พลังผัก พลังกลุ่ม

                “รวมกันเราอยู่ แยกหมู่เราตาย” คำกล่าวนี้ได้ยินมานานแสนนานแล้ว แต่บนวิถีทางที่ดำเนินไปในสังคมปัจจุบัน ดูเหมือนว่าหลายคนจะให้ความสำคัญกับความเป็นปัจเจกบุคคล หรือมีโลกส่วนตัวกันสูงมาก อย่าว่าแต่คนบ้านใกล้เรือนเคียงเลยที่เราไม่เคยได้พูดคุยกัน เดี๋ยวนี้แม้จะอยู่บ้านเดียวกัน นั่งกินข้าวบนโต๊ะเดียวกัน บางบ้านยังต่างคนต่างกิน กินไปก็ก้มหน้าก้มตาอยู่กับไอโฟนไอแพดที่อยู่ตรงหน้ากันไป คงไม่ต้องพูดถึงการรวมตัว รวมกลุ่มของคนในชุมชนว่าเกิดขึ้นได้ยากเพียงใด

                คุณกชพร กลักทองคำ เจ้าหน้าที่ของมูลนิธิเพื่อการพัฒนาแรงงานและอาชีพ ซึ่งทำงานในเครือข่ายแรงงานนอกระบบ เป็นหนึ่งในผู้ที่ตระหนักถึงความสำคัญของการรวมกลุ่ม และได้ทดลองนำเรื่องของการทำสวนผักไปใช้เป็นเครื่องมือหนึ่งในการพัฒนาการรวมกลุ่มให้เกิดขึ้นในชุมชน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาและการแก้ไขปัญหาต่างๆ


                โครงการนี้เขาใช้ชื่อว่าสวนผักปลอดสารพิษเพื่อมิตรและสุขภาพคนที่เรารัก อยู่ที่คลองหก จ.ปทุมธานี เริ่มต้นจากการรวมตัวกันของสมาชิก 10 ครอบครัว มาร่วมกันทำแปลงผัก โดยได้ไปขอใช้พื้นที่ว่างหน้าโรงเรียนซึ่งเป็นทางผ่านไปผ่านมาของคนในชุมชนมาปลูกผัก แม้ว่าแต่ละบ้านจะพอมีพื้นที่ส่วนตัวที่บ้านอยู่บ้าง แต่เพื่อให้เกิดการรวมกลุ่มกันมากขึ้น คุณกชพร หรือพี่ติ๋ว จึงตัดสินใจเลือกใช้พื้นที่ส่วนกลางก่อน แล้วจึงค่อยๆขยายไปสู่ตามบ้านเรือน


                ถามว่ารวมกลุ่มแล้วได้อะไร ทำไมต้องรวมกลุ่ม พี่ติ๋วก็บอกว่าชาวบ้านในชุมชนไม่ค่อยมีความรู้เรื่องอันตรายของสารเคมี และก็ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องสุขภาพ รวมถึงเรื่องสิทธิต่างๆ การรวมกลุ่มกันปลูกผัก ก็ถือเป็นกิจกรรมหนึ่งที่ทำให้คนในชุมชนได้มีโอกาสมาทำกิจกรรมร่วมกัน ได้มาร่วมกันคิด ร่วมกันทำ ร่วมกันแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในแปลงผักที่เราปลูกโดยไม่ใช้สารเคมี แม้ว่ารอบๆพื้นที่เขาจะทำเกษตรแบบใช้สารเคมีกันมากก็ตาม และจากการพูดคุย และร่วมกันคิดแก้ไขปัญหาเรื่องผัก ผัก ก็นำไปสู่การพูดคุยให้ความรู้ และร่วมกันทำสิ่งอื่นๆมากขึ้น เช่นการให้ความรู้เรื่องสิทธิของตัวเองในการเลือกตั้ง การให้ความรู้เรื่องสิทธิผู้หญิง หรือการให้ความรู้เรื่องสิทธิในการรักษาพยาบาล ซึ่งล้วนมีความสำคัญต่อชีวิตความเป็นอยู่ของตนเองทั้งสิ้น


