เปิดบ้าน รวมพล นักปลูกผัก ปลูกเมือง ปลูกชีวิต


            ผ่านไปแล้วกับงานเปิดบ้าน รวมพล นักปลูกผัก ปลูกเมือง ปลูกชีวิต เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2559 ที่ผ่านมา ที่มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย)


            งานนี้ ถือเป็นการเปิดบ้าน อย่างเป็นทางการครั้งแรกของโครงการสวนผักคนเมือง หลังจากที่ทำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ มากว่า 5 ปี   ได้สนับสนุนทุนขนาดเล็ก จนเกิดรูปธรรมของสวนผักคนเมืองหลากรูปแบบ หลายพื้นที่  และได้มีส่วนช่วยรณรงค์ ส่งเสริม ให้คนในเมืองหันมาสนใจเรื่องเกษตรในเมืองมากขึ้นเรื่อยๆ จนทางโครงการเห็นว่า ควรจะพัฒนาพื้นที่สำนักงานของตัวเอง ให้เป็นพื้นที่สวนผักคนเมืองบ้าง ด้วยความมุ่งหวังว่าอยากจะให้สวนผักแห่งนี้เป็นทั้งพื้นที่ต้นแบบในการสร้าง อาหารในเมือง และเป็นพื้นที่สวนผักชุมชนแห่งการแบ่งปัน และการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงต่อไป


            คงต้องบอกว่า สวนผักคนเมือง ณ มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) แห่งนี้  เกิดขึ้นด้วยความร่วมไม้ร่วมมือของสมาชิกและเครือข่ายสวนผักคนเมือง ที่มาช่วยกันตั้งแต่เรื่องการออกแบบ การก่อสร้าง การเตรียมต้นกล้า การลงแปลง จนถึงการดูแลรดน้ำ อย่างใกล้ชิดและอบอุ่น ถือเป็นพื้นที่สวนผักของชุมชนนักปลูกผัก ปลูกเมือง ปลูกชีวิตอย่างแท้จริง

           ต้องขอขอบคุณมากเป็นพิเศษ สำหรับพี่ป้อมและพี่จุ๊น ที่มาช่วยกันออกแบบ ไปจนถึงการลงแปลงปลูกผัก ช่วยจัดหาพืชผักมาให้ปลูกมากมาย

          ขอบคุณพี่เทวัญ สมาชิกโครงการสวนผักคนเมือง ที่มาช่วยดูแลเรื่องงานก่อสร้างอย่างใกล้ชิด

          ขอบคุณน้องมินท์  เกษตรกรรุ่นใหม่จากราชบุรี ที่แบ่งปันตัวหนอนสำหรับปูพื้นมาให้ แถมยังแบ่งกล้าผักงามๆให้มาปลูกอีกจำนวนมาก วันงานยังถือปุ๋ยหมักมาให้เราด้วย

          ขอบคุณพี่แหม่ม และทีมสวนเกษตรดาดฟ้าสำนักงานเขตหลักสี่ที่แบ่งปันน้ำหมักชีวภาพให้ พร้อมทั้งแบ่งต้นกล้าผักงามๆมาให้ปลูกด้วย

          ขอบคุณสมาชิก เครือข่าย และอาสาสมัครทุกคน ที่มาช่วยกันลงแรงกายและแรงใจ ในวันที่เราลงแปลงปลูกพืชผัก

        ขอบคุณป้าหน่อย สำหรับล้อยาง ที่เราเตรียมไว้สำหรับทำที่ปลูกผัก พร้อมทั้งดอกไม้งามๆ มาสร้างสีสันในสวน

        และขอบคุณพี่โจ้ ที่มาช่วยดูแลรดน้ำให้ ในยามที่พวกเราติดภารกิจ ไปทำงานที่ต่างจังหวัด


       งานเปิดบ้านที่ผ่านมา มีสมาชิกเครือข่าย มาร่วมให้กำลังใจพวกเราอย่างอบอุ่น บางคนก็นำความรู้ เทคนิคการปลูกผักมาแบ่งปัน อย่างคุณนคร หรือเจ้าชายผักกับจิ๊กเจ้าหญิงผักของเจ้าชาย ก็มาช่วยอบรมเรื่องการปลูกผัก ปลูกชีวิตให้ผู้มาร่วมงาน แถมยังทำน้ำหมักชีวภาพ และสารไล่แมลง ทิ้งไว้ให้พวกเราดูแลสวนด้วย


          พี่ตุ้ย กับป้าจายก็นำเรื่องการเพาะต้นอ่อนทานตะวัน ต้นอ่อนข้าวสาลี มาแบ่งปัน แถมยังทำน้ำข้าวสาลีคั้นแสนอร่อยให้คนที่มางานได้ชิม ที่สำคัญ พี่ตุ้ย ยังมอบบ้านผักไว้ให้สวนเราอีก 1 หลังด้วย

         น้องมินท์ ก็นำผลผลิตปลอดภัยจากสารเคมี ที่ปลูกเองกับมือ มาจำหน่ายให้คนเมือง


         ป้าหน่อย ก็ทำน้ำยาเห็ด กับขนมจีน มาเลี้ยง


ยังไม่นับเพื่อนๆ หน้าใหม่ที่มาร่วมงานเปิดบ้าน ที่พวกเขาต่างก็พร้อมใจกับเตรียมอาหาร เตรียมขนม น้ำดื่ม มาแบ่งปันกัน พร้อมทั้งพกภาชนะ พกแก้วน้ำมากินข้าว เคล้าเสียงเพลงด้วยกัน


