่งตนเอง การสร้างความมั่นคงทางอาหารมาก่อนแล้ว จึงลงขันกันเช่าบ้านพร้อมที่ดินขนาด 3 ไร่ ที่มีบ่อน้ำขนาดใหญ่ และพื้นที่ว่างสามารถจัดสรรพื้นที่สำหรับปลูกผักสวนครัวได้ 150 ตารางเมตร และพวกเขายังมีความฝัน ความหวังร่วมกันว่านอกจากจะสามารถสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับกลุ่มสมาชิกแล้ว ยังฝันไกลไปถึงการตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้การปลูกผักในเขตชานเมือง ที่นำเสนอรูปธรรมของการปลูกผัก เลี้ยงปลา เลี้ยงไก่

ช่วงแรกที่เราลงพื้นที่พร้อมวิทยากร แปลง. ปลูก. ปัน. พบว่า พื้นที่สวนเกษตรแห่งนี้ยังไม่สามารถทำเกษตรกรรมได้มากนัก อาจจะด้วยความรู้ ความเข้าใจด้านการทำเกษตรในเมือง และลักษณะเฉพาะของพื้นที่ตรงนั้นเป็นพื้นที่ที่น้ำทะเลท่วมถึง มีน้ำเค็ม น้ำกร่อยดันเข้ามาในพื้นที่ ทำให้เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเพราะปลูกในช่วงเวลานั้น ในช่วงนั้นโครงการสวนผักเมือง ได้สนับสนุนปัจจัยการผลิตพื้นฐานสำคัญ อาทิ ดินพร้อมปลูก ปุ๋ยหมักจากเศษอาหาร เมล็ดพันธุ์อินทรีย์ อุปกรณ์การเกษตรที่จำเป็น รวมถึงมีวิทยากรด้านเกษตรในเมือง ลงพื้นที่จัดอบรมให้ความรู้เรื่องการปลูกผัก การทำปัจจัยการผลิต เพื่อติดอาวุธ เสริมทักษะ ความรู้ ความเข้าใจด้านการเพาะปลูกให้กับสมาชิก ในระยะเวลา พ.ค. – ส.ค. 63

และด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ จากการเรียนรู้ นำไปสู่การลงมือทำโดยทันที ในระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือน จากพื้นที่โล่งๆ ก็เต็มไปด้วยพืชผักที่กำลังเจริญเติบโตงอกงาม มีผลผลิตผักให้ได้เก็บเกี่ยวอย่างต่อเนื่อง โครงการสวนผักคนเมืองเองต้องยอมรับ และปรบมือให้กับความตั้งใจของคนรุ่นใหม่กลุ่มนี้ เพราะพวกเขาได้พิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า “การเรียนรู้ และความเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงจะเกิดขึ้นเมื่อ เราลงมือทำ” เราติดตามการทำงาน พัฒนาการของสวนผักแห่งนี้อย่างต่อเนื่อง เพราะพวกเขาสร้างเรื่องราวใหม่ๆ ให้เราได้ตื่นเต้นมาตลอด พอเริ่มเพาะปลูกผักได้ดี มีผลผลิตต่อเนื่อง พวกเขาก็ขยับไปสู่การพึ่งตนเองด้านอาหารที่มากขึ้นที่การทำเกษตรในเมืองจะสามารถไปถึง จากการปลูกผัก สู่การพึ่งตนเองด้านปัจจัยการผลิต การเลี้ยงไก่ไข่ การเลี้ยงปลา และก็ขยับเข้าใกล้ความฝันของการเปิดศูนย์เรียนรู้การปลูกผักในเขตชานเมืองมากขึ้นๆ ช่วงปลายปี 63 เราทราบข่าวว่า พวกเขาเปิดพื้นที่การเรียนรู้เรื่องการปลูกผักแบบไม่ใช้สารเคมี และการเรียนรู้วิถีชีวิตของคนริมคลองในนาม “เซฟติสท์ ฟาร์ม (SAFETist Farm)” ซึ่งไม่ได้ดำเนินการเพียงการปลูกพืชผักเท่านั้น แต่ได้ทำการเลี้ยงปลา ไก่ไข่ หนอนแมลงวันลาย รวมไปถึงการผลิตน้ำหมักจุลินทรีย์ชีวภาพ เพื่อใช้ในการเกษตรและเพื่อการบริโภค อันจะเป็นการสร้างแหล่งอาหารที่ครบวงจร เพื่อให้พื้นฐานการดำรงอยู่ของมนุษย์ยังคงอยู่ได้ แม้ในภาวะวิกฤตหรือในภาวะปกติ

