คับที่ปลูกได้


                เมื่อพูดกันถึงเรื่องสถานการณ์ของระบบอาหารที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งนำไปสู่ปัญหาต่างๆมากมายมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสุขภาพทั้งของผู้บริโภค และผู้ผลิต รวมถึงเรื่องของผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ยังไม่รวมถึงเรื่องปัญหาความเป็นธรรมต่างๆ หลายคนก็มักจะรู้สึกว่าตนเองไร้ทางเลือก ไม่มีทางออก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในกลุ่มคนที่อยู่ในเมือง ส่วนใหญ่ก็มักจะรู้สึกว่าตัวเองมีข้อจำกัดในชีวิตมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเวลา เรื่องทักษะความรู้ หรือเรื่องที่ดิน คำถามก็คือเราไม่มีทางเลือกจริงหรือ

                คุณศิริกุล ซื่อต่อชาติ หรือคุณป้อม เป็นหนึ่งคนเมืองกรุง ที่ไม่เคยมีทักษะความรู้เรื่องการปลูกผักมาก่อน แถมยังอาศัยอยู่ในบ้านที่ไม่มีพื้นที่ดินว่างให้ปลูกผักเลยแม้แต่น้อย แต่ปัจจุบัน กลายเป็นคนที่มีพืชผักที่ปลูกเองกับมืออยู่รอบบ้าน ครั้นจะทำอาหารก็สามารถเดินออกเป็นเก็บมาปรุงได้โดยที่แทบไม่ต้องไปจ่ายตลาด ที่สำคัญยังกลายเป็นคนที่มีความรู้ ความสามารถในการปลูกผักในเมืองจนสามารถเป็นทั้งครู และผู้สร้างแรงบันดาลใจให้ใครหลายคนเลยทีเดียว

                คุณป้อมเล่าให้ฟังว่า ตัวเองเป็นแม่บ้าน ก็สนใจเรื่องการกิน เวลามีงานตลาดสีเขียว ก็จะไปเดินเที่ยว ก็เริ่มมีความรู้เรื่องอาหารมากขึ้นว่า อะไรควรกิน อะไรไม่ควรกิน เช่นรู้ว่าถั่วงอกที่ซื้อในตลาดอาจมีสารพิษเจือปน หรือรู้ว่าผักสลัดที่ปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์ซึ่งเคยซื้อกินอยู่เป็นประจำนั้น ไม่ปลอดสารเคมีอย่างที่คิด เมื่อรู้แล้ว ก็เริ่มสนใจอยากปลูกผักกินเองมากขึ้น แต่ก็ไม่เคยมีความรู้ ก็เลยลองไปอบรมปลูกผักที่ศูนย์อบรมสวนผักบ้านคุณตา ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์อบรมในโครงการสวนผักคนเมืองดู


                สิ่งสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้คุณป้อมได้พัฒนาทักษะ ความรู้ของตนเองจนเก่งอย่างทุกวันนี้ก็คือ การไปเรียนรู้แล้วกลับมาลงมือปฏิบัติทันที “ด้วยความที่บ้านไม่มีที่ กลับมาก็ลองเพาะถั่วงอกกินเองก่อน พอทำสำเร็จ ก็เริ่มหาที่ปลูกผักตรงระเบียง เห็นพอจะมีที่ที่ได้แดดอยู่บ้าง ก็เริ่มปลูกง่ายๆ เช่นกระเพรา โหระพา ต้นหอม ก็ได้ผลดี เลยเริ่มมีกำลังใจ เริ่มเรียนรู้ที่จะปรุงดิน แล้วก็ปลูกผักบุ้ง กวางตุ้ง คะน้า จนในที่สุด เมื่อเริ่มชำนาญขึ้น ก็ลองลงมือปลูกผักสลัดซึ่งเป็นผักที่ปลูกค่อนข้างยาก แต่คิดอยู่ในใจมาตลอดว่าอยากปลูกให้ได้ เพราะชอบกินสลัด”


                จากพื้นที่ระเบียงบ้านเล็กๆ ก็เริ่มหาที่ขยับขยายมากขึ้น มองไปมองมารอบบ้าน ก็เห็นว่าตรงกำแพงข้างบ้านเป็นที่ที่ได้รับแดดดี คุณป้อมกับคุณจุ๊น คู่ชีวิต จึงช่วยกันออกแบบการปลูกผักบริเวณกำแพงข้างบ้าน ทำเป็นสวนผักแนวตั้งโดยใช้ไม้ระแนงตี และนำกระถางผักมายึดกับไม้ระแนง เป็นแนวยาว พร้อมกับทาสีกำแพงบ้านใหม่เป็นสีส้ม ให้ตัดกับสีเขียวของผัก เชื่อว่าใครผ่านไปผ่านมาซอยนี้ คงอดตื่นตาตื่นใจ และหลงเสน่ห์ความสวยงามที่กินได้บนกำแพงบ้านคุณป้อมไม่ได้ นับว่าเป็นนวัตกรรมรูปแบบการปลูกผักในเมืองอีกรูปแบบหนึ่ง ที่ก้าวข้ามข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ดินในบ้านไปได้อย่างน่าชื่นชม


