AIYO Farm บริษัท(ผลิต)คนรุ่นใหม่ หัวใจเกษตร

แรกเริ่มเดิมที่นั้นAIYO Farm เป็นการรวมตัวกันของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่สนใจทำเกษตรอินทรีย์ มีฟาร์มอยู่ที่เขตโทกาเนะ จังหวัดชิบะ โดยในช่วงแรกสมาชิกต่างก็เป็นทั้งผู้ผลิตและขาย จนมีการพัฒนารูปแบบและระบบการจัดการให้ดียิ่งขึ้น และเปิดเป็นบริษัท AIYO  มีเจ้าหน้าที่ที่ได้รับเงินเดือนประจำ และมีการแบ่งหน้าที่กันชัดเจนมากขึ้น คือมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายงานผลิต และเจ้าหน้าฝ่ายการตลาดรวมถึงการขาย ปัจจุบันมีเจ้าหน้าที่รวมทั้งหมด 6 คน และมีผู้ผลิตที่เป็นการเกษตรกร ทำงานด้านการผลิตเต็มตัวเพื่อส่งผลผลิตให้บริษัท 2 ครอบครัว รวม 3 คนด้วยกัน

ความน่าสนใจของ AIYO FARM คือถึงแม้ว่าเขาจะตั้งบริษัทขึ้น และมีฝ่ายการตลาดที่ทำหน้าที่ขายผลผลิตโดยเฉพาะ แต่วัตถุประสงค์ของพวกเขาไม่ใช่การขาย แต่คือการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ที่สนใจเรื่องการทำเกษตรอินทรีย์ แต่ไม่มีประสบการณ์  ได้มีโอกาสมารวมตัวและทำงานร่วมกัน ได้เข้ามาฝึกฝนวิชา จนสามารถออกไปทำเกษตรด้วยตนเองได้


คุณมูโระซัง (Mr.Keiichi Murozumi)  ผู้ก่อตั้งกลุ่ม AIYO และเป็นเกษตรกรหลักที่ส่งผลผลิตให้บริษัท กล่าวว่า อยากให้คนอื่น โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่เข้ามาเป็นเกษตรกรมากขึ้น แม้ว่าในกระแสหลักของญี่ปุ่นจะมีการนำเข้าอาหารจากต่างประเทศมากขึ้นเรื่อยๆ แต่เขาเชื่อมั่นว่าคนที่อยากกินอาหารที่ผลิตในประเทศนั้นมีแน่นอน เพราะฉะนั้นเป็นสิ่งที่เราควรทำ เพื่อปกป้องผืนดินของประเทศญี่ปุ่นด้วย ถ้าไม่มีคนดูแลผืนดิน ดินก็จะเสื่อม ดังนั้นเราต้องรักษาผืนดินญี่ปุ่นเอาไว้ และก็อยากให้คนรุ่นใหม่ที่สนใจเข้ามาช่วยกันพัฒนาชุมชนในชนบทร่วมกันด้วย

“For my self

For my family

For my friends

For our children

For the earth

For smile “

นี่คือสโลแกนของพวกเขา


บริษัทนี้ทำงานกันอย่างไร

สำหรับการดำเนินงานของบริษัท AIYO จะมีเจ้าหน้าที่ประจำฝ่ายผลิต 4 คน และฝ่ายการตลาดและการขาย 2 คน ทุกคนได้รับเงินเดือนประจำ 


ในด้านการผลิตนั้น บริษัท AIYO มีพื้นที่ทำเกษตรของตัวเองรวมทั้งหมด 21  ไร่ แบ่งออกเป็น พื้นที่สำหรับการปลูกผัก จำนวน 18  ไร่ กระจายอยู่รอบๆ ชุมชน  จำนวน 30 แปลง  โดยแต่ละแปลงจะมีการบริหารจัดการแปลงให้มีผลผลิตประมาณ 11-13 ชนิด ต่อเนื่องตลอดปี เพื่อที่จะส่งให้กับสมาชิกผู้บริโภค CSA อย่างสม่ำเสมอ และยังมีพื้นที่สำหรับการปลูกข้าวด้วยอีก จำนวน 3 ไร่  มีเจ้าหน้าที่หลักๆที่ทำงานลงแปลงทั้งวัน 2 คน ส่วนที่เหลือก็จะมาช่วยทำงานที่แปลงเกษตรเป็นครั้งคราว


            นอกจากผลผลิตจากแปลงของบริษัทแล้ว  AIYO ยังทำงานกับผู้ผลิตในชุมชนด้วย  โดยนอกจากการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน รวมถึงการเข้าไปขอศึกษาเรียนรู้กับเกษตรกรดั้งเดิมในชุมชนแล้ว ทาง AIYO ยังรับผลผลิตเกษตรอินทรีย์จากผู้ผลิตในชุมชนมาจัดจำหน่ายให้ด้วย ปัจจุบันมีครอบครัวของคุณมูโระซัง กับผู้ผลิตในชุมชนอีกหนึ่งราย ที่ส่งผลผลิตให้กับ AIYO เป็นประจำ รวมมีพืชผักที่หลากหลายประมาณ 40-50 ชนิดที่สามารถนำไปจำหน่ายให้ผู้บริโภคในรูปแบบต่างๆ


