สวนผักแห่งศรัทธา เยียวยาชีวิตผู้คน


                “ศรัทธา” คำนี้มีพลังยิ่งใหญ่ น่าเสียดายที่หายไปจากใจใครหลายคน โดยเฉพาะคนในยุคปัจจุบัน แต่ก็เชื่อว่า หากใครหาพบ และทำในสิ่งที่ตนเองศรัทธาอย่างแท้จริง เรื่องที่ดูเหมือนว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ก็กลับเป็นไปได้ขึ้นมา ดังเช่นเรื่องราวของคุณญาดา จำนงทอง หรือที่ใครๆเรียกว่าหมอจิ๊บ พยาบาลจิตเวช โรงพยาบาลอ่าวอุดม ที่ทำงานบำบัดรักษาผู้ป่วยทางจิตด้วยการจ่ายยาเป็นหลักมาเป็นเวลานาน แต่หลังจากที่ได้ทดลองปลูกผักด้วยตัวเอง รวมถึงได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของคนไข้จิตเวชที่ได้ลองปลูกผัก สิ่งที่เธอได้เรียนรู้ ก็ทำให้เธอรู้สึกศรัทธาและเชื่อมั่นว่าการปลูกผักจะสามารถช่วยเยียวยารักษาจิตใจของผู้ป่วยจิตเวชให้ดีขึ้นได้

                หมอจิ๊บเล่าให้ฟังถึงแรงบันดาลใจครั้งแรกที่เริ่มสนใจที่จะนำเรื่องการปลูกผักมาใช้ช่วยบำบัดผู้ป่วยจิตเวชว่า จากประสบการณ์พบว่าคนไข้ส่วนใหญ่จะว่างง่าน คือเวลาไปทำงานในบริษัทก็มักจะไม่ได้รับการยอมรับ บางคนถูกไล่ออก ต้องมาอยู่บ้าน พอมาอยู่บ้าน ครอบครัวก็มักจะไม่ค่อยให้ทำอะไร เพราะทำแล้วมักจะเกิดปัญหาตามมา เช่นหุงข้าว ข้าวก็ล้นหม้อ ไปล้างจาน จานก็แตก คนไข้ส่วนใหญ่ก็เลยรู้สึกเครียด ท้อแท้ บางคนเป็นโรคซึมเศร้า และถึงขั้นอยากตาย จึงคิดว่าหากหากิจกรรม อย่างการปลูกผักมาให้ทำ ก็น่าจะช่วยทำให้คนไข้หมกมุ่นน้อยลง และได้มีกิจกรรมอะไรทำบ้าง



                อันที่จริง คงต้องยอมรับว่าในระยะแรกๆที่หมอจิ๊บและทีมจิตอาสาโรงพยาบาล พยายามนำเรื่องการปลูกผักมานำเสนอ โดยจัดเป็นกระเช้าผักสวยๆ มาโชว์ไว้ที่หน้าห้องรักษา พร้อมมีทั้งเมล็ดพันธุ์ คู่มือ และคนมีความรู้เรื่องการปลูกผักมาคอยแนะนำ ผู้ป่วยก็ยังไม่ค่อยสนใจนัก อาจเป็นเพราะว่าหลายคนเห็นเป็นเรื่องไกลตัว บางคนคิดว่าตัวเองไม่มีที่ปลูก หรือบางคนก็อาจเห็นว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา ไม่ได้มีอะไรพิเศษ

                แต่หลังจากที่หมอจิ๊บได้มีโอกาสทดลองปลูกผักด้วยตนเอง ก็พบว่าเวลาที่ผักงอกขึ้นมา และมีผลผลิตให้เห็น ตัวเองก็จะรู้สึกดีใจ “เราจับความรู้สึกเราได้ว่ามันดีจริงๆ แล้วเราก็จะจดจ่อกับผักด้วย” หมอจิ๊บถ่ายทอดความรู้สึกที่เรียนรู้ให้ฟัง ประกอบกับการได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของคนไข้จิตเวชที่ตนเองดูแลอยู่  จึงทำให้หมอจิ๊บรู้สึกศรัทธา และเชื่อมั่นในเรื่องพลังของการปลูกผัก รวมถึงเชื่อว่าเรื่องอาหารการกินเป็นพื้นฐานที่สำคัญของชีวิตและมีผลต่อสุขภาพกายและใจอย่างมาก