                “เราให้เวลาเขามากแค่ไหน เขาก็ให้ผลผลิตเราได้มากแค่นั้น” นี่คือสิ่งที่คุณป้อมมักบอก เวลามีคนถามถึงเคล็ดลับในการปลูกผักในงอกงาม 



                จากกำแพงบ้านตัวเอง คุณป้อมก็เริ่มขยายพื้นที่ปลูกผักออกไปยังหน้าบ้านที่ถูกทิ้งร้างไว้ด้านตรงข้ามด้วย เรียกว่า 2 ข้างทางของซอยนี้ เต็มไปด้วยพืชผักที่กินได้ ที่ผู้ปลูกพร้อมจะแบ่งปันให้เพื่อนบ้านที่ผ่านไปผ่านมา ที่สำคัญบางบ้านในซอย เมื่อเห็นคุณป้อมปลูก ก็เริ่มออกมาปรับปรุงดิน ทำแปลงปลูกหน้าบ้านตัวเองร่วมด้วย


                หลังจากที่ปลูกผักกินเอง พึ่งตนเองด้านอาหารได้ระดับหนึ่งแล้ว คุณป้อมก็ยังเรียนรู้ที่จะพึ่งตนเองด้านอื่นๆมากขึ้น เช่นหัดทำน้ำยาอเนกประสงค์ หัดทำแชมพูมะกรูด หรือหัดทำสบู่ไว้ใช้เองด้วย แถมใครสนใจ คุณป้อมก็พร้อมที่จะแบ่งปันประสบการณ์ ความรู้ ให้เสมอ  หรือหากมีผลผลิต มีเมล็ดพันธุ์ ต้นกล้าผักอะไรที่เพาะไว้ คุณป้อมก็มักจะนำมาแบ่งปันเช่นกัน ยังไม่นับอาหารอร่อยๆ ที่ทำจากผักปลูกและปรุงเองกับมือนะคะ


                อาจกล่าวได้ว่า คุณป้อม ถือเป็นหนึ่งในตัวอย่างของคนเมืองที่มีความมุ่งมั่น ตั้งใจที่จะสร้างทางเลือกให้กับชีวิตตัวเอง เปลี่ยนจากการเป็นผู้บริโภคเพียงอย่างเดียว มาเป็นผู้สร้าง หรือผู้ผลิต เรียนรู้ที่จะทำอะไรด้วยตนเองมากขึ้น และส่งต่อความรู้ ความสามารถเหล่านี้เผื่อแพร่สู่ผู้อื่น เกิดเป็นชุมชนแห่งการแบ่งปันเล็กๆ ที่ทำให้สังคมเมืองน่าอยู่มากขึ้นต่อไป

                ที่สำคัญ การเริ่มต้นเรียนรู้เรื่องที่มาของอาหารที่เรากิน รู้จักตั้งคำถามกับสิ่งที่คนอื่นหรือโฆษณาบอกต่อๆกัน จนตระหนักถึงสถานการณ์ปัญหาเรื่องระบบอาหารที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน  และเริ่มลงมือปฏิบัติการณ์สร้างทางเลือกให้กับตัวเอง เช่นเลือกที่จะปลูกผักกินเอง เลือกที่จะซื้ออาหารท้องถิ่นที่ปลอดสารเคมีเลือกที่จะทำของใช้จากธรรมชาติไว้ใช้เองมากขึ้น นี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่เราทุกคนสามารถทำได้ และเป็นการช่วยกันทำที่ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงตามมาได้เช่นกัน                    


ขอบคุณรูปภาพบางส่วนจากผลงานคุณบุญชัย โตธนายานนท์ค่ะ


 | วันที่ 25/12/2556

อ่าน 3090


 สวนผัก ผู้คน ชุมชน บนพื้นที่รกร้าง
 กลับไปสู่อนาคต: พิพิธภัณฑ์หมู่บ้าน Wali เพื่อรำลึกถึงรากเหง้าที่เรียกว่าบ้าน
 สวนบำบัดเพื่อพัฒนาเด็กพิการ เด็กด้อยโอกาส และผู้มีปัญหาด้านสุขภาพ
 ฟาร์มของคนเมือง ฟาร์มของความสุข (ตอนที่ 2)
 สวนผักโรงงาน บนพื้นที่เงินล้าน


โครงการสวนผักคนเมือง
912 ซอยงามวงศ์วาน 31 ซอยย่อย 7
ถนนงามวงศ์วาน อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000
โทร. 02-591-1195-6
cityfarm2010@hotmail.com
Design by Ngoscyber