เรื่องขยะๆ กับพลังของใจ


          มีโอกาสได้ร่วมฟังวงเสวนาเรื่องลดขยะ ลดภาระโลก ในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติครั้งที่ 13  ที่มีทั้งผู้บริโภค ผู้ประกอบการ และผู้ปกครอง มาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในเรื่องการส่วนช่วยจัดการและลดปริมาณขยะให้น้อยลงบนโลกใบนี้ คงต้องบอกว่าขณะฟัง แม้จะเป็นเรื่องการลดขยะบนโลก แต่เรื่องราวของแต่ละคนที่ถ่ายทอดออกมานั้นช่างเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง ที่ช่วยเคลียร์ “ขยะ” ที่ติดค้างอยู่ในใจเราซึ่งเป็นคนฟังได้ไม่น้อยทีเดียว


            เริ่มจากคุณโจ้ อุทัยวรรณ อนุชิตานุกูลนักเรียนนอกที่จบมาจากญี่ปุ่น ซึ่งมีการจัดการขยะดี แต่เมื่อกลับมาถึงเมืองไทย ก็พบว่าบ้านเกิดของตัวเองนั้นมีปัญหาเรื่องขยะอย่างมาก เมื่อตระหนักถึงปัญหา ในฐานะผู้บริโภค สิ่งที่คุณโจ้ทำก็คือการเริ่มต้นแยกขยะด้วยตัวเองที่บ้าน ซึ่งคุณโจ้บอกว่าต้องใช้ความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างมาก เพราะ จะมีเสียงบ่นและมีคำถามจากคนรอบข้างอยู่ตลอดว่า ไม่ว่าจะเป็นการเก็บขยะที่ทำให้บ้านรก หรือคำถามว่าทำไมต้องทำ ซึ่งคุณโจ้ก็พยายามสื่อสารเรื่องเหล่านี้ให้คนรอบข้างเข้าใจมากขึ้นเรื่อยๆ “เพื่อหลานชายในอนาคต” นี่คือสิ่งที่คุณโจ้บอกกับคุณพ่อคุณแม่ที่บ้าน

            จากการแยกขยะ ตอนนี้คุณโจ้ก็เริ่มพกถุงพลาสติกติดกระเป๋าตลอดด้วย เพื่อว่าเวลาไปซื้อของจะได้ไม่ต้องใช้ถุงพลาสติกใหม่ เป็นการช่วยลดขยะ และใช้ของเก่าให้คุ้มค่ามากที่สุดด้วย

            นอกจากนี้ ด้วยหน้าที่การงานที่รับผิดชอบเรื่องความยั่งยืน คุณโจ้ก็ได้นำเรื่องของสิ่งแวดล้อมเข้าไปรณรงค์ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ ธุรกิจห้างร้าน ใส่ใจเรื่องลดขยะมากขึ้นด้วยเช่นกัน

            “เรามีความสุขที่จะทำ ทำแล้วมีความพอใจ รู้สึกว่าได้สร้างสิ่งที่เป็นประโยชน์ และไม่เดือนร้อนใคร ก็รู้สึกอิ่มกายอิ่มใจ ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก แต่ผลมันออกมาเอง”คุณโจ้กล่าว


            คุณกรรณิกา เจริญชัย หรือพี่กรรณ เป็นผู้บริโภคอีกคนหนึ่งที่ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง ด้วยการพกภาชนะ พกกระติกน้ำ และลดการใช้ขยะ และเมื่อพี่กรรณเปลี่ยนบทบาทของตัวเอง จากผู้บริโภคอย่างเดียว กลายเป็นผู้ประกอบการออกรถ ShortCutOrganic ที่ให้บริการเครื่องดื่มอินทรีย์ อย่างกาแฟ และนม  คุณกรรณก็นำเรื่องการลดขยะมาใช้ที่ร้านตัวเองด้วย เรียกว่าเป็นที่รู้กันในหมู่เพื่อนฝูง รวมถึงลูกค้าประจำว่า ถ้ามาร้านนี้ ต้องพกแก้วมาเองด้วย  หากใครเอาแก้วมาเองจะได้ลด 5 บาท ส่วนคนที่ไม่ได้เอาแก้วมา ทุกครั้งที่พี่กรรณยื่นแก้วใหม่ให้ ก็จะมาพร้อมกับการพูดรณรงค์ให้คนรู้จักตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม ให้ช่วยกันลดการใช้ ลดขยะ จนบางครั้งก็อาจจะมีเสียบ่นจากลูกค้าต่างๆนานาบ้าง แต่พี่กรรณก็ไม่ท้อถอย

