นักวิทยาศาสตร์ตัวน้อยกับโลกใบใหญ่


 “ทำไม?”( ทำไม? ทำไม? และ ทำไม?) อาจเป็นคำถามที่ใครหลายๆคนส่ายหน้าเหนื่อยใจที่จะต้องตอบสนองความสงสัยในทุกเรื่องราวที่ได้พบเห็นของเด็กตัวน้อย แต่สำหรับที่บ้านศูนย์เรียนรู้ Organic Way คำถามนี้เป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องผลักดันให้ค้นหาคำตอบให้จนได้

ศูนย์เรียนรู้แห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ในซอยราษฎรบูรณะ 30  หลังร้านอาหาร Health Me ตรงข้ามธนาคารกสิกรไทยสำนักงานใหญ่ หากมองลงมาจากสะพานพระราม 9 จะสามารถมองเห็นแปลงผักหลากชนิดแทรกตัวอยู่ท่ามกลางความวุ่นวายของเมืองใหญ่ แปลงผักแห่งนี้แต่เดิมเป็นอู่รถเมล์คราบน้ำมันเกรอะกรัง เมื่อถูกเปลี่ยนผู้เช่ากลายมาเป็นศูนย์เรียนรู้การเกษตรก็ถูกขัดสีฉวีวรรณจนสะอาดเอี่ยมและจัดทำเป็นพื้นที่สีเขียว รองรับกิจกรรมหลากหลาย เช่น เปิดเป็นพื้นที่เรียนรู้เรื่องวิธีการปลูกผักสำหรับคนเมือง ผลิตอาหารเพื่อเป็นวัตถุดิบเข้าสู่ร้าน นอกจากนี้ยังมีการจัดสรรให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างหมุนเวียนเพื่อช่วยเรื่องของสิ่งแวดล้อม เช่น การนำเศษอาหารมาทำเป็นปุ๋ยหมักและนำวัสดุเหลือใช้มาประยุกต์เป็นภาชนะหรือแปลงปลูก


นอกจากจะเปิดให้มีการอบรมการปลูกผักสำหรับผู้ใหญ่แล้ว พอทิพย์ เพชรโปรี หรือ ป้าหน่อย ยังเห็นความสำคัญของเด็ก ๆ และเยาวชน จึงได้จัดกิจกรรมหลากหลายรูปแบบสำหรับเด็กโดยเฉพาะ เช่น กิจกรรมตะลุยสวนป้าหน่อย กิจกรรมสายใยอาหารในปีที่ที่ผ่านมา และ“วิทยาศาสตร์ในสวน” เป็นกิจกรรมที่ถูกจัดขึ้นในปีนี้

เราส่วนใหญ่อาจเคยเห็นกิจกรรมเกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ตามหน่วยงาน หรือองค์กรต่างๆ หรือแม้กระทั่งในสื่อโทรทัศน์ ซึ่งโดยส่วนใหญ่มักมีรูปแบบเป็นการจัดเตรียมอุปกรณ์ไว้ให้และอธิบายขั้นตอนให้เด็กได้ทำการทดลองและสังเกตผลที่เกิดขึ้น แต่สำหรับป้าหน่อยแล้ว กิจกรรม”วิทยาศาสตร์ในสวน”กลับไม่ได้มีหลอดทดลองผสมสารสกัดสีสันสวยงาม แต่เน้นไปที่การใช้สิ่งแวดล้อมที่มีอยู่แล้วให้เกิดประโยชน์ในการเรียนรู้ อดีตครูใหญ่ใจดีชวนเด็กๆลงไปดูแปลงผักพร้อมอุปกรณ์ในการขุดดินและแว่นขยายสำหรับสังเกต ค้นหาสิ่งมีชีวิตหลากหลายที่มีอยู่ในดิน นำขึ้นมาสังเกต เพราะให้ความสำคัญกับพื้นฐานกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในเรื่องความช่างสังเกต ความช่างสงสัย การตั้งคำถาม และนอกไปจากทักษะของนักวิทยาศาสตร์แล้ว  ความมีเมตตาต่อสัตว์ที่นำมาสังเกตและความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อผู้อื่นก็เป็นอีกหัวใจสำคัญของ Organic Way ป้าหน่อยเน้นย้ำเสมอด้วยความตระหนักถึงความสำคัญอันเป็นพื้นฐานของเติบโตและเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน


