ผู้ผลิต ผู้บริโภค ความสัมพันธ์ที่มากกว่าแค่ต้องการอาหารปลอดภัย@ Milpa


            Milpa เป็นพื้นที่เกษตรในเมืองอีกแห่งที่เปิดให้คนเมืองเข้ามาเช่าพื้นที่ปลูกผัก และมาทำกิจกรรม เรียนรู้วิถีการพึ่งตนเองร่วมกับเกษตรกร อยู่่ที่นาริตะ จ.ชิบะ ฟังดูผิวเผินอาจจะรู้สึกธรรมดา แต่เบื้องหลังของการก่อเกิดพื้นที่ Milpa แห่งนี้น่าสนใจอย่างมาก

            เรามีโอกาสได้พบและฟังเรื่องราวจากคุณซูเนะซังผู้จัดการสวนผักแห่งนี้ ซึ่งมีประสบการณ์การเป็นเกษตรกร ใช้ชีวิตทำเกษตรบนผืนดินแห่งนี้มาเป็นเวลานาน เขาเล่าให้ฟังว่าอันที่จริงสวนพึ่งตนเอง Milpa แห่งนี้เพิ่งเปิดเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมานี้เองแรกเริ่มเดิมที่ คุณซุเนะซังเป็นสมาชิกผู้ผลิตของกลุ่ม One Pack ซึ่งกลุ่มนี้ตั้งมากว่า 40 ปีแล้ว เป็นกลุ่มที่ทำเกษตรอินทรีย์ และส่งขายผลผลิตให้กับคนเมืองที่อยู่ใกล้ๆกับเมืองชิบะในระบบสมาชิกมาเป็นเวลานาน


            อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้คุณซูเนะซัง ตัดสินใจลาออกจากการเป็นสมาชิกผู้ผลิต และมาตั้งองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ในรูปแบบของสวนพึ่งตนเอง Milpa นี้แทน ก็คือช่วงที่เกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ระเบิดเมื่อปี 2011 ส่งผลทำให้ลูกค้าที่เคยเป็นสมาชิกของกลุ่ม One Pack ลาออกไปมากถึง 30-40%  ด้วยเหตุผลว่ากลัวอาหารที่ผลิตที่นี่จะไม่ปลอดภัยจากสารกัมมันตรังสี  เหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้คุณซูเนะซังเกิดคำถามขึ้นมาในใจว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเรา ซึ่งเป็นผู้ผลิตกับผู้บริโภคนั้นมันแค่นี้จริงๆหรือ สิ่งที่ผู้บริโภคคิดมีแค่สินค้าดูดีมั้ย ปลอดภัยมั้ย ราคาถูกมั้ย แค่นี้เองจริงๆหรือ เมื่อพวกเขาไม่คิดถึงผู้ผลิตเลย เขาก็จะคิดว่าไปซื้ออาหารที่ไหนก็ได้ เพราะมองแค่ว่าอาหารเป็นสินค้าอย่างหนึ่ง อยากกินเมื่อไหร่ก็ซื้อได้ ซึ่งคุณซูเนะซังคิดว่าความสัมพันธ์ระหว่างผู้ผลิตกับผู้บริโภคไม่ควรจะมีแค่นี้ อันที่จริงแล้ว ทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคไม่ควรแยกจากกัน เราต้องเชื่อมโยงกัน มีความสัมพันธ์อันดีซึ่งกันและกัน ที่สำคัญเขาคิดว่าคนในเมืองเองก็ไม่ควรจะแยกขาดจากชนบท ไม่ควรจะแยกขาดจากวิถีการผลิตด้วย ถ้าผู้บริโภคอยากกินอาหารดีๆจริง ก็ต้องมีส่วนร่วม ไม่ใช่แค่จ่ายตังค์และซื้อเอา โดยไม่สนใจอะไร และนี่จึงทำให้เขาเกิดแรงบันดาลใจ และตั้งองค์กรสวนพึ่งตนเอง Milpa นี้ขึ้น โดยมีคุณอายามิ อีโตะ เป็นประธาน ช่วยกันกันทำงานอีกแรง