ในด้านการตลาดและการขาย ทาง AIYO มีช่องทางการจำหน่ายผลผลิตหลายหลายรูปแบบด้วยกันดังนี้

-          ส่งผักให้สมาชิกผู้บริโภคในระบบ CSA ปัจจุบันมีสมาชิกรวมทั้งหมด 200 ครอบครัว โดยบางคนรับชุดผักอาทิตย์ละ 1 ครั้ง บางคนรับเดือนละ 1 ครั้ง และบางคนก็รับเป็นครั้งคราว

-          ส่งผักให้ร้านอาหารทั้งในจังหวัดชิบะ และโตเกียว อาทิตย์ละ 1 ครั้ง รวมทั้งสิ้น 30 ร้าน

-          นำผลผลิตไปขายให้กับผู้บริโภคโดยตรง  โดยไปขอใช้พื้นที่หน้าร้านกาแฟเพื่อว่าสินค้าจำหน่าย ทุกวันพฤหัสบดี โดยจะไปขายช่วง 11.00 –18.00 น. มีลูกค้าประจำมาอุดหนุนจำนวนไม่น้อย ทั้งผู้บริโภคทั่วไป และเจ้าของร้านอาหารที่มาจับจ่ายผลผลิตไปใช้ที่ร้าน  5% ของรายได้ที่ขายได้ทั้งหมดในวันนั้น ก็จะจ่ายให้กับร้านกาแฟ  

-          นำผลผลิตไปขายให้กับผู้บริโภคที่หน้าสตูดิโอโยก้า อาทิตย์ละ 1 ครั้ง

-          นำผลผลิตไปขายที่ตลาดนัดใหญ่ในสถานีรถไฟชิบะ เดือนละ 1 ครั้ง โดยตลาดนัดนี้เป็นตลาดที่มีผู้ผลิตจากหลายที่มารวมตัวกัน

-          นอกจากนี้ พวกเขาก็ยังไปขายตามงานเทศกาลต่างๆด้วย

อาจกล่าวได้ว่า การดำเนินงานของ AIYO Farm นี้ประสบความสำเร็จไม่น้อย คือมีทั้งคนรุ่นใหม่ที่สนใจเข้ามาเรียนรู้และร่วมงาน อีกทั้งยังมีรายได้ที่เข้ามาหล่อเลี้ยงบริษัท สามารถดูแลการบริหารจัดการ และมีเงินเดือนจ่ายให้เจ้าหน้าที่เพียงพอ แถมยังมีโบนัสให้ในแต่ละปีด้วย


เรามีโอกาสได้ไปเยี่ยมร้านขายผักที่หน้าร้านกาแฟของพวกเขา ถึงจะเป็นร้านเล็กๆ จัดวางง่ายๆ ไม่ได้มีอุปกรณ์ตกแต่งร้านเป็นพิเศษ แต่ในช่วงเวลาไม่นานนัก เราก็เห็นลูกค้าทยอยแวะเวียนกันเข้ามาจับจ่ายเลือกซื้อผลผลิตอย่างไม่ขาดสาย ในบรรยากาศที่เป็นกันเอง บางคนก็ซื้อไปกินเองที่บ้าน บางคนก็มาซื้อใช้ในร้านอาหารของตัวเอง  ที่สำคัญส่วนใหญ่ก็จะเตรียมถุงมาใส่กันเองด้วย

คุณมูโรซังกล่าวถึงปัจจัยที่ทำให้ AIYO ประสบความสำเร็จให้ฟังว่า างAIYO มีการจัดกิจกรรมบ่อยปีละ 2-3 ครั้ง ที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจเข้ามาเรียนรู้ในฟาร์ม และทำกิจกรรมร่วมกัน นอกจากนี้ก็มีไอเดียเยอะ ใช้หลายวิธีที่จะชักชวนให้มีสมาชิกใหม่ๆเข้ามาร่วม เช่นกันโฆษณาว่า “We will be your Farmer.” แทนที่จะเรียกลูกค้าว่าเป็นสมาชิกบริโภค ก็เรียกตัวเองว่าเป็นเกษตรกรของคุณแทน หรือในการไปขายตรงที่หน้าร้านกาแฟ ก็มีการทำบัตรสมาชิกสะสมแต้ม โดยจุดประสงค์หลักก็คือเพื่อให้รู้จักชื่อลูกค้า จะได้รู้จักคุ้นเคยกันมากขึ้นเวลามาอุดหนุนครั้งต่อไปด้วย