            พี่กรรณบอกว่า “เงินก็อยากได้นะ แต่ถ้ามันทำลายบางสิ่งบางอย่าง มันก็ไม่คุ้ม ถ้าเราจะทำ เราต้องเข้มแข็งพอนะ ต้องก้าวข้ามใจตัวเองให้ได้เราเชื่อว่าเราปรารถนาดี เราอยากให้คุณใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม เราเชื่อว่าทุกอย่างมันอยู่ที่ใจเรา คุณไปถึงดวงจันทร์คุณยังทำกันได้ นี่แค่พกขวดน้ำ พกแก้วน้ำ เราต้องก้าวข้ามใจตัวเองให้ได้ ทุกคนชอบความสะดวกสบาย ตอนนี้เลยมีธุรกิจหลายอย่างเกิดขึ้นเพราะเขามองเห็นความง่าย ความอยากได้ความสบายของเรา ถ้าลดความสบายลง เราก็ทำได้ มันอยู่ที่ใจ”

 

           ตอนนี้พี่กรรณขยายเครือข่าย ทำคาราวาน trust food good truck ที่ชวนคนที่สนใจเรื่องอาหารอินทรีย์มาร่วมขบวน truck food สร้างอาหารดีให้กับคนเมืองกัน และพี่กรรณก็นำเรื่องการลดขยะนี้ไปขับเคลื่อนให้ขบวนด้วยเช่นกัน พี่กรรณบอกว่าตอนนี้มีความหวัง ขอให้คนข้างๆสนับสนุนกัน อย่างน้อยเพื่อนๆก็มาพร้อมแก้ว มากิน ก็ค่อยๆขยับๆไป เชื่อว่าไปได้ และแต่ละคนก็มีครอบครัวกันทั้งนั้น ก็ขยับไป จากตัวเองก็ไปที่ครอบครัว


           คนสุดท้ายคือ คุณชุมพล พิพัฒน์เมฆินทร์  หรือพ่อกุ๊กเป็นผู้บริโภคและหนึ่งในกลุ่มผู้ปกครองทอสีรักษ์โลก โรงเรียนทอสี ที่ช่วยกันขับเคลื่อนเรื่องการลดขยะในโรงเรียน รวมถึงตามงานกิจกรรมต่างๆ  สิ่งสำคัญที่พ่อกุ๊กทำก็คือการเริ่มต้นที่ตัวเอง ดูว่าเราจะลดอะไรได้บ้าง ที่ไม่ทำให้เกิดขยะ พ่อกุ๊กบอกว่า เขาเริ่มต้นจากการพกกระบอกน้ำ 1 ใบ จากนั้นก็ค่อยๆพกปิ่นโต แล้วก็เริ่มพกตะเกียบ พกช้อน หลังจากที่พบว่าเวลาไปกินอาหารตามร้าน ก็มันจะมีตะเกียบแบบใช้แล้วทิ้งมาให้ บางทีก็เป็นช้อนพลาสติกใช้แล้วทิ้งเหมือนกัน  นอกจากการพกภาชนะต่างๆ แล้ว พ่อกุ๊กบอกว่าสิ่งสำคัญอีกอย่างคือ การกินไม่เหลือ เพราะเมื่อกินไม่เหลือ ก็ไม่เกิดขยะ นั่นหมายความว่าเราจะต้องรับผิดชอบ และรู้จักตัวเองว่าเรากินแค่ไหน แล้วก็บอกร้านที่เราไปกินให้ตักให้ปริมาณพอเหมาะกับที่เรากิน  แค่นี้ก็ช่วยไม่ให้เกิดขยะได้แล้ว และยังไม่ทำให้ขยะอื่นๆเน่าเสียเพราะเศษอาหารที่เรากินไม่หมดด้วย

         เมื่อเริ่มที่ตัวเองแล้ว จากนั้นก็เริ่มเป็นผู้บริโภคที่เลือกร้านอาหารที่ไม่สร้างขยะหรือสร้างน้อยด้วย และก็เริ่มช่วยกันขับเคลื่อนเรื่องการจัดการขยะที่โรงเรียน อีกทั้งยังขยายไปตามงานกิจกรรม รวมถึงงานบุญที่อื่นๆด้วย (ใครสนใจเรื่องการจัดการขยะที่โรงเรียนทอสี ลองอ่านกันได้ที่ http://www.thaicityfarm.com/autopagev4/show_page.php?topic_id=714&auto_id=47&TopicPk=


