จากสวนผักคนเมือง สู่ชุมชนน่าอยู่

                เมื่อวันศุกร์ที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา มีโอกาสได้ไปฟังคุณหมอประเวศ วะสี พูดเรื่องเมืองสุขภาวะ ท่านกล่าวว่า การจะสร้างเมืองสุขภาวะขึ้นมาได้นั้น สิ่งสำคัญต้องเริ่มจากการสร้างชุมชนซึ่งเป็นหน่วยย่อยก่อน ชุมชนเมืองจะต้องอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล มีความถูกต้องในระดับหน่วยย่อยก่อน จึงจะนำไปสู่ความเป็นเมืองสุขภาวะได้ และท่านก็เล่าถึงตัวอย่างงานวิจัยของต่างประเทศให้ฟังว่า มีการศึกษาพบว่าชุมชนที่มีความอบอุ่น รักใคร่กันนั้น คนในชุมชนจะมีสุขภาพที่แข็งแรง ไม่ค่อยเจ็บป่วย


                นั่งฟังแล้วก็คิดเชื่อมโยงถึงโครงการสวนผักลุงดิ๊ด ที่ชุมชนหมู่บ้านนักกีฬาแหลมทอง ซึ่งมีโอกาสได้ไปเยี่ยมชม ติดตามการดำเนินงานของโครงการสวนผักคนเมือง ที่กล่าวเช่นนี้ก็เพราะว่า ทั้งตัวตั้งตัวตีอย่างลุงดิ๊ด ซึ่งเป็นสมาชิกชุมชน คุณตาพยนต์ ผู้เฒ่าผู้แก่ของชุมชน และประธานชุมชนอย่างพี่เบญจวรรณ ต่างก็มีความฝันอยากจะสร้างวิถีความเป็นชุมชน ที่เคยมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ถ้อยทีถ้อยอาศัยซึ่งกันและกันให้กลับคืนมา โดยเขาเชื่อหากคนสามัคคี มีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ก็จะสามารถช่วยแก้ปัญหาต่างๆของชุมชนที่กำลังเผชิญอยู่ได้

3 เเกนนำหลักของสวนผักลุงดิ๊ส

                เครื่องมือสำคัญที่ชุมชนหมู่บ้านนักกีฬาแห่งนี้ใช้ก็คือ แปลงผัก โดยพวกเขาได้ใช้พื้นที่กันไฟของชุมชนที่เคยถูกทิ้งร้าง และกลายเป็นที่ทิ้งขยะ ตลอดจนเป็นที่มั่วสุมของมิจฉาชีพทั้งหลาย มาทำเป็นแปลงผัก แม้ว่าตอนแรกจะมีเสียงคัดค้าน ด้วยเห็นว่าเป็นไปได้ยากที่จะทำได้ เพราะพื้นที่เดิมรกมาก เต็มไปด้วยขยะ เศษแก้ว เศษหิน แต่ทั้งลุงดิ๊ด คุณตา และพี่เบญจวรรณ ซึ่งเป็นแกนนำสำคัญของชุมชนก็ไม่ได้ย่อท้อ ค่อยๆลงมือเก็บขยะ เก็บหิน เก็บแก้ว เคลียร์พื้นที่ และพลิกฟื้นที่รกร้างให้กลายเป็นแปลงผักจนสำเร็จ และไม่ได้สำเร็จเพียงแค่จุดเดียวด้วย  ตอนนี้พวกเขาขยายออกไปถึง 5 จุด ซึ่งล้วนเคยเป็นพื้นที่รกร้างเดิมทั้งสิ้น


                ลุงดิ๊ดกล่าวว่า “แปลงผักเป็นเหมือนเครื่องมืออย่างหนึ่ง เพราะทุกคนต้องกินผักอยู่แล้ว การมาทำแปลงผักตรงนี้ ก็เหมือนเป็นกิจกรรมหรือเป็นสถานที่ให้คนได้ในชุมชนได้มีโอกาสมารวมตัวกัน ในสังคมเมืองเราอยู่แบบบ้านใครบ้านมัน ถ้าไม่มีกิจกรรมร่วมกันมันก็ไม่มีศูนย์รวมของชุมชน แต่พอมีแปลงผัก จากคนที่เคยเห็นหน้ากัน แต่ไม่เคยคุยกัน ตอนนี้ก็ได้พูดคุยกันมากขึ้น ถ้ามาตอนเช้า เดี๋ยวนี้ก็จะเห็นคนมานั่งล้อมวงคุยกันไปกินกาแฟกันไปที่สวนผัก ได้มีเวลาเล่าทุกข์สุขให้กันฟัง เรียกว่าเราคุยกันได้ทุกเรื่องที่แปลงผัก เป็นจุดศูนย์รวม ที่ช่วยทำให้เกิดความร่วมมืออื่นๆตามมา อย่างโจรขโมย คนก็จะช่วยเป็นหูเป็นตากันมากขึ้น จากที่ต่างคนต่างอยู่ แล้วก็ช่วยป้องกันการทะเลาะวิวาทกันด้วย ”