ปลูกผักบำบัดจิตใจ


           หมอจิ๊บเล่าถึงคนไข้คนนั้นให้ฟังว่า“คนไข้คนนี้น่าสนใจมาก เขามีพัฒนาการช้า ตัวเล็ก มาบำบัดที่คลินิกจิตเวชด้วยโรคซึมเศร้า ทุกครั้งที่มาจะพูดความรู้สึกถึงพ่อกับแม่ว่าเกลียดสองคนนี้มาก เพราะทำตัวไม่เหมาะสม ไม่เคยฟังเขาเลย เราทำจิตบำบัดให้ 7-8 ครั้งก็ไม่สำเร็จ มีอยู่วันหนึ่งป้าพิศซึ่งเป็นจิตอาสาให้เมล็ดผักกลับไปปลูก อีกประมาณ 2-3 อาทิตย์ อยู่ดีๆคนไข้ก็จูงมือแม่มาหาหมอด้วย เราเลยมีโอกาสได้ทำครอบครัวบำบัด เราถามเขาว่าอยากบอกอะไรแม่มั้ย เขาก็บอกว่า อยากบอกว่ารักแม่มา เราถามเขาว่าอยากทำอะไรให้แม่มั้ย เขาบอกว่าอยากกราบแม่ สุดท้ายเขาก็นั่งลงกราบที่ตักแม่ แม่น้ำตาไหลพราก ทั้งคู่กอดกัน เชื่อว่าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้เพราะว่าการปลูกผัก น่าจะทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้น รู้สึกผ่อนคลาย มีจิตใจที่อ่อนโยนและมีความสุขมากขึ้น และคิดว่าการมาวุ่นกับเรื่องปลูกผักก็คงจะช่วยทำให้ความรู้สึกที่เคยหมกมุ่นว่าเกลียดพ่อแม่คลายไปด้วย พอเราทำจิตบำบัด ทำครอบครัวบำบัดจึงเห็นผล”

           ที่น่าประทับใจคือ จากเมล็ดพันธุ์เล็กๆน้อยๆที่ทางป้าพิศให้ไปวันนั้น จนวันนี้หากใครมีโอกาสได้ไปเยี่ยมบ้านของเขา ก็จะเห็นว่ามีพืชผักปลูกอยู่เต็มไปหมด จนกระทั่งมีคนมาขอซื้อผักถึงบ้านเลยทีเดียว ที่สำคัญเขายังกลายเป็นมือเพาะถั่วงอก ให้กับแม่ซึ่งขายก๋วยเตี๋ยวอยู่เลยทีเดียว

           เรื่องราวดีๆทำนองนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับผู้ป่วยรายนี้เท่านั้น หมอจิ๊บยังเล่าประสบการณ์ให้ฟังอีกหลายรายด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นคุณลุงที่คิดจะฆ่าตัวตาย หลังจากที่ได้มีโอกาสลงไปเยี่ยมบ้านผู้ป่วย เอาเมล็ดผักไปให้ แล้วคุณลุงก็มีโอกาสนำเมล็ดผักที่ตนเองมีอยู่มาให้ด้วย เขาก็เกิดความภาคภูมิใจที่ได้ให้อะไรใคร รู้สึกเห็นคุณค่าของตัวเองมากขึ้น แล้วก็เลิกคิดฆ่าตัวตาย


           นอกจากนี้ หลังจากที่หมอจิ๊บนำเรื่องราวดีๆที่เกิดขึ้นไปเล่าให้เพื่อนคนอื่นๆที่ทำงานด้านเดียวกันฟัง ก็มีคนนำไปทดลองใช้แล้วเห็นผลเช่นกัน “มีเพื่อนทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจที่สระแก้ว เขาได้ฟังเรื่องที่เราเล่าแล้วก็สนใจ ลองนำไปใช้ในหอผู้ป่วยจิตเวช ซึ่งตามปกติเวลากลางวัน คนไข้ส่วนใหญ่ก็มักจะกินยานอนหลับ บางคนก็จะมีนิสัยก้าวร้าวอยู่เสมอ แต่หลังจากที่ได้ทดลองนำกิจกรรมปลูกผัก เพาะถั่วงอกไปให้คนไข้ได้ทำกันในช่วงกลางวัน ปรากฏว่าคนไข้ลดความก้าวร้าวลงอย่างเห็นได้ชัดเจนเลยทีเดียว” หมอจิ๊บเล่าให้ฟังด้วยความตื่นเต้นยินดี