 ในการจัดกิจกรรมแต่ละครั้ง ถึงแม้จะมีแก่นหรือหลักทางความคิดที่เหมือนกัน แต่เพราะผู้เข้าร่วมมีความแตกต่างกันกิจกรรมที่จัดขึ้นจึงตั้งอยู่บนพื้นฐานของความสนใจ การพัฒนาการตามช่วงอายุ ความต้องการเฉพาะของแต่ละบุคคลและของกลุ่ม เช่น กลุ่มเด็กเล็กมากด้วยจินตนาการสร้างสรรค์ แต่มีความกลัวที่จะสัมผัสสิ่งมีชีวิตตัวน้อยในดิน การเล่านิทานเรื่องบ้านของไส้เดือนพร้อมการมีส่วนร่วมในการแสดงหุ่นมือ ก็ได้ถูกเลือกขึ้นมาให้เป็นกิจกรรมที่ช่วยให้เด็กๆได้เรียนรู้ถึงความสำคัญของไส้เดือนที่มีต่อระบบนิเวศและปรับเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อไส้เดือน จากความรู้สึกหวาดกลัวหรือขยะแขยงเป็นความรู้สึกในเชิงบวกและอยากเรียนรู้เกี่ยวกับไส้เดือนมากขึ้น การได้ลงมือเลี้ยงและเพาะพันธุ์ไส้เดือนก็เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ได้รับความสนใจจากเด็กๆเป็นอย่างมาก กิจกรรมนี้นอกจากจะให้เด็ก ๆ ได้คิดและลงมือทำแล้ว ยังได้เรียนรู้การแบ่งงานและการทำงานเป็นกลุ่ม มีการแบ่งหน้าที่ไปเตรียมวัตถุดิบต่างๆ เช่น เศษอาหารและเศษผักจากครัวเรือน เศษใบไม้แห้ง และมูลกระต่าย เด็ก ๆ ได้เรียนรู้เรื่องการใช้มีดและกรรไกรอย่างถูกวิธี(ภายใต้การดูแลของผู้ใหญ่) เรียนรู้เรื่องการเจริญเติบโตของพืชและวงจรชีวิต เรียนรู้ชีวิตของกระต่าย อาหารการกินและที่อยู่อาศัยของสัตว์ปุกปุย 4 ขา และทั้งหมดได้เรียนรู้วิธีการจัดการสิ่งแวดล้อมในการเปลี่ยนขยะและวัสดุเหลือใช้มาทำให้กลายเป็นปุ๋ยมูลไส้เดือนซึ่งสามารถนำไปใช้หมุนเวียนในแปลงผักให้เกิดประโยชน์ได้


หลังจากจัดกิจกรรมกับเด็ก ๆ ไปแล้วผู้ปกครองจะได้รับเชิญให้เข้ามามีส่วนร่วมตามความเหมาะสม ในลักษณะของการเสริมสร้างกำลังใจและส่งเสริมให้เกิดการค้นคว้าหาข้อมูลด้วยตนเอง เช่น ผู้ปกครองได้รับเชิญให้ร่วมรับชมการแสดงละครหุ่นมือของเด็ก ๆ และช่วยเหลือในการค้นคว้าหาข้อมูลเพิ่มเติมนอกห้องเรียนในเรื่องที่เด็กสนใจและตั้งคำถาม การมีส่วนร่วมในการนำเสนอผลการค้นคว้าของบุตรหลานในวันกิจกรรมติดตามผลซึ่งจัดขึ้นประมาณ 1 เดือนหลังจากกิจกรรม ”วิทยาศาสตร์ในสวน”

จากการติดตามผลที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์ตัวน้อยได้นำเสนอผลงานการค้นคว้าได้อย่างน่าสนใจ มีทั้งเรื่องของ กระต่าย หอย ด้วง ไส้เดือน หิ่งห้อย แมลงเต่าทอง แมงมุม ไม่ว่าจะเป็นความรู้เกี่ยวกับลักษณะทางกายภาพ วงจรชีวิต แหล่งที่อยู่ อาหารการกิน รวมทั้งศัตรูตามธรรมชาติ และพฤติกรรมที่น่าสนใจของสัตว์ชนิดนั้น ๆ และหลังจากได้ให้คนตัวเล็กเหล่านี้ลงแรงช่วยกันนับจำนวนไส้เดือนที่ได้ขยายพันธุ์เอาไว้ ก็พบเรื่องน่าตื่นเต้นว่าไส้เดือนที่ได้เพาะพันธุ์เอาไว้มีจำนวนมากขึ้นหลายเท่าตัว แต่สิ่งนี้ก็เทียบไม่ได้เลยกับทัศนคติของเด็ก ๆ ที่เปลี่ยนไปจากกิจกรรมครั้งแรก จากที่แต่เดิมเด็กบางคนมีความรู้สึกกลัวไส้เดือนมากเสียจนต้องแอบอยู่หลังผู้ใหญ่ แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นตัวตั้งตัวตีในการค้นหาไส้เดือนในอ่างที่เลี้ยงเอาไว้


กิจกรรมที่เปี่ยมไปด้วยบรรยากาศของความสนุกสนานและความตั้งอกตั้งใจคงไม่ได้เกิดขึ้นได้เฉพาะที่ศูนย์เรียนรู้ Organic Way เท่านั้น แต่อาจถูกสรรสร้างให้เกิดขึ้นได้ในทุก ๆ ที่ หากผู้ใหญ่ได้ลองเปิดใจให้เด็กลองทำ ขบคิดไปกับคำถามชวนหัวของคนตัวเล็กที่เปี่ยมไปด้วยความกระตือรือร้นที่จะเข้าใจสิ่งแวดล้อม และลองค้นหาคำตอบไปด้วยกัน  สวนผักที่เราปลูกเอาไว้รับประทานและเป็นงานอดิเรกอาจกลายเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ ที่มีความหมายได้มากกว่าอาหารจนทำให้เราฉงนใจอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลยก็เป็นได้

ขอบคุณรูปถ่ายจาก https://www.facebook.com/organicwaypage

 

 

 

 


 | วันที่ 21/05/2556

อ่าน 847


 สวนผักดาดฟ้าบ้านธรรมดาสุข
 การจัดการขยะในโรงเรียนทอสี(รักษ์โลก)
 จิ๋วแต่แจ๋ว : สวนผักหน้าตึก นปอ.
 สวนผักคนเมืองจับมือเขตดอนเมือง สร้างสวนผักชุมชน
 วงพัฒนาศักยภาพนักปลูกเมือง ปลูกชีวิต


โครงการสวนผักคนเมือง
912 ซอยงามวงศ์วาน 31 ซอยย่อย 7
ถนนงามวงศ์วาน อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000
โทร. 02-591-1195-6
cityfarm2010@hotmail.com
Design by Ngoscyber