|
เติมพลังนัก(หัด)ปลูกผัก
หลังจากโครงการสวนผักคนเมืองดำเนินงานมาได้ระยะหนึ่ง
ตอนนี้เราเริ่มเห็นทั้งความสนใจและความตั้งใจของคนในเมืองจำนวนไม่น้อยที่พยายามจะเริ่มลงมือปลูกผักกินเอง
อย่างไรก็ตาม
คงต้องยอมรับว่า แม้ว่าการปลูกผักในเมืองจะเป็นไปได้จริง และรูปธรรม ตัวอย่างผู้ที่ทำสำเร็จให้ได้เห็นจำนวนมาก
แต่การเริ่มต้นปลูกผักกินเองของมือใหม่ที่แทบจะไม่เคยมีทักษะอะไรเกี่ยวกับเรื่องการปลูกผักมาเลย
บางคนยังเรียกว่าเพิ่งเคยเห็น หรือเพิ่งรู้ว่าผักที่ตัวเองกินอยู่เป็นประจำ
อย่างเช่นผักบุ้งนั้น มีเมล็ดด้วยหรือ ประกอบกับปัจจัยการผลิตต่างๆ
ไม่ว่าจะเป็นดิน ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก แกลบ รำ ขุยมะพร้าว ฟาง หรืออุปกรณ์ต่างๆ
ที่เขาว่ากันว่าดีต่อการปลูกผักนั้นก็หาได้ไม่ตามใจต้องการนัก แถมที่ที่มีอยู่ก็แสนจะจำกัด
ที่สำคัญบางคนมีอุปกรณ์พร้อม ลงมือปลูกไปแล้ว
แต่กลับไม่ได้ผลผลิตตามใจฝัน จนทำเอาหลายคนถอดใจไปอย่างน่าเสียดาย
หรือบางคนก็หันไปพึ่งปุ๋ยเคมี ด้วยความที่อยากให้ผักเติบโตรวดเร็วทันใจ
อาจจะด้วยความที่ไม่รู้ถึงผลเสียที่อาจเกิดขึ้น เช่นมีงานศึกษาวิจัยพบว่าการใช้ปุ๋ยยูเรีย
ทำให้ผักมีไนเตรทสะสมสูงกว่าการใช้ปุ๋ยหมักถึง 4 เท่า เนื่องจากปุ๋ยยูเรียสามารถละลายน้ำได้ดีและปล่อยธาตุไนโตรเจนออกมาเป็นอาหารพืชได้เร็วกว่าปุ๋ยหมัก
และหากร่างกายได้รับไนเตรทมากเกินไป ก็จะส่งผลให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งได้หรืออาจจะไม่รู้ถึงทางเลือกอื่นๆที่สามารถทำได้โดยวิธีธรรมชาติ
ด้วยเรื่องราวปัญหาอุปสรรคนานาที่ได้ยินได้ฟังมา
จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ทางโครงการสวนผักคนเมืองจัดงานเติมพลังนัก(หัด)ปลูกผักขึ้น
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน 2555 ที่ผ่านมา งานนี้จัดขึ้นที่โรงเรียนนรรัตน์รังสฤษดิ์
ซึ่งอยู่ในชุมชนหมู่บ้านนักกีฬาแหลมทอง หนึ่งในสมาชิกโครงการสวนผักคนเมืองของเรา

ในงานมีทั้งสมาชิกสวนผักคนเมืองที่ได้รับทุนสนับสนุนจากโครงการ
และผู้ที่สนใจทั่วไปซึ่งได้ลงมือปลูกผักไปแล้วแต่ได้ผลไม่ค่อยจะดีนักมาร่วมงานกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง
กิจกรรมในงานมีทั้งกิจกรรมเกมส์ 9
ช่องที่ให้แต่ละคนได้มีโอกาสเสาะหาคุณสมบัติตามโจทย์ เช่นคนที่ร้องเพลงให้ผักฟัง
คนที่ชวนเพื่อนมาปลูกผักได้มากกว่า 3 คน
หรือคนที่อยากเปลี่ยนจากมือสมัครเล่นเป็นเกษตรกรมืออาชีพ เป็นการเปิดโอกาสให้แต่ละคนได้รู้จักกัน
จะได้เป็นเครือข่ายค่อยช่วยเหลือแบ่งปันเทคนิคและแบ่งปันกำลังใจให้กันและกัน
นอกจากนี้ก็ยังมีกิจกรรมกระถางของฉันที่เปิดโอกาสให้แต่ละคนได้ทบทวนความคิดความฝัน
ความหวังของตัวเอง
พร้อมทั้งบอกเล่าปัญหาอุปสรรคต่างๆที่แต่ละคนต้องเผชิญในการปลูกผัก
 