                นอกจากนี้ การรวมกลุ่มครั้งนี้ ยังนำไปสู่การรวมกลุ่มกันออมเงิน ซึ่งมีส่วนช่วยให้สมาชิกได้รับสวัสดิการต่างๆ โดยเฉพาะในยามเจ็บป่วย และสามารถที่จะกู้เงินไปลงทุนประกอบอาชีพ หรือกู้ไปจ่ายค่าเทอมให้ลูก แบบไม่ต้องเสียดอกเบี้ยได้ ซึ่งช่วยแก้ปัญหาหนี้นอกระบบได้อย่างดีทีเดียว

              สำหรับที่มาของเงินออกเดือนละ 40 บาทนั้น พี่ติ๋วบอกว่าส่วนหนึ่งมาจากเงินหยอดกระปุกที่เหลือจากการที่ต้องไปซื้อผักกินที่ตลาดนั่นเอง ที่น่าประทับใจคือจากเดิมมีสมาชิกร่วมออมเงินกันเพียง 70 คน แต่หลังจากทำสวนผัก เริ่มมีชาวบ้านที่ผ่านไปมาสนใจเข้ามาถามไถ่มากขึ้น จนตอนนี้มีสมาชิกเพิ่มขึ้นเป็น 254 คนแล้ว


              แม้ว่าแปลงผักของโครงการนี้จะเริ่มต้นอย่างล้มลุกคลุกคลาน เจอปัญหาสารพัด ทั้งผักตาย ผักไม่โต โดนแมลงกิน มีหญ้าขึ้นในแปลงจำนวนมาก จนทำเอาสมาชิกเริ่มท้อใจ แต่ปัญหา ก็ทำให้พวกเขาได้เรียนรู้ธรรมชาติ และได้ค้นพบจิตใจของคนในชุมชน ที่พร้อมใจกันมาร่วมด้วยช่วยกันแก้ไขปัญหา จนสามารถผ่านพ้นอุปสรรค มีผักไว้แบ่งปันกันกินในชุมชน ซึ่งเขาพบว่าสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ถึงประมาณวันละ 30 บาท และหากช่วงไหนมีผักหลากหลาย ก็สามารถลดได้ถึงวันละ 50 บาทเลยทีเดียว


            จะว่าไปพลังกลุ่มนี้ก็มีความสำคัญไม่เพียงเฉพาะในชุมชนเท่านั้น แต่ยังมีความสำคัญกับการทำงานในองค์กร หน่วยงาน รวมถึงการดำเนินชีวิตในสังคมปัจจุบัน ซึ่งกำลังเผชิญกับอำนาจกลุ่มทุน และความไม่ธรรมมากมาย ใครจะรู้ว่าบางทีพลังกลุ่มเล็กๆนี้ อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆก็เป็นได้...และใครจะนึกว่าเมื่อถามถึงความเป็นมาของการรวมกลุ่มที่เข้มแข็งนี้ว่าคืออะไร หนึ่งในคำตอบนั้นก็อาจเป็นการเริ่มต้นมาปลูกผักร่วมกัน... เกิดเป็นพลังผัก ผลักดันให้เกิดพลังกลุ่ม ก็เป็นได้


 | วันที่ 28/06/2555

อ่าน 1032


 วิทยาเขตสีเขียวกินได้ @ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน
 ชาวนาขนตางอน เกษตรกรรุ่นใหม่ไฟแรง
 ออกเเบบเมืองสีเขียวกินได้
 สวนผักคนเมือง ณ กรีนเเฟร์
 สวนผักดาดฟ้าบ้านธรรมดาสุข


โครงการสวนผักคนเมือง
912 ซอยงามวงศ์วาน 31 ซอยย่อย 7
ถนนงามวงศ์วาน อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000
โทร. 02-591-1195-6
cityfarm2010@hotmail.com
Design by Ngoscyber