Home ความรู้เกษตรในเมือง/งานวิจัย เกษตรในเมืองตามความหมายของ European Forum for Urban Agriculture (EFUA)

เกษตรในเมืองตามความหมายของ European Forum for Urban Agriculture (EFUA)

Urban Agriculture (เกษตรในเมือง) เป็นแนวทางปฏิบัติในการเพาะปลูก การแปรรูป และการกระจายอาหารในเขตเมืองและบริเวณโดยรอบ  อย่างไรก็ตาม เกษตรในเมืองมีศักยภาพมากขึ้นในการให้คำตอบสำหรับความท้าทายระดับโลก เช่น ความมั่นคงด้านอาหาร การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การขยายตัวของเมือง และความไม่เท่าเทียมกันทางสังคม  ความท้าทายดังกล่าวต้องการแนวทางที่ชาญฉลาดและยั่งยืนมากขึ้นสำหรับวิธีที่เราจินตนาการถึงเมืองที่กำลังขยายตัวของเราใหม่ และหนทางที่ใจกลางเมืองเหล่านี้มีปฏิสัมพันธ์กับการเกษตร การผลิตอาหาร และสภาพแวดล้อมโดยรอบอย่างไร

เกษตรในเมืองยังสามารถเป็นแรงผลักดันให้เกิดนวัตกรรมในภาคเกษตรในวงกว้างได้อีกด้วย  อย่างเช่น การตลาดระบบสมาชิก (Community Support System – CSA) เป็นผู้บุกเบิกในเขตเมือง ได้ตัวขับเคลื่อนวิธีการทำการเกษตรแบบใหม่ เช่น แนวโน้มต่อการผลิตแบบออร์แกนิก  เทคนิคที่เป็นนวัตกรรมใหม่ เช่น การทำฟาร์มแนวตั้ง ยังสามารถนำเสนอศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงวิธีที่เราเติบโตและแจกจ่ายอาหารของเรา ทั้งในเมืองและนอกเขตศูนย์กลางเมืองของเรา  EFUA จะสำรวจศักยภาพในการพัฒนาความเชื่อมโยงที่ดีขึ้นระหว่างการขับเคลื่อนโดยพลเมือง งานวิจัยด้านเกษตรในเมือง นวัตกรรมและแนวทางการเกษตรแบบดั้งเดิม

ประเภทของเกษตรในเมือง (แบ่งตามแบบ EFUA)

เกษตรในเมืองมีรูปแบบมากมายที่สามารถแบ่งออกเป็นสองประเภทกว้าง ๆ ได้ดังนี้

สวนอาหารในเมือง (Urban food garden) โดยมักจะมีวัตถุประสงค์ทางสังคมที่เป็นหัวใจของพื้นที่ผิตอาหารเหล่านี้ เช่น การรวมตัวของชุมชนหรือการให้ประโยชน์ในการบำบัด การหารายได้ไม่ใช่วัตถุประสงค์หลักของพื้นที่ผลิตอาหารชนิดนี้

การทำเกษตรในเมือง (Urban farming) เป็นรูปแบบที่เน้นการทำธุรกิจฟาร์มแบบดั้งเดิมมากขึ้น พื้นที่ผลิตอาหารเหล่านี้ใช้ประโยชน์จากความใกล้ชิดกับผู้บริโภคในเมืองผ่านการขายสินค้าและบริการทางการเกษตร

COST Action “Urban Agriculture Europe” ได้แบ่ง “Urban Gardens” และ “Urban Farming” ออกเป็นหมวดหมู่ย่อยเพิ่มเติมดังนี้

สวนอาหารในเมือง (Urban Food Garden)

สวนผักพื้นที่จัดสรร (allotment garden) เป็นพื้นที่ที่แบ่งออกเป็นแปลงเล็กๆ แล้วปล่อยเช่าให้แก่ผู้เช่าแต่ละราย พื้นที่ผลิตอาหารขนิดนี้มีมายาวนานในหลายประเทศในยุโรป หลังจากช่วงที่ชะงักงันในปลายศตวรรษที่ 20 การจัดสรรพื้นที่เกษตรก็กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง

แปลงผักสวนครัว (family gardens) เป็นเจ้าของโดยบุคคลและครอบครัว และผลิตผัก ผลไม้ และสมุนไพรที่หลากหลาย ตลอดจนให้พื้นที่เล่นและพบปะสังสรรค์  เมื่อเร็ว ๆ นี้มีแนวโน้มที่สวนไม้ประดับที่ไม่ต้องเข้าไปดูแลมากซึ่งอาจลดประสิทธิภาพและศักยภาพในการผลิต แต่กลับให้ให้ประโยชน์ทางสังคมและระบบนิเวศ

