สุขภาพดีไม่มีขาย ปลูกได้ด้วยมือคุณ

                หากเปิดดูสถิติเรื่องสุขภาพ ก็จะพบว่าโรคยอดฮิตของคนในเมืองนั้นมีตั้งแต่โรคหัวใจ โรคหลอดเลือด  โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน รวมถึงโรคเครียด โรคไมเกรน โรคนอนไม่หลับ ซึ่งสาเหตุของโรคเหล่านี้ล้วนมาจากวิถีการดำเนินชีวิตที่ขาดสมดุลทั้งสิ้น ที่น่าตกใจคือหากพิจารณาดูจำนวนของผู้ที่เสียชีวิตจากโรคเรื้อรังหรือโรควิถีชีวิตเหล่านี้ ก็พบว่ามีถึงร้อยละ 60 ของประชากรโลกที่เสียชีวิตด้วยโรคที่ว่านี้เลยทีเดียว อาจกล่าวได้ว่าปัญหานี้เป็นปัญหาระดับโลกเลยก็ว่าได้

                คำแนะนำที่เรามักจะได้ยินกันเพื่อรับมือกับโรคเหล่านี้ ก็คือให้ดูแลเรื่องอาหาร อารมณ์ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งก็คงต้องยอมรับว่า สำหรับวิถีชีวิตของคนเมืองส่วนใหญ่ ที่ต้องทำงานอย่างรีบเร่ง ออกจากบ้านแต่เช้ามืดกลับถึงบ้านก็ค่ำมืด แถมยังต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อม และปัญหาต่างๆนานา ไม่ว่าจะเป็นรถติด หรือการมีแต่อาหารไม่ปลอดภัย ตลอดจนมีแต่อาหารฟาสฟูดให้เลือกกิน ก็คงจะเป็นเรื่องยากไม่น้อยที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้  เรียกว่าแม้ว่าจะรู้อยู่แก่ใจว่าควรทำอะไร แต่ก็รู้สึกไร้ซึ่งหนทางที่จะทำได้ ว่าแต่เราไร้ซึ่งหนทางซึ่งจะนำไปสู่ทางออกในการแก้ไขปัญหาสุขภาพเหล่านี้แล้วจริงๆหรือ???

                ในฐานะที่กำลังดำเนินโครงการสวนผักคนเมืองอยู่ ก็อยากจะนำเสนอเรื่องการทำสวนผัก หรือเรื่องเกษตรในเมืองให้เป็นหนทางหนึ่งในการช่วยแก้ไขปัญหาสุขภาพของคนเมืองอย่างไรเราลองมาดูกัน


                อันดับแรกและน่าจะเป็นที่เข้าใจได้ง่าย อีกทั้งยังเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายคนหันมาสนใจเรื่องการปลูกผักกินเองก็คือเรื่องการมีอาหารปลอดภัยจากสารเคมีไว้กิน ซึ่งก็มีส่วนช่วยทำให้สุขภาพดีขึ้น ปลอดภัยจากสารเคมีตกค้าง ที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่ในปัจจุบัน เรียกว่าไม่ว่าจะยากดีมีจน จะซื้อผักราคาถูกจากตลาด หรือจะซื้อผักราคาแพงจากห้างสุดหรู ก็ต่างประสบชะตากรรมไม่แพ้กัน

                อย่างไรก็ตาม นอกจากผลลัพธ์ในทางตรงนี้แล้ว ยังมีงานศึกษาวิจัยที่พบว่าการปลูกผักในเมืองยังมีส่วนช่วยส่งเสริมให้คนสนใจและใส่ใจในการหาอาหารสุขภาพอื่นๆมารับประทานกันมากขึ้นด้วย

                งานศึกษายังพบว่า การรณรงค์หรือแนะนำให้คนไม่กินอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพเพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอที่จะทำให้คนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้อย่างแท้จริง แต่เรื่องนี้จะประสบผลได้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมโดยรวมเป็นสำคัญ โดยเฉพาะอิทธิพลจากเพื่อน ครอบครัว และเพื่อนบ้านหากสังคมโดยรอบสนใจเรื่องการปลูกผัก และสนใจเรื่องอาหารสุขภาพ ก็มีส่วนช่วยอย่างมากที่จะทำให้คนอื่นๆที่อยู่รอบข้างหันมาสนใจ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วย

                ที่สำคัญเขายังพบว่าคนที่ปลูกผักกินเองนั้นมีแนวโน้มที่จะหันมากินผักและผลไม้เพิ่มมากขึ้น และในปริมาณที่มากกว่าคนที่ไม่ปลูกด้วยเนื่องจากผู้ปลูกผักมีโอกาสได้ลิ้มรสชาติที่แท้จริงของพืชผักที่สดใหม่และปลอดภัย ทำให้รู้สึกพึงพอใจในรสชาติ และกินได้มากขึ้น หากผลิตเองไม่ได้ ก็มีแนวโน้มว่าจะไปหาซื้อผลผลิตท้องถิ่น ที่ถูกต้องตามฤดูกาล สด สะอาด ปลอดภัย ได้คุณภาพมากินกันมากขึ้น

                อันดับที่สองการปลูกผักมีส่วนช่วยทำให้ได้ออกกำลังกายได้อย่างดี มีงานศึกษาวิจัยพบว่าการปลูกผักมีส่วนช่วยทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มที่ไม่ค่อยได้เคลื่อนไหว อย่างการนั่งทำงานอยู่กับที่นานๆ รวมถึงกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วยมะเร็ง