                พี่เบญจวรรณ ประธานชุมชนยังพูดเสริมอีกว่า “การที่คนในชุมชนได้มาคุยกันมากขึ้นนั้นเป็นเรื่องดี เพราะอันที่จริงแต่ละคนก็มีความรู้เยอะ มีความรู้กันคนละด้าน เวลาจะแก้ปัญหาชุมชน เราก็ได้แลกเปลี่ยนความรู้กัน ได้คุยกัน ได้ถามไถ่ความเห็นจากผู้รู้  ก็สามารถช่วยแก้ปัญหาชุมชนร่วมกันได้ และแปลงผักก็เป็นเครื่องมือที่ดีที่ทำให้เกิดความรักความสามัคคีในชุมชนด้วย”


                คงต้องยอมรับ การจะทำสวนผักชุมชนให้สำเร็จ และสามารถขยายพื้นที่ออกไปได้มากถึง 5 จุด ยังไม่นับพื้นที่ตามบ้านของสมาชิกในชุมชนที่เริ่มตื่นตัวและสนใจเริ่มลงมือปลูกผัก ก็ไม่ใช่เรื่องที่หมูนัก งานนี้ต้องอาศัยความทั้งความตั้งใจ มุ่งมั่น และความพยายามไม่น้อย ถามว่าที่นี่มีเทคนิควิธีอย่างไร ก็คงต้องบอกว่า ทีมแกนนำมีบทบาทสำคัญมากในการเข้าไปช่วยริเริ่มให้เกิดแปลงผักขึ้นในแต่ละจุด แต่หลังจากเคลียร์พื้นที่ เตรียมแปลงในเบื้องต้นให้แล้ว ลุงดิ๊ดซึ่งมีประสบการณ์ความรู้เรื่องเกษตรมาบ้าง ก็จะช่วยสอนสมาชิกที่อาศัยอยู่ใกล้ๆกับแปลงผักในแต่ละจุด ให้ได้รู้จักวิธีการปลูก การดูแล การบำรุงรักษา การรดน้ำ ไปจนถึงวิธีการเก็บผัก โดยเขาจะมอบหมายให้มีคนที่อยู่บ้านใกล้เรือนเคียงแปลงผัก มาช่วยกันดูแลรดน้ำแปลงละ 5 คน


              แต่ก็ใช่ว่าแกนนำจะทิ้งแปลงไปเลย พวกเขาก็จะคอยแวะเวียนมาช่วยดูแลอยู่เสมอ หากมีปัญหาอะไรก็จะช่วยแก้ไขให้ ส่วนผลผลิตหลักๆก็จะแบ่งปันกันในชุมชน โดยจะใช้วิธีการให้บริจาคเป็นเงินทุนหมุนเวียนตรงกลาง มากกว่าจะมุ่งขายเป็นจริงเป็นจัง เรียกว่าตอนนี้ทั้งร้านค้า และคนในชุมชนก็มาชื่นชม และของจองผักไปกินกันแถว พร้อมกับเสียงเรียกร้องจากซอยอื่นๆที่อยากให้ไปทำแปลงผักใกล้ๆบ้านเขาบ้าง

            

ผักในเเก้ว ปลูกเเบ่งปันให้คนในชุมชนได้เรียนรู้เเละทดลองปลูกผักที่บ้าน

เป็นการบ่มเพาะความรักในการปลูกผักไปในตัว

                ในอนาคตชุมชนนี้มีแผนว่าจะทำเรื่องของสวนผักควบคู่ไปกับการจัดการขยะในชุมชน โดยจะใช้วิธีให้นำขยะรีไซเคิลมาแลกผัก และชุมชนก็จะรวบรวมขยะเหล่านั้นไปขาย เพื่อให้ได้เงินทุนหมุนเวียนมาทำแปลงอีกต่อหนึ่งด้วย

                ปลูกผักให้อะไรมากกว่าที่คิด....จริงๆ ชุมชนไหนจะนำไปทดลองทำบ้างก็ไม่สงวนลิขสิทธิ์นะคะ


 | วันที่ 05/04/2555

อ่าน 1967


 สวนผักปลูกชีวิต : Growing in (edible) Garden
 สวนผักโรงงาน บนพื้นที่เงินล้าน
 โภชนศึกษาเพื่อการมีชีวิตอยู่ของเด็กญี่ปุ่น
 สวนผักคนเมือง ณ กรีนเเฟร์
 ผักปลูกเด็ก


โครงการสวนผักคนเมือง
912 ซอยงามวงศ์วาน 31 ซอยย่อย 7
ถนนงามวงศ์วาน อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000
โทร. 02-591-1195-6
cityfarm2010@hotmail.com
Design by Ngoscyber