สวนผักเพื่อการศึกษา (educational gardens) ซึ่งจัดให้มี “ห้องเรียนกลางแจ้ง” เพื่อแนะนำกลุ่มคนต่างๆ ให้เข้ามาส่วนร่วมเกี่ยวกับการผลิตอาหาร ความยั่งยืน และวิถีชิวิตที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติ

สวนผักบำบัด (therapeutic gardens) มักตั้งอยู่ในสถานพยาบาลที่เน้นการดูแลสุขภาพกายและใจ สวนผักชนิดนี้ให้โอกาสสำหรับผู้ที่ทุกข์ทรมานจากความเจ็บป่วย สุขภาพจิต หรือปัญหาการเสพติด มีโอกาสที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับพืช สัตว์ และธรรมชาติ

สวนผักชุมชน (community gardens) ที่ขยายตัวจากล่างขึ้นบนและมีส่วนร่วมกับกลุ่มพลเมืองที่มีความกระตือรือร้นที่จะทำงานร่วมกัน สวนผักชุมชนจะให้ประโยชน์หลายประการ เช่น การผลิตผักและผลไม้ พื้นที่ประชุม ความหลากหลายทางชีวภาพ สุขภาพ และการรวมตัวทางสังคม

สวนคนเร่ร่อน (squatter gardens) ที่ใช้พื้นที่ว่างและรกร้างอย่างไม่เป็นทางการเพื่อผลิตอาหารสด มักปลูกโดยกลุ่มผู้มีรายได้น้อยเพื่อให้มีความต้องการในการยังชีพขั้นพื้นฐาน

การทำเกษตรในเมือง (Urban Farming)

ฟาร์มพักผ่อน (leisure farms) มีกิจกรรมสันทนาการมากมายที่เชื่อมโยงกับธีมการทำฟาร์ม  ซึอาจรวมถึงการนำเสนอผลิตภัณฑ์ “แบบหยิบเองจากสวน” ทัวร์ฟาร์มและเยี่ยมชม ขี่ม้า คาเฟ่ ร้านอาหาร และร้านฟาร์ม

ฟาร์มบำบัด (therapeutic farms) ใช้ภูมิทัศน์ทางการเกษตรและการทำฟาร์มเพื่อให้การฝึกอบรมและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพักผ่อนหย่อนใจหรือการทำงานสำหรับผู้ที่มีสุขภาพร่างกายและความบกพร่องทางการเรียนรู้  การมีส่วนร่วมในทางปฏิบัติในกิจกรรมเหล่านี้ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพที่ดีแก่ผู้เข้าร่วม

การทำฟาร์มเพื่อสังคม (social farms) ที่ส่งเสริมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ที่มีปัญหา เช่น การล่วงละเมิดอย่างต่อเนื่อง การติดยาหรือแอลกอฮอล์  พวกเขายังช่วยในการรวมกลุ่มเช่นผู้อพยพเข้าสู่สังคมในวงกว้างและเศรษฐกิจกระแสหลัก

ฟาร์มมรดกวัฒนธรรม (cultural heritage farms) อนุรักษ์และแบ่งปันมรดกทางวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับการทำฟาร์มและการใช้ที่ดิน เช่น อาคารฟาร์มประวัติศาสตร์ เครื่องจักรและพืชผล  การผลิตพืชผลเป็นองค์ประกอบสำคัญของฟาร์ม  สิ่งเหล่านี้มักให้ความสำคัญกับคุณภาพและผลผลิตที่ปลูกในท้องถิ่น

ฟาร์มทดลอง (experimental farms) ทดสอบเทคนิคและนวัตกรรมทางการเกษตรใหม่ๆ กิจกรรมเหล่านี้อาจรวมถึงพืชผลประเภทใหม่หรือโครงการการตลาดและการกระจายสินค้าใหม่

อาหารท้องถิ่นและฟาร์ม (Local Food+ Farms) มุ่งเน้นที่จะปรับแต่งการผลิตอาหารให้เข้ากับความต้องการของตลาดในเมืองในท้องถิ่นโดยเฉพาะ ผ่านการสนับสนุนห่วงโซ่อุปทานระยะสั้น และพัฒนาความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับลูกค้ามากขึ้น

ฟาร์มสิ่งแวดล้อม (environmental farms) ครอบคลุมฟาร์มที่มีคุณค่าทางธรรมชาติสูงและส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพ การดูแลสิ่งแวดล้อม ความหลากหลายทางการเกษตร และการส่งมอบบริการระบบนิเวศอย่างแข็งขัน

Reference

https://www.efua.eu

You may also like