 

ศรัทธา...เคล็ดลับสู่ความสำเร็จ

             เมื่อถามถึงเทคนิคที่หมอจิ๊บใช้ในการใช้สวนผักบำบัด หมอจิ๊บก็ออกตัวว่าไม่แน่ใจว่าจะเรียกว่าเทคนิคหรือป่าว แต่ในกระบวนการให้คำปรึกษา หลังจากที่คุยเรื่องปัญหาต่างๆแล้ว สุดท้ายก็มักจะโยงมาเรื่องการกินอยู่เสมอ “นักวิชาการส่วนใหญ่มักหลงลืมว่าสุขภาพไม่ใช่เรื่องของพยาบาลอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของสิ่งแวดล้อม เป็นเรื่องขอวิถีการกินอยู่ด้วย เราเชื่อว่าคนเราจะป่วยทั้งทางกายและจิต ส่วนหนึ่งมันมากจากเรื่องการกิน อย่างคนไข้คนหนึ่งมาด้วยอาการแน่นหน้าอก กลัวจะเป็นมะเร็ง แต่จริงๆแล้วเขาไม่ได้เป็นอะไรนัก เราก็จะชวนให้เขาลองทบทวนดูว่าเขากินอะไรบ้าง แล้วอาหารที่กินนั้นปลอดภัยจริงหรือป่าว ถ้าซื้ออาหารกิน เชื่อมั่นได้มั้ย กว่าอาหารจะเดินทางมาถึงเราใช้เวลานานแค่ไหน สุดท้ายเราก็จะสอดแทรกเรื่องการปลูกผักกินเอง คือทำให้เขาตระหนักถึงปัญหาเรื่องอาหารการกินที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน แล้วก็ทำให้เขาตระหนักถึงความสำคัญของการปลูกผัก แต่สิ่งสำคัญคือการทำด้วยความศรัทธาจริงๆ และพูดทุกสิ่งออกมาจากใจจริงๆ เรียกว่าคุยไปคุยมาเราก็แทรกเรื่องผักได้กับคนไข้ทุกคนเลยนะ ถ้าเขาไม่รู้ว่าจะปลูกยังไง ก็จะส่งออกมาหาป้าพิศและทีมจิตอาสา ซึ่งคอยให้ความรู้อยู่ข้างนอกห้องตรวจ หรือให้ลองทดลองทำที่แปลงผักที่อยู่ในโรงพยาบาล หากใครปลูกผักกินเองอยู่แล้ว เราก็จะแทรกให้เขาเห็นคุณค่าของสิ่งที่ทำอยู่”หมอจิ๊บ กล่าว 


            อาจกล่าวได้ว่าทุกวันนี้เมล็ดผักนานาชนิด แทบจะเป็นเครื่องมือหนึ่งในการบำบัดคนไข้จิตเวชของหมอจิ๊บไปเรียบร้อยแล้วเวลาไปเยี่ยมบ้านผู้ป่วย สิ่งที่หมอจิ๊บจะพกติดตัวไปด้วยก็คือเมล็ดพันธุ์ผัก หากสังเกตเห็นว่าบ้านไหนปลูกผักอยู่บ้างแล้ว ก็จะชวนคุย ถึงแม้ว่าผักที่ปลูกอยู่จะไม่ใช่คนไข้เป็นคนปลูก แต่มีคนในบ้านปลูก หมอจิ๊บก็จะฝากเมล็ดพันธุ์ไว้ให้ หลังจากนั้นคนไข้ก็มักจะมาเล่าเรื่องผักๆให้ฟัง บางคนมีอะไรก็นำมาแบ่งปันให้เสมอ

            ที่สำคัญ เวลาหมอจิ๊บจะลงไปเยี่ยมบ้านคนไข้แต่ละครั้ง แทนที่จะบอกว่าไปเยี่ยมผู้ป่วยจิตเวช หมอจิ๊บก็จะบอกว่ามาตามดูเมล็ดผักที่เคยให้ไว้ปลูก ซึ่งคำพูดเล็กๆน้อยๆเช่นนี้มีความสำคัญต่อจิตใจของผู้ป่วยอย่างมาก คือไม่ทำให้เขาคิดว่าตนเองเป็นจิตเวช 


