ระหว่างสนามบินกับผืนดิน และชีวิตเกษตรกร @ นาริตะ ประตูสู่โตเกียว


      สำหรับนักเดินทางท่องเที่ยวที่จะไปเยือนโตเกียว ที่แรกที่เราจะได้ก้าวเท้าลงเหยียบแผ่นดินญี่ปุ่นก็คือสนามบินนาริตะ เชื่อว่าเมื่อไปถึง โดยเฉพาะสำหรับคนไปครั้งแรก ก็คงอดตื่นเต้นไม่ได้ แต่ทราบกันหรือไม่ว่า เบื้องหลังของการสร้างสนามบินแห่งนี้ มีการต่อสู้เกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะการต่อสู้ของกลุ่มเกษตรกรที่อยู่และทำกินบนผืนดินแห่งนี้มาเป็นเวลายาวนาน


      เกษตรกรกลุ่มOne Pack ก็เป็นเกษตรกรดั้งเดิมที่ทำเกษตรอินทรีย์มาตั้งแต่ปี  1974 และอาจกล่าวได้ว่าเป็นกลุ่มแรกๆของญี่ปุ่นที่ทำระบบการจัดส่งผลผลิตให้กับผู้บริโภคด้วยระบบสมาชิกมายาวนาน แม้ว่าจะถูกล้อมและถูกรุกรานผืนดินแห่งนี้ และพยายามจะแทนที่พื้นที่เกษตรกรรมนี้ด้วยการขยายพื้นที่ของสนามบินนาริตะ แต่เกษตรกรกลุ่มนี้ก็ยังคงยืดหยัด ไม่ทิ้งที่ดินทำกินของตัวเอง และยังคงสืบทอดการทำเกษตรอินทรีย์ และส่งผลผลิตให้ผู้บริโภคมาจนถึงปัจจุบัน 

       เรามาดูการทำงานของพวกเขากันนะคะ กลุ่ม One Pack  มีสมาชิกผู้ผลิตรวม 8 ครอบครัว แต่ครอบครัวก็จะมีพื้นที่ประมาณ 4-5 ไร่ พวกเขาจะประชุมวางแผนกันว่าแต่ละเดือนจะปลูกอะไรบ้าง และจะแบ่งกันวันใครจะปลูกอะไร  ตอนนี้มีสมาชิกผู้บริโภคทั้งหมด 300 ครอบครัว โดยทางกลุ่มจะจัดส่งผักให้เป็นชุด ตามขนาดที่ผู้บริโภคเลือก คือขนาดเล็กราคา 1500 เยน ขนาดกลาง 2500 เยน และขนาดใหญ่ 3000 เยน


      ทางกลุ่มจะรวบรวมผลผลิต และทำการจัดใส่กล่อง ส่งให้สมาชิกทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์  โดยการจัดส่งนั้น เขาให้ทางบริษัทจัดส่งสินค้าเป็นรับผิดชอบการจัดส่ง ส่วนสมาชิกก็รับผิดชอบค่าส่งเอง โดยสามารถเลือกได้ว่าจะรับผักบ่อยแค่ไหน บางคนก็รับอาทิตย์ละ 2 วัน บางคนก็ 3 วัน บางคนก็รับเดือนละครั้ง

      หากพูดถึงสถานการณ์ของกลุ่มแล้ว  เกษตรกรกลุ่มนี้ก็ต้องเผชิญกับความท้าทายต่างๆไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของจำนวนผู้ผลิตเกษตรอินทรีย์ที่มีมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน หรือการแข่งขันกันในเรื่องคุณภาพ ที่เมื่อก่อนถึงผักจะไม่ค่อยสวย แต่ผู้บริโภคก็รับได้ แต่ตอนนี้มีคู่แข่งมาก ผู้บริโภคก็มักจะเลือกแต่ผักที่ดูสวยๆ หรือเรื่องของอายุผู้บริโภคที่สูงขึ้น และเด็กในครอบครัวก็เติบโต ไม่ค่อยทำอาหารกินเหมือนเมื่อก่อน และที่สำคัญก็คือช่วงที่มีเหตุการณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ระเบิด เหล่านี้ล้วนเป็นเหตุปัจจัยที่ทำให้จำนวนสมาชิกผู้บริโภคลดน้อยลง ทำให้รายได้ไม่พอเพียงเหมือนในอดีต แต่เกษตรกรที่นี่ก็ยังไม่ย่อท้อ  พวกเขาปรับตัวด้วยการนำผลผลิตไปขายเองที่อื่นบ้าง หรือบางคนก็ทำแปรรูปขายบ้าง