และในช่วงต้นปี 2564 โครงการสวนผักคนเมือง เปิดรับข้อเสนอโครงการส่งเสริมเกษตรในเมืองฯเพื่อฟื้นฟูคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจฐานรากของกลุ่มชุมชนที่มีความเปราะบางด้านอาหาร เพื่อร่วมสร้างความมั่นคงทางอาหาร ฟื้นฟูคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจฐานรากของกลุ่มชุมชนที่มีความเปราะบางด้านอาหารด้วยเกษตรในเมือง 30 โครงการ ภายใต้สำนักสร้างสรรค์โอกาส (สสส.) สวนผักริมคลองแห่งนี้ ก็ได้ส่งข้อเสนอเข้าร่วมอีกครั้ง โครงการสวนผักคนเมืองได้สอบถามไปยังผู้ประสานงานว่า ทำไมถึงส่งข้อเสนอโครงการเข้ามา เพราะเราเห็นว่าสวนผักริมคลอง สามารถทำงานด้านเกษตรในเมือง และการพึ่งตนเองด้านอาหารได้ดีมากแล้ว และยังเห็นถึงแนวโน้มความยั่งยืนที่ดีมากอีกด้วย

แต่พวกเขาก็บอกกับเราว่า พื้นที่รอบๆ สวนผัก มีชุมชนใกล้เคียงที่มีความเปราะบาง ไม่มีความสามารถในการเข้าถึงแหล่งอาหารที่ปลอดภัยได้ เช่น ชุมชนใต้สะพาน ชุมชนหมู่ 5 และพวกเขาอยากเพิ่มพื้นที่การเรียนรู้เพื่อส่งต่อองค์ความรู้ เทคนิคการทำเกษตรในเมือง การจำหน่าย การตลาด และการทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหาร ให้คนเมืองสามารถลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ทำเป็นอาชีพทางเลือก เป็นการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตทางด้านอาหารให้กับกลุ่มคนเมืองและชุมชนโดยรอบ จึงได้เข้าร่วมทำงานกับโครงการสวนผักคนเมืองอีกครั้ง นับตั้งแต่เดือนเมษายน 64 – ปัจจุบัน

ซึ่งในชุดการทำงานนี้ เราสนับสนุนงบประมาณจำนวนหนึ่งสำหรับการสร้างพื้นที่อาหาร และสนับสนุนพี่เลี้ยงลงให้ความรู้ อบรม ให้คำแนะนำเพื่อการพึ่งตนเองด้านอาหารของชุมชนเมืองต่อเนื่องอย่างน้อย 5 ครั้ง โดยมีอาจารย์เติ้ล เกศศิรินทร์ แสงมณี พี่เลี้ยงที่ทุ่มเทอย่างมาก เพื่อเน้นพื้นฐานสำคัญของการทำเกษตรในเมือง การออกแบบพื้นที่ การวิเคราะห์และปรับปรุงดิน การทำปัจจัยการผลิตที่สำคัญในการปลูกผัก และสมาชิกยังสามารถยกระดับการพึ่งตนเองที่มากขึ้น ทั้งการเลี้ยงไก่ไข่ การทำปุ๋ย การเพาะกล้าเพื่อเป็นอาชีพ ทางโครงการฯ จะประสานวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญเข้ามาสนับสนุน

ไม่เพียงความทุ่มเทของพี่เลี้ยง แต่ความทุ่มเท ความเอาใจใส่ และความจริงจังของสมาชิกก็เป็นแรงผลักดันสำคัญของความมั่นคงทางอาหารของชุมชนแห่งนี้ เรามักได้ยินคำชื่นชมจากพี่เลี้ยงที่พูดถึงความกระตือรือร้นของกลุ่มนี้โดยตลอดว่า ❤❤“น้องๆ กลุ่มนี้เขาตั้งใจ เวลาอบรมก็มาเรียนรู้กันเยอะ มีคำถามข้อสงสัยเยอะมากแต่ที่สำคัญคือ พอเรียนเสร็จก็จะลงมือทำเลย เอาความรู้ที่ได้เรียนไปทำกันเลย เด็กๆ กลุ่มนี้ไม่ใช่ว่าจะเชื่อเราทั้งหมดนะ บางอย่างที่สงสัยหรือยังข้องใจว่าอาจจะมีวิธีอื่นที่ดีกว่า พวกเขาก็จะลองแอบเอาไปทดลอง แอบทำ เพื่อพิสูจน์ในสิ่งที่เขาตั้งคำถาม สิ่งที่เขาสงสัย เวลาทำแล้วเจอว่าดีกว่าก็จะเอามาบอกเรา แต่หลายอย่างทดลองแล้วไม่สำเร็จก็จะมาเล่าให้ฟัง ซึ่งการเป็นคนช่างสงสัย ช่างถาม และจบด้วยช่างพิสูจน์ ช่างทดลองนี่แหละ คือความโดดเด่นของสมาชิกกลุ่มนี้” เพราะชุดความรู้ เทคนิคไม่ใช่สิ่งตายตัว มันเป็นพื้นฐานเบื้องต้นของกระบวนการเกษตรกรรมเท่านั้น แต่สิ่งสำคัญคือการนำเอาพื้นฐานความรู้นี้ไปทดลองทำในพื้นที่ของตนเอง เพราะเมืองมีความเฉพาะของแต่ละพื้นที่มาก คนปลูกผักในเมืองจะต้องเรียนรู้ ปรับ พัฒนาให้สอดคล้องกับพื้นที่/สิ่งแวดล้อม/สไตล์/วิถีชีวิตของสมาชิกในกลุ่ม นี่แหละคือ หัวใจสำคัญของความสำเร็จ ความต่อเนื่อง และความยั่งยืน❤❤