         พ่อกุ๊กเล่าถึงกลุ่มทอสีรักษ์โลกที่ผู้ปกครองรวมตัวช่วยกันทำงานเรื่องขยะให้ฟังว่า กลุ่มนี้เกิดขึ้นและขยายอย่างเป็นธรรมชาติ เลยยั่งยืน และพ่อแม่แต่ละคนที่ตระหนักเรื่องปัญหาขยะ ต่างก็แยกย้ายกันไปทำงานเรื่องขยะนี้ตามที่ต่างๆที่ตัวเองไป เช่นบางคนไปทำบุญ เห็นงานบุญเกิดขยะมาก ก็เข้าไปช่วยทำงาน ช่วยรณรงค์ให้วัดเกิดความเปลี่ยนแปลง พ่อกุ๊กเล่าว่า ตอนแรกหลังจากงานบุญ คุณแม่ท่านนี้ก็ไปที่กองขยะ ไปเอาชามโฟมมาเรียงไว้หน้าประตูวัด ให้เห็นว่าแต่ละคนที่มาทำบุญกัน ได้บุญจริงมั้ย เกิดขยะมาแค่ไหน แล้วก็ไปคุยกับกรรมการวัด แต่ด้วยเงื่อนไขหลายอย่าง ทำให้วัดไม่ตกลงร่วมมือด้วย แต่คุณแม่ท่านนี้ก็ไม่ยอม ก็เลยไปจัดหาจานชามช้อนให้ หาอุปกรณ์ล้างให้ คือทำให้เห็น จนวัดเริ่มเข้าใจ แล้วก็ทำตาม พ่อกุ๊กยังเล่าถึงงานบุญใหญ่อื่นๆอีกที่ทีมทอสีรักษ์โลกไปช่วยกันทำงานด้วยความเต็มใจ และลงแรงกันกันอย่างเต็มที่ เรียกว่าพ่อแม่บางคนถึงจะเป็นระดับผู้บริหาร ก็มาทำงานช่วยดูแลถังขยะ ดูแลการแยกขยะกันอย่างไร้ตัวตนเลยทีเดียว

          “เราต้องมีความมุ่งมั่น ถ้าเราก้าวข้ามสิ่งที่ยากไม่ได้ ต่อไปมันก็จะต้องอะลุ่มอล่วยให้กันตลอด” 

          “ความสะดวกไม่สอนอะไรเราเลย แต่ความไม่สะดวกนี่สอนอะไรเราหลายอย่าง” 

           “เราลองถามตัวเองว่าเราอยากอยู่ในสังคมแบบไหน เราก็ทำตัวให้เหมาะกับสังคมแบบนั้น ถ้าเราไม่ทำวันนี้ ลูกหลานเราก็มารับภาระ แต่ถ้าเราทำวันนี้ ถึงมันจะเกิดอะไรขึ้น แต่อย่างน้อยเราก็ได้ลงมือทำแล้ว”   

           คงต้องบอกว่า เรื่องการจัดการและการลดขยะนี้ เป็นเรื่องที่ต้องใช้พลังของหัวใจ โดยเฉพาะใช้ความมุ่งมั่น ใช้ความกล้าหาญ และใช้ความเข้มแข็งอย่างมาก สำหรับบางคน อาจจะฟังดูเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก แต่เรื่องราวที่ทั้งสามคนเล่าให้ฟังนี้ ก็สะท้อนให้เห็นแล้วว่า ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ ขอเพียงเรามีใจ และลงมือทำเท่านั้น ที่สำคัญไม่ต้องไปเริ่มต้นที่ไหนไกล เริ่มต้นเปลี่ยนแปลงจากตัวเองนี่แหละค่ะ ค่อยๆก้าวข้ามความสะดวกสบาย ความเคยชินต่างๆ และมาช่วยกัน เพราะปัญหาเรื่องขยะไม่ใช่เรื่องเล็กๆอีกต่อไป

           เหนือสิ่งอื่นใด เราเชื่อว่าระหว่างทางที่คุณเดินหน้าที่จะช่วยลดขยะให้โลกนี้ คุณจะได้เรียนรู้และเดินทางไปในหัวใจตัวเอง และบางทีนอกจากจะช่วยลดขยะโลกแล้ว ขยะภายในใจคุณเองก็อาจจะลดลงด้วยเช่นกัน      


 | วันที่ 12/09/2559

อ่าน 1739


 เปิดบ้านสวนเรียนรู้ Organic Way ตอน ลุยสวน
 ปลูกผัก ปลูกเมือง ปลูกชีวิต
 พลังผู้สูงวัย กับพลังผัก
 สวนผักริมทางดึงดูดและเชื่อมโยงผู้คน @ ชุมชนหน้าวัดโคนอน
 ปลูกผัก ปลูกหัวใจ ผู้ติดยาเสพติด และผู้ติดเชื้อ HIV


โครงการสวนผักคนเมือง
912 ซอยงามวงศ์วาน 31 ซอยย่อย 7
ถนนงามวงศ์วาน อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000
โทร. 02-591-1195-6
cityfarm2010@hotmail.com
Design by Ngoscyber