            เป้าหมายของ Milpa ก็คือให้คนเมืองเข้ามีส่วนร่วมในการผลิตอาหารที่ดีมีคุณภาพ และได้มาเรียนรู้การใช้ชีวิตแบบพอเพียง ตามวิถีการพึ่งตนเองแบบดั้งเดิม เช่นการก่อไฟ การทำอาหารกินร่วมกัน ซึ่งเป็นความรู้ที่แทบจะเลือนหายไปแล้วในสังคมยุคปัจจุบัน  โดยเขาเปิดรับผู้ที่สนใจให้สมัครเป็นสมาชิก มีค่าสมาชิกเดือนละ 5000 เยน ผู้ที่เป็นสมาชิกจะได้รับพื้นที่ขนาด 2x5 ตารางเมตร เป็นเหมือนพื้นที่เช่าสำหรับปลูกผัก ซึ่งทางสวนจะทั้งช่วยสอน และช่วยจัดหาอุปกรณ์ รวมถึงเมล็ดพันธุ์ต่างๆไว้ให้ แต่ที่นี่จะไม่ได้ช่วยดูแลแปลงให้ คุณซูเนะซังบอกว่า นี่เป็นกระบวนการเรียนรู้อย่างหนึ่งที่เขาต้องการจะสื่อสารว่า การปลูกพืชผักนั้นต้องการการดูแลอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่ปลูกแล้วก็ปล่อยทิ้งได้ ซึ่งน่าจะมีส่วนช่วยทำให้ผู้บริโภคเองก็ได้เข้าใจสิ่งที่ผู้ผลิตต้องทำมากขึ้นด้วย


            อย่างไรก็ตาม ที่นี่ยังมีแปลงส่วนกลางที่คุณซูเนะซังปลูกพืชผักไว้มากมาย และเปิดให้สมาชิกเข้าไปเก็บผลผลิตได้ โดยเขาจะมีป้ายเขียนบอกว่าไว้ว่าวันนี้ สามารถเก็บอะไรในสวนไปกินได้บ้าง


            ไม่เพียงพื้นที่เกษตรเท่านั้น ที่นี่ยังมีบ้าน มีที่พักสไตล์ดั้งเดิม ที่เปิดโอกาสให้สมาชิกได้มาใช้ชีวิตตามวิถีพึ่งตนเองได้ด้วย เรียกว่าเสาร์อาทิตย์ แทนที่จะไปเที่ยวห้าง หรืออยู่ต่อหน้าจอ ก็มาปลูกผัก และมาใช้ชีวิตร่วมกับธรรมชาติ ร่วมกับเกษตรกร ตามวิถีแบบดั้งเดิมได้


            คุณซูเนะซังบอกว่าคนเมืองที่นี่ส่วนใหญ่จะเครียด เด็กบางคนก็อยู่กับสังคมไม่ได้ เก็บตัวอยู่แต่ในห้อง บางคนก็ฆ่าตัวตาย เป็นปัญหาสังคมมากมาย การมีพื้นที่แบบนี้ให้คนเมืองได้ออกมาสัมผัสวิถีแบบชนบทบ้าง ก็น่าจะช่วยให้ชีวิตของคนเมืองดีขึ้นด้วย แถมยังได้เรียนรู้ทักษะการพึ่งตนเองเป็นวิชาติดตัวไปด้วย


            สำหรับสมาชิกที่นี่ สามารถมาที่สวนแห่งนี้เมื่อไหร่ก็ได้ จะมาบ่อยแค่ไหนก็ได้ แต่ละครั้งก็สามารถพาเพื่อนมาได้อีก 2 คน  ตอนนี้มีสมาชิกของสวน 15 คน แม้จะจำนวนจะยังไม่มากนัก เพราะเพิ่งเริ่มต้น  และเมื่อเทียบกับรายรับรายจ่ายที่เกิดขึ้น ที่คุณซูเนะซังบอกว่าควรจะมีสมาชิกประมาณ 100 คน ถึงจะอยู่ได้นั้น หนทางนี้ก็ยังอีกยาวไกลไม่น้อย แต่คุณซูเนะซังก็ยังยืนยัน และมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำงานนี้ต่อไป



           อาจกล่าวได้ว่า สวนพึ่งตนเอง Milpa แห่งนี้ไม่ได้ทำหน้าที่ผลิตอาหารที่ดีมีคุณภาพให้กับผู้คน แต่กำลังทำหน้าที่หล่อหล่อมและสร้างคนให้เข้าใจชีวิต เข้าใจธรรมชาติ และอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูลระหว่างผู้ผลิตกับผู้บริโภค ระหว่างเมืองกับชนบทเลยทีเดียว


 | วันที่ 24/11/2559

อ่าน 259


 เปิดพื้นที่ให้คนเมืองเช่าแปลง ร่วมเรียนรู้ ลงมือทำกับเกษตรกร
 กินผักที่ปลูกในเมือง ปลอดภัยจริงหรือ?
 FOOD DAY
 17 ปีข้างหน้า อนาคตไทยเมืองเพิ่ม 60% รุกพื้นที่เกษตร-ชงรัฐป้องแหล่งผลิตอาหาร
 ‘Victoriaville’ เมืองสีเขียวที่สุดแห่งรัฐควิเบก


โครงการสวนผักคนเมือง
912 ซอยงามวงศ์วาน 31 ซอยย่อย 7
ถนนงามวงศ์วาน อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000
โทร. 02-591-1195-6
cityfarm2010@hotmail.com
Design by Ngoscyber