เมื่อมองย้อนกลับไปช่วงแรกที่เรารู้จักสวนผักริมคลองบางมดแห่งนี้ วันนี้เราเชื่อมั่นเต็มหัวใจว่า พวกเขาพร้อมแล้วที่จะแสดงรูปธรรมของพื้นที่ความมั่นคงทางอาหาร ด้วยเกษตรในเมืองตามรูปแบบวิถีชีวิตของคนริมคลองในพื้นที่ริมคลองบางมด เพราะตลอดระยะเวลากว่าหนึ่งปีที่ผ่านมา พวกเขามุ่งมั่นเรียนรู้ พัฒนาทักษะความรู้ของตนเองใน

🎯ฐานะผู้ผลิตอาหาร ทั้งผัก ผลไม้ ไข่ไก่ ปลา ตลอดจนการปรุงเมนูอาหาร การถนอมและแปรรูปอาหารจากแปลงเพื่อบริโภค การแบ่งปันอาหารจากสวนไปดูแลกลุ่มคนเปราะบางรอบๆ ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤต

🎯ฐานะผู้เชื่อมโยงและกระจายอาหาร ผลผลิตบางส่วนสามารถนำไปจำหน่ายในราคาที่เป็นธรรม เชื่อมโยงให้กลุ่มผู้บริโภคที่สนใจเรื่องการบริโภคอาหารที่ดีต่อสุขภาวะได้เข้าถึง อาหารสดๆ จากแปลง เชื่อมโยงสายสัมพันธ์ตรงจากผู้ปลูก ถึง ผู้กินโดยตรง

🎯ฐานนะผู้จุดประกายความรู้ รูปธรรมพื้นที่ความมั่นคงทางอาหาร เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจแก่ผู้คน ทั้งชุมชนรอบๆ พื้นที่ เด็กๆ เยาวชน ผู้ปกครอง และคนเมืองที่ได้มีโอกาสเขาไปเรียนรู้ ทำกิจกรรมในสวนผักแห่งนี้

🎯ฐานะผู้เชื่อมโยงผู้คนเข้ากับธรรมชาติ เกษตรกรรมในเมืองไม่ได้มีบทบาทเป็นเพียงแค่การผลิตอาหาร หรือผลลัพธ์ที่เป็นอาหารเท่านั้น แต่เรามุ่งหวังมาโดยตลอดว่า การเชื้อเชิญให้คนเมืองได้หันกลับมาลงมือทำเกษตรในเมือง จะเป็นพื้นที่การเรียนรู้เพื่อเข้าใจธรรมชาติ ผ่านเกษตรกรรมและอาหารของเขาเอง การทำสวนผักช่วยเชื่อมโยงให้คนเมืองได้กลับมาสัมผัสผืนดิน ทำงานกับผืนดินให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์เพื่อเพาะปลูกอาหารที่ดี ดูแลรักษาแหล่งน้ำให้ไสสะอาดเพื่อรดน้ำพืชผักอาหารของเรา ดูและสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นปัจจัยการผลิตอาหารที่สำคัญ เชื่อมโยงขยายจากเมืองสู่ชานเมือง และชนบทที่ถือเป็นพื้นที่เกษตรกรรม ผลิตอาหารสำคัญ

💚จากการเริ่มต้นเป็นผู้ผลิตอาหารของเมือง จะช่วยผลักดันพวกเขาสู่เส้นทางของการเป็นผู้บริโภคที่ตระหนักและสนับสนุนการกินอยู่ที่ดีกับเราและดีกับโลกใบนี้ 💚

“เมื่อเริ่มปลูกผัก คนเมืองได้สัมผัสพื้นดิน คุณค่า ที่มาของอาหาร และเรียนรู้สิ่งแวดล้อมรอบตัว รวมถึงความรักในธรรมชาติ เชื่อมระหว่างคนเมืองกับชนบทได้ ทำให้คนเข้าใจ เข้าถึง วิถีเกษตรกรรมธรรมชาติ มากกว่าการปลูกผัก คือ การปลูกเมือง และปลูกชีวิต คนเมืองรู้ว่า พวกเขาผลิตอาหารได้ สร้างพื้นที่อาหารได้ และเชื่อมโยงคนหลายกลุ่มเข้าด้วยกัน เพื่อเปลี่ยนแปลงเมือง และเดินหน้าต่อไปเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารของเมืองให้เกิดขึ้นได้”

ทำสวน ปลูกผัก สร้างอาหาร สร้างความสัมพันธ์ ปลุกความมั่นคง (สวนผักริมคลอง@บางมด)

ขอบคุณภาพบางส่วนจาก : safetistfarm

You may also like