ตอนไปอยู่ที่ร้านขายผักหน้าร้านกาแฟ เรายังสังเกตเห็นว่าแต่ละถุงขายผักแต่ละชนิดนั้น เขาก็จะมีคำโฆษณาที่แนะนำว่าผักนี้รสชาติเป็นยังไง หรือเอาไปทำอะไรกินอร่อย เป็นแรงจูงใจในการเลือกผักของผู้บริโภคด้วย ที่น่าสนใจคือ ร้านนี้ไม่มีคำว่า Organic หรืออินทรีย์ ติดโฆษณาไว้ตรงไหนเลย แต่ผู้ผลิตก็มาซื้อด้วยความไว้วางใจว่าผลผลิตที่นี่ดี มีคุณภาพ ที่สำคัญคือรสชาติอร่อย


นอกจากนี้ สิ่งสำคัญไม่แพ้กันที่ทำให้ AIYO ประสบความสำเร็จก็คือการทำงานร่วมกับชุมชนที่ตัวเองอยู่ คุณมูโระซังบอกว่า เราต้องมีเกษตรกรในชุมชนที่มีประสบการณ์เยอะๆมาช่วยสนับสนุนด้วย และก็ต้องเครือข่ายชาวบ้านในชุมชนมาสนับสนุนด้วยเช่นกัน ดังนั้นการทำงานชุมชนก็เป็นเรื่องสำคัญ และทาง AIYO ตอนนี้ก็สนิทสนม และเป็นที่รู้จักของชาวบ้านมาก

ได้มาเห็นการทำงานของคนรุ่นใหม่กลุ่มนี้แล้ว ก็อดรู้สึกประทับใจในพลังของพวกเขาที่มารวมตัวกัน และก็สามารถช่วยกันจัดสรร บริหารจัดการงานเรื่องการเกษตร ให้สามารถเติบโตและอยู่รอดทางเศรษฐกิจได้ ที่สำคัญพวกเขาไม่ได้มีเป้าหมายในเชิงการสร้างรายได้เพียงอย่างเดียว แต่ยังมุ่งทำงานเพื่อที่จะสร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่อื่นได้เข้ามาเรียนรู้ เข้ามาฝึกฝน ทดลองทำ และช่วยกันสร้างให้เกิดเกษตรกรรุ่นใหม่ตัวจริง ที่จะช่วยกันสืบทอดงานเกษตรกรรม และรักษาผืนดินของญี่ปุ่นเอาไว้  และที่ประทับใจยิ่งกว่านั้นก็คือพวกเขาไม่ทิ้งชุมชนที่พวกเขาเข้าไปอยู่ แต่ยังทั้งเรียนรู้ สร้างความสัมพันธ์ และสร้างเครือข่ายกับพวกเขา โดยเฉพาะกับผู้ผลิตที่เป็นเกษตรกรในพื้นที่ด้วย 


สำหรับคนรุ่นใหม่ที่สนใจทำเกษตร มุโระซังยังให้ข้อคิดซึ่งแนวทางไปสู่ความสำเร็จไว้อย่างน่าสนใจว่า

-          ต้องตั้งใจเรียนรู้ แม้จะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ต้องตั้งใจที่จะเรียนรู้

-          ต้องมีไอเดียใหม่ๆ ทั้งที่เป็นเรื่องของการผลิต และการตลาด

-          ต้องเอาความรู้ ประสบการณ์เดิมที่มีอยู่จากการทำงานที่ผ่านมาเอามาปรับประยุกต์ใช้ให้เป็นประโยชน์

 


ขอขอบคุณประสบการณ์ดีๆที่ชาว AIYO FARM มาร่วมแบ่งปันให้เราได้เรียนรู้  แถมยังมีอาหารกล่องแสนอร่อย ที่วัตถุดิบแทบทุกอย่างที่นำมาทำอาหารกลางวันเรากินกันในวันนั้น ก็มาจากผลผลิตจากแปลงของ AIYO และเครือข่ายผู้ผลิตเอง เรียกว่าได้กินแบบรู้ที่มา เห็นหน้าเห็นตาคนปลูกกันเลยจริงๆ หวังว่าพลังของพวกเขาจะส่งต่อมายังคนรุ่นใหม่บ้านเราบ้างไม่มากก็น้อยนะคะ


 | วันที่ 30/11/2559

อ่าน 692


 สังเขปบทเรียนเกษตรในเมืองในต่างประเทศ: ตอนที่ 1 - ฮาวาน่า (คิวบา)
 SOLE Food Street Farm สร้างงาน สร้างชุมชน สร้างระบบอาหารปลอดภัย บนพื้นทีที่เคยเปล่าประโยชน์ในเมือง
 Allmende-Kontor สวนผักชุมชนบนลานสนามบินที่ไม่ใช้แล้ว
 Urban Green Lunch Box : สวนผักและตลาดเคลื่อนที่
 ‘เมื่อคนเข้าไม่ถึงอาหาร... อาหารเลยเข้าถึงคนซะเลย’


โครงการสวนผักคนเมือง
912 ซอยงามวงศ์วาน 31 ซอยย่อย 7
ถนนงามวงศ์วาน อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000
โทร. 02-591-1195-6
cityfarm2010@hotmail.com
Design by Ngoscyber