      ที่น่าสนใจคือ ไม่เพียงรุ่นพ่อแม่ที่ทำเท่านั้น วันที่เราไปเยี่ยมกลุ่มนี้ เราก็ได้เจอและได้พูดคุยกับคุณFumiaki Kanamori เกษตรกรรุ่นใหม่ อายุประมาณ 35 ปี ซึ่งเข้ามามีบทบาทและเป็นผู้ผลิตคนสำคัญในกลุ่มด้วย เขาบอกว่าเขาทำเกษตรมา 7 ปีแล้ว ที่คนไทยฟังแล้วแอบยิ้มก็คือ แรงบันดาลใจหนึ่งที่ทำให้เขาสนใจกลับมาทำเกษตรก็คือการไปฝึกงานกับเกษตรกรที่เมืองไทย เขาบอกว่าไปอยู่กาฬสินธุ์ 1 ปี แต่ยังมีอีกหลายแรงบันดาลใจที่หล่อหลอมให้เขาตัดสินใจไปเกษตรกร ทำเกษตรเป็นเลี้ยงตัวเองและครอบครัว อย่างขยันขันแข็งบนที่ดินกว่า 10 ไร่  มีอะไรบ้างนั้น เขาไม่บอกเรา บอกแค่ว่าอยากจะเขียนหนังสือออกมาเป็นเล่มเลยทีเดียว น่าเสียดายเรามีเวลาไม่มากพอที่จะนั่งพูดคุยกับเขาถึงเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้น ทั้งของพ่อแม่ พี่น้อง ผองเพื่อนในชุมชนที่ผ่านการต่อสู้เพื่อปกป้องผืนดินร่วมกันมา และของตัวเขาเอง


     สิ่งสำคัญคือ การยืดหยัด และยังคงทำเกษตรของพวกเขา ไม่ได้เพียงต้องการผลิตเพื่อขายให้ผู้บริโภคเท่านั้น พวกเขายังเปิดพื้นที่ และเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ที่สนใจเรื่องการทำเกษตรอินทรีย์ได้เข้ามาเรียนรู้ เป็นอาสาสมัครช่วยทำงานด้วย ด้วยความหวังว่าจะมีเกษตรกรรุ่นใหม่ที่ช่วยกันสืบทอดวิถีเกษตรมากขึ้นเรื่อยๆด้วย หากมีเกษตรกรรุ่นใหม่คนไหน ที่ผลิตแล้วไม่มีที่ขาย พวกเขาก็ยินดีช่วยเหลือ เช่นเดียวกับคนที่สนใจทำเกษตรอินทรีย์ แต่ยังไม่รู้จะเริ่มยังไง พวกเขาก็ยินดีให้คำแนะนำ เข้าไปช่วยเหลือเสมอ


     คงต้องขอขอบคุณสำหรับเรื่องราว มิตรภาพ และบาร์บีคิวหมูและผักแสนอร่อยจากผลผลิตในแปลงของสมาชิกกลุ่ม One Pack  ที่พวกเราทั้งคนไทยและคนญี่ปุ่นช่วยกันทำ และกินร่วมกัน อดคิดไม่ได้ว่า หากเรามีเวลาอยู่ที่นี่นานกว่านี้ คงได้ฟังเรื่องราวที่น่าสนใจอีกมากมายของชีวิตเกษตรกรผู้ช่วยกันปกป้องผืนดิน และปกป้องพื้นที่อาหารของชาติ และก็เชื่อว่า แต่ละครั้งที่เราได้ไปเหยียบสนามบินนาริตะ คงไม่ใช่ตึกรามอาคาร รันเวย์ ที่เราตื่นตาตื่นใจ แต่คงเป็นการระลึกถึงเรื่องราวของชีวิต และผืนดินของพวกเขา และผู้ร่วมต่อสู้ทั้งหลาย ซึ่งทำให้เรารู้ว่า เกษตรกรรมไม่ใช่เพื่อการค้า แต่คือชีวิต คือการรักษาผืนดิน และคือการต่อสู้ของพวกเขาอย่างแท้จริง

 


 


 | วันที่ 28/11/2559

อ่าน 498


 Folo Farm : Feed Our Love One
 ประสบการณ์เกษตรในเมืองที่คิงครอสส์ ประเทศอังกฤษ
 นโยบายอาหารกับ Eat S.M.A.R.T แห่งเมือง Malmo
 SOLE Food Street Farm สร้างงาน สร้างชุมชน สร้างระบบอาหารปลอดภัย บนพื้นทีที่เคยเปล่าประโยชน์ในเมือง
 ระหว่างสนามบิน กับผืนดินเเละชีวิตเกษตรกร @ นาริตะ ประตูสู่โตเกียว


โครงการสวนผักคนเมือง
912 ซอยงามวงศ์วาน 31 ซอยย่อย 7
ถนนงามวงศ์วาน อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000
โทร. 02-591-1195-6
cityfarm2010@hotmail.com
Design by Ngoscyber