           ไม่เพียงผู้ป่วยจิตเวชเท่านั้นนะคะ ตอนนี้หมอจิ๊บและทีมจิตอาสา ยังไปช่วยบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาด้วยการปลูกผักอีกด้วย โดยได้ทำงานประสานกับทางเทศบาล และได้รับการสนับสนุนที่บางส่วนจากเทศบาลให้นำมาให้ผู้ป่วยได้ใช้ปลูกผัก และปลูกต้นไม้ต่างๆได้ด้วย

 

อื่นๆอีกมากมาย


 

            ที่เล่าให้ฟังนี้ เป็นเพียงส่วนของใช้สวนผักช่วยบำบัดผู้ป่วยเท่านั้นนะคะ ที่โรงพยาบาลอ่าวอุดมแห่งนี้ ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจเกิดขึ้นอีกหลายอย่างซึ่งแตกกิ่งก้านสาขา ผลิดอกออกผลมาจากการเริ่มต้นจากกระเช้าผักเล็กๆ หน้าห้องตรวจคราวแรกเริ่มนั้น ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมตลาดนัดสีเขียว ทุกวันพฤหัสบดี ซึ่งจะเป็นวันนี้สมาชิก พนักงานโรงพยาบาล ผู้ป่วยซึ่งปลูกผักกินเอง นำผลผลิตที่เหลือจากกินมาขาย มีทั้งกิจกรรมให้ความรู้เรื่องการปรุงดิน ปลูกผัก เพาะถั่วงอก เพาะเห็ด ตลอดจนกิจกรรมสาธิตการทำอาหารสุขภาพจากผักปลอดภัยจากสารเคมีทั้งหลายให้คนไข้ และเจ้าหน้าที่ได้ลองลิ้มชิมรสอาหารที่มีคุณภาพ รวมถึงทำให้เกิดแรงบันดาลใจและตระหนักถึงความสำคัญของการปลูกผักกินเอง

 


            ไม่เพียงเท่านี้ ทุกวันศุกร์ เจ้าหน้าที่ จิตอาสา พยาบาล คุณหมอทั้งหลายในโรงพยาบาลนี้ยังนำผลผลิตมาทำอาหาร แบ่งปันกันกิน และล้อมวงพูดคุยแบ่งปันเรื่องราวดีๆซึ่งกันและกันด้วย


            ยังไม่นับหน่วยงานต่างๆในโรงพยาบาลที่เริ่มสนใจ และนำเรื่องการปลูกผักไปเชื่อมโยงกับงานที่ตัวเองทำอยู่นะคะ ไม่ว่าจะเป็นคลินิกเบาหวาน หรือกลุ่มอาชีวะอนามัย ทำนำเรื่องอาหารปลอดภัย และเรื่องการปลูกผักไปแบ่งปันให้กับคนที่ทำงานอยู่แต่ในโรงงาน เป็นต้น


           คงต้องบอกว่าการก้าวเดิน ต่อเติมฝันของโครงการสวนผักคนเมือง อ่าวอุดมพิทักษ์ใจแห่งนี้ ช่างเป็นการก้าวเดินที่เติมเปี่ยมไปด้วยพลัง ความศรัทธา ความมุ่งมั่น และความจริงใจของทีมงานทุกคนอย่างแท้จริง ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “เหนื่อย แต่มีความสุขมาก” เพราะสิ่งที่ได้มันมากกว่าสิ่งที่พวกเขาทำมากมาย


 | วันที่ 15/11/2555

อ่าน 1596


 สวนแห่งชีวิตครอบครัว
 ทัวร์สวนผักคนเมือง ตอนดาดฟ้าเปลี่ยนชีวิต
 สวนผักปลูกชีวิต : Growing in (edible) Garden
 ก้าวเดิน ต่อเติมฝัน กับโครงการสวนผักคนเมืองอ่าวอุดมพิทักษ์ใจ
 นักวิทยาศาสตร์ตัวน้อยกับโลกใบใหญ่


โครงการสวนผักคนเมือง
912 ซอยงามวงศ์วาน 31 ซอยย่อย 7
ถนนงามวงศ์วาน อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000
โทร. 02-591-1195-6
cityfarm2010@hotmail.com
Design by Ngoscyber