เมนูอาหารวันนั้น หลากหลายมาก ที่สำคัญ ทางมูลนิธิเกษตรกรรรมยั่งยืน ยังเตรียมหุงข้าวพื้นบ้านหลากหลายสายพันธุ์ เอาไว้ให้ชิมกันด้วย มีทั้งข้าวเจ้า และข้าวเหนียว ซึ่งได้รับความสนใจจากคนมางานอย่างมาก อาจเป็นครั้งแรกของหลายคนเลยทีเดียว ที่มีโอกาสได้รู้จัก และได้กินข้าวพื้นบ้านอย่างหลากหลายขนาดนี้


เเละหลายคนก็มีเมล็ดพันธุ์ ต้นกล้า มาเเบ่งปันเพื่อนๆด้วย

นอกจากนี้ยังมีเครือข่ายอย่างกินเปลี่ยนโลก มาร่วมให้กำลังใจ เเละออกบูธนำเครื่องปรุงดีๆมีคุณภาพมาให้เลือกซื้อ เเละมีวงดนตรีคุณภาพอย่างวงทำเป็นทำเกษตร มาสร้างสีสันให้กับงานด้วยนะคะ


     ภาคบ่าย มีการมอบรางวัลดาดฟ้า เขียว กินได้ ที่เราได้พบกับนักปลูก ที่ช่วยเปลี่ยนดาดฟ้าในเมือง ให้เป็นพื้นที่อาหารกันด้วย 


         จากนั้นก็มีวงเสวนา พลังเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่ ที่จัดร่วมกับโครงการส่งเสริมความเข้มแข็งภาคประชาสังคมเพื่อสร้างความเป็นธรรมทางสุขภาวะในสังคมไทย ชื่อนี้อาจจะยาวไปสักหน่อย แต่เขาเรียกตัวเองกันว่า WE ARE CSO (Civil Society Organization) เป็นกลุ่มภาคประชาสังคม ที่ต้องการแสดงให้เราเห็นว่า เราคนตัวเล็กๆ ภาคประชาสังคม หรือภาคพลเมือง ก็สามารถที่ลุกขึ้นมาจัดการปัญหาต่างๆด้วยตนเอง และช่วยกันแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นได้


         ในงาน มีผู้ร่วมเสวนาหลักๆคือ คุณสุภา ใยเมือง หรือพี่สุภา ผู้อำนวยการมูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) คุณนคร ลิมปคุปตถาวร หรือเจ้าชายผัก และคุณพอทิพย์ เพชรโปรี หรือป้าหน่อย  มีคุณวีระพงษ์ เกรียงสินยศ เป็นผู้ดำเนินรายการผู้ร่วมเสวนาแต่ละคนต่างก็มีบทบาทสำคัญ ในการช่วยขับเคลื่อน ให้เกิดพลังในการเปลี่ยนแปลงในมิติต่างๆ ทั้งเป็นบุคคลสำคัญที่ช่วยกันขับเคลื่อนเรื่องเกษตรในเมือง ให้คนในเมืองเรียนรู้ที่จะลุกขึ้นเป็นผู้ผลิต รู้จักพึ่งตนเองมากขึ้น อีกทั้งยังมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงผู้บริโภคกับผู้ผลิต เชื่อมโยงเมืองกับชนบท ด้วย

        หัวใจสำคัญที่ได้เรียนรู้จากพลังเล็กๆเหล่านี้คือ พวกเขามีความสุขกับสิ่งที่ทำ เอาเรื่องความสุขกับเรื่องเงินแยกออกจากกัน เวลารวมตัวกันก็เอาใจเป็นตัวตั้ง แล้วลงขันลงแรงกัน  และเชื่อว่าหากเราใส่หัวใจลงไป หัวใจกับหัวใจมันเชื่อมต่อกันได้ แม้ว่าจะมีความเป็นปัจเจกอยู่ ก็สามารถที่จะรวมกลุ่มได้


         อาจกล่าวได้ว่า วันเปิดบ้าน นี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่อบอุ่น และมีพลัง โดยเฉพาะพลังแห่งมิตรภาพและความรัก ที่มาจากหัวใจของนักปลูกผัก ปลูกเมือง ปลูกชีวิต อย่างแท้จริง และก็หวังว่าพื้นที่แห่งนี้ จะเป็นพื้นที่สวนผัก ที่ผู้คนจะได้เข้ามาช่วยกันสร้างพื้นที่ชุมชนแห่งการแบ่งปันและการเรียนรู้ เพื่อการเปลี่ยนแปลงกันต่อไป

  



 | วันที่ 07/03/2559

อ่าน 1369


 เวทีสรุปบทเรียนสมาชิกโครงการสวนผักคนเมืองปี 4
 คน เมือง ฟาร์ม กับการจัดการขยะ
 พลัง “สวนผัก” บำบัดเยียวยาชีวิตพ่อ-ลูก
 สวนผักกับนวัตกรรมสร้างคน สร้างงาน
 เมื่อวิถีในเมืองไม่ใช่คำตอบของชีวิต


โครงการสวนผักคนเมือง
912 ซอยงามวงศ์วาน 31 ซอยย่อย 7
ถนนงามวงศ์วาน อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000
โทร. 02-591-1195-6
cityfarm2010@hotmail.com
Design by Ngoscyber