 
ช่วงบ่ายเป็นกิจกรรมพบกูรู
งานนี้ได้รับเกียรติจากคุณนคร จากศูนย์เรียนรู้เกษตรในเมืองบ้านเจ้าชายผัก คุณชูเกียรติจากศูนย์เรียนรู้เกษตรในเมืองสุวรรณภูมิ
และครูวิวิช จากธรรมชาติฟาร์ม หรือกลุ่มเกษตรอินทรีย์ บ้านโป่ง ราชบุรี มาร่วมแลกเปลี่ยนแบ่งปันประสบการณ์
และเทคนิควิธีต่างๆในการแก้ไขปัญหาต่างๆของการปลูกผักที่คนเมืองเผชิญ ที่สำคัญเทคนิคหลายอย่างเราก็ได้รับการแบ่งปันจากประสบการณ์ของสมาชิกที่ร่วมวงด้วย

หัวใจสำคัญที่กูรูทั้งสามท่านพยายามเน้นย้ำนอกจากเทคนิคในการปรับปรุงบำรุงดิน
บำรุงพืชผล และป้องกันแมลงต่างๆแล้ว ก็คือการที่เราต้องเข้าใจธรรมชาติทั้งธรรมชาติของสิ่งแวดล้อมรอบตัว
และธรรมชาติของผักด้วย เช่นพืชผักต่างชนิดกันก็อาจต้องการอาหารไม่เหมือนกัน หรือแม้แต่ชนิดเดียวกัน
ช่วงแรกอาจต้องการอาหารบำรุงใบ
เมื่อโตอาจต้องการอาหารอีกชนิดเพื่อบำรุงเห็นเกิดดอก ออกผล เป็นต้น หรือหลักการสังเกตอาการของพืชง่ายๆ เช่น
หากพืชถูกแมลงปีกแข็งกัดกิน แสดงว่าได้รับธาตุอาหารไม่เพียงพอ หากพืชถูกหนอนกัดกิน
แสดงว่าได้รับธาตุอาหารมากไป หากถูกเพลี้ยดูดกินน้ำเลี้ยง
แสดงว่ารากพืชได้รับอันตราย หรือหากพืชมีโรคเข้าทำลายใบ
แสดงว่าพืชได้รับธาตุอาหารไม่เพียงพอต่อการเจริญเติบโตของยอดอ่อน ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้
สิ่งสำคัญคือเรานัก(หัด) ปลูกผักทั้งหลาย คงจะต้องหมั่นใส่ใจ เป็นนักเรียนรู้ และเป็นนักสังเกตไปในตัวด้วย
 
คุณนคร เเละครูวิวิช กำลังสาธิตวิธีดูดินดี เเละการทำฮอร์โมนนม ตามลำดับ
ทีเด็ดช่วงท้ายหลังจากไขปัญหาต่างๆแล้ว
ก็คือการสาธิต เผยเทคนิค และเคล็ดลับต่างๆของแต่ละคนที่ตั้งใจจัดเตรียมกันมาแบ่งปัน
ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการปรุงดิน การดูว่าดินดีเป็นอย่างไร จากคุณนคร
การเลี้ยงไส้เดือนเพื่อผลิตปุ๋ยไส้เดือน รวมทั้งการทำฮอร์โมนน้ำนมเพื่อช่วยกระตุ้นการออกดอกออกผลของพืชผัก
จากครูวิวิช การทำฮอร์โมนถั่วเหลืองจากคุณป้อม การทำจุลินทรีย์หน่อกล้วยและน้ำหมักปลาหรือหอยเชอร์รี่ทดแทนยูเรียของลุงดิ๊ด
และการทำน้ำหมักจากเศษอาหารให้ได้คุณภาพจากคุณชูเกียรติ

คุณป้อมสาธิตการทำฮอร์โมนถั่วเหลือง

คุณชูเกียรติสาธิตวิธีทำน้ำหมักจากเศษอาหาร
ลุงดิ๊ดเเบ่งปันวิธีการทำจุลินทรย์หน่อกล้วยเเละการทำน้ำหมักปลา
ปิดท้ายด้วยการไปเยี่ยมชมสวนผักลุงดิ๊ด
สมาชิกโครงการสวนผักคนเมืองซึ่งทำสวนผักให้กับชุมชนหมู่บ้านนักกีฬาแหลมทอง


งานนี้เห็นหลายคนพูดคุยปรึกษาปัญหา
แลกเปลี่ยนประสบการณ์การปลูกผัก และร่วมเรียนรู้เทคนิคต่างๆจากผู้รู้
และผู้ที่มีประสบการณ์อย่างตั้งอกตั้งใจ แม้ว่าอากาศจะร้อน แต่หลายคนก็อยู่ร่วมกันจนจบงาน
หวังว่าคงได้พกความรู้ ประสบการณ์ และพกพลังกลับไปเดินหน้าปลูกผักต่อกันได้ ไม่มากก็น้อยนะคะ
|