                นอกจากนี้ยังพบว่าการทำสวนผักยังมีความเชื่อมโยงและช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรัง หรือโรควิถีชีวิตต่างๆได้ ไม่ว่าจะเป็นโรคอ้วน โรคหลอดเลือด รวมถึงโรคเบาหวานเป็นต้น

                 อันดับที่สาม การปลูกผักช่วยรักษาสุขภาพจิต ดังที่เราเคยได้ยินกันบ่อยครั้งว่า จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว ดังนั้นคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเรื่องของจิตใจนั้นมีผลต่อสุขภาพทางกายอย่างมาก งานศึกษาวิจัยพบว่าการที่คนมีโอกาสได้ปลูกผัก ปลูกต้นไม้ ทำกิจกรรมอยู่กลางแจ้งนั้น มีส่วนช่วยทั้งป้องกันการเกิดโรคภัยไข้เจ็บและมีส่วนช่วยเยียวยารักษาโรคภัยไข้เจ็บได้


                นอกจากนี้ ยังพบว่าในทางการแพทย์ยังมีผู้ที่นำเรื่องการปลูกผักไปใช้บำบัดและเยียวยารักษาผู้ป่วยทางจิตเวช ซึ่งก็พบว่ามีผลช่วยทำให้ผู้ป่วยเหล่านั้นมีทักษะทางสังคมที่ดีขึ้น มีความมั่นใจและยอมรับในตัวเองมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยทำให้คนไข้เกิดความผ่อนคลาย ระดับความเครียด ความกลัว และความโกรธลดลง ความดันโลหิตก็ลดลง และความตึงเครียดของกล้ามเนื้อก็ลดลงด้วย

                บ้านเราตอนนี้ก็มีโรงพยาบาลอ่าวอุดมที่นำไปทดลองใช้บำบัดผู้ป่วยจิตเวช และได้ผลเป็นอย่างดี จนตอนนี้ขยายไปสู่การใช้สวนผักบำบัดผู้ติดยาเสพติดแล้ว ซึ่งก็พบว่าได้ผลดีไม่แพ้กันเลยทีเดียว ใครสนใจก็ลองเข้าไปอ่านได้ที่  สวนผักแห่งศรัทธา เยียวยาชีวิตผู้คน  

                อันดับสี่การปลูกผักในเมืองช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เขียว ปลอดภัย และดีต่อสุขภาพโดยเฉพาะการนำพื้นที่ที่เคยรกร้างว่างเปล่า เป็นแหล่งมั่วสุม หรือที่ทิ้งขยะ มาปรับเปลี่ยนเป็นพื้นที่สีเขียวกินได้ ที่สำคัญยังพบว่า แปลงผักในเมืองยังเป็นพบปะสังสรรค์พูดคุยกันของคนในชุมชน ซึ่งก็รวมถึงการพูดคุยปรึกษาและให้คำแนะนำกันเรื่องการดูแลสุขภาพด้วย  ยังไม่นับเรื่องการที่การปลูกผักช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวและเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งเป็นผลดีต่อสภาพแวดล้อมโดยรวม อันส่งผลต่อสุขภาพของผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นั่นด้วย


                อันดับห้าเกษตรในเมืองช่วยสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับคนในชุมชน โดยเฉพาะในชุมชนที่เป็นกลุ่มคนเปราะบาง มีรายได้น้อย ไม่สามารถเข้าถึงอาหารที่ปลอดภัยได้ ที่สำคัญหากเกิดวิกฤตต่างๆไม่ว่าจะเป็นวิกฤตทางเศรษฐกิจที่อาจทำให้ตกงาน วิกฤตอาหารแพง รวมถึงภัยธรรมชาติต่างๆ สวนผักของชุมชนก็มีส่วนช่วยให้สามารถรับมือกับวิกฤตเหล่านี้ได้


 

                จะเห็นได้ว่า เรื่องของเกษตรในเมือง ไม่ใช่เรื่องของการปลูกผักไว้กินเอง หรือเป็นเพียงงานอดิเรกที่ทำยามว่างสนุกๆเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทสำคัญที่จะมีส่วนช่วยแก้ไขปัญหาสุขภาพ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัญหาระดับชาติได้ และการที่จะขับเคลื่อนเรื่องนี้ให้เป็นผลสำเร็จได้ ก็คงต้องอาศัยหลายภาคส่วนเข้ามามีช่วยกัน ทั้งในระดับครอบครัว ชุมชน สถาบันการศึกษา โรงพยาบาล กระทรวง สำนักงานเขต รวมถึงหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องการจะมีสุขภาพดี ก็คงต้องช่วยกันสร้างคนละไม้ละมือ เพราะ “สุขภาพดีไม่มีขาย ปลูกได้ด้วยมือคุณ”

 

อ้างอิง www.foodsecurity.org


 | วันที่ 16/01/2556

อ่าน 1143


 CERES ศูนย์การเรียนรู้เพื่อความยั่งยืน
 ประสบการณ์เกษตรในเมืองที่คิงครอสส์ ประเทศอังกฤษ
 นโยบาย 1 ครอบครัว 1 สวนผัก ภายใน 2020 @ Gangdong-gu
 สวนผักชุมชน กับการเข้าถึงอาหารของคนจน
 Give time and Get Food @ 4th Street Farm


โครงการสวนผักคนเมือง
912 ซอยงามวงศ์วาน 31 ซอยย่อย 7
ถนนงามวงศ์วาน อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000
โทร. 02-591-1195-6
cityfarm2010@hotmail.com
Design by Ngoscyber