เมื่อใจบอกว่า “ใช่” ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้   @ บ้านสวนศุภรักษ์


         

             มีโอกาสได้ไปเยี่ยมเยือนบ้านสวนศุภรักษ์ บ้านและสวนเกษตรในฝันที่คุณเน และคุณฝน คนรุ่นใหม่วัย 30 ต้นๆ ได้ร่วมกันสร้างขึ้น ที่แถวป่าละอู ต้องขอบอกว่าทั้งรู้สึกประทับใจ และได้เรียนรู้อะไรดีๆหลายอย่างจากคนรุ่นใหม่สองคนนี้ โดยเฉพาะความรู้สึกที่ว่า “เมื่อใจบอกว่า “ใช่” ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้”  




            คำถามยอดฮิตที่หลายคนสงสัย ก็คงไม่พ้นว่า ทำไมสนใจมาทำเกษตร ทั้งๆที่ทั้งสองคนเองก็อุตสาห์ร่ำเรียนจนจบวิศวะระดับปริญญาโทมาคุณเน หรืออภิชาต ศุภจรรยารักษ์ ผู้มีความมุ่งมั่นตั้งใจตั้งแต่เรียนจบแล้วว่า จะไม่ทำงานบริษัท แต่จะมาทำเกษตร ก็บอกว่า เขารู้สึกเบื่อสังคม ไม่อยากทำงานบริษัท ไม่อยากไปอยู่ในวงการที่ไม่ตรงไปตรงมา ในขณะเดียวกันก็รู้สึกว่าอาชีพเกษตรกรเป็นอาชีพที่อิสระ เป็นนายตัวเอง ตั้งแต่วันที่เรียนจบ เขาจึงตัดสินใจบอกพ่อกับแม่ถึงเส้นทางที่เขาจะเลือกเดิน



            นับว่าโชคดีมาก ที่ครอบครัวของคุณเนเปิดโอกาสให้ลูกได้เรียนรู้ และเลือกเส้นทางชีวิตของตัวเอง แต่เส้นทางการสายนี้ก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป เพราะหลังจากที่คุณเน เริ่มต้นที่จะลงมือทำเกษตร ได้ลองผิดลองถูกจนเริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว ที่ดิน รวมถึงบ้านที่ปากช่อง ซึ่งเป็นบ้านเดิมของคุณเนและครอบครัว ก็ถูกเวนคืนที่ดิน จนทำเอาต้องเริ่มต้นใหม่ ตั้งแต่หาที่ดิน สร้างบ้าน และทำเกษตรให้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาอีกครั้ง 



            ก็อย่างที่บอกตอนต้นว่า  “เมื่อใจบอกว่า “ใช่” ก็ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้” ในที่สุดคุณเนและครอบครัวก็ได้ที่ดินขนาด 23 ไร่ แถวป่าละอู ที่สำคัญยังได้แต่งงานกับคุณฝน  หรือ ศิริพรรณ คำแน่น ที่ตัดสินใจลาออกจากงาน มาช่วยคุณเนบุกเบิกที่ดินผืนนี้ ช่วยกันสร้างเนื้อสร้างตัว และสร้างฝันให้เป็นจริงขึ้นมากันใหม่อีกครั้ง



            ความน่าสนใจของทั้งคุณเนและคุณฝน ก็คือทั้งสองคนไม่เคยไปเรียน หรืออบรมเรื่องการทำเกษตรที่ไหนเลย แถมยังไม่เคยมีประสบการณ์การทำเกษตรมาก่อน อาจจะเคยเห็นคนในครอบครัวปลูกบ้างเล็กๆน้อยๆเป็นผักสวนครัวหลังบ้าน จนซึมซับมา แต่ก็ไม่เคยได้ลงมือทำอะไรจริงจัง ความรู้ส่วนใหญ่ ค้นคว้าหามาจากอินเตอร์เนทแทบทั้งสิ้น ที่สำคัญคือ เมื่อรู้แล้ว ก็ลงมือทำ ลองผิดลองถูกด้วยตัวเองมาโดยตลอด มีการจดบันทึกอย่างละเอียดเกี่ยวกับพืชผักต่างๆที่ปลูก เรียกว่าการทำเกษตรเหมือนการเรียนรู้ในโลกกว้างที่เป็นจริง และมีอะไรใหม่ๆให้ทดลองอยู่เสมอ เมื่อมีปัญหา ทั้งคุณเนและคุณฝนก็จะช่วยกันหาข้อมูล และนำมาทดลอง ปรับแก้ไข เป็นการเรียนรู้ที่จะเดินบนเส้นทางนี้อย่างค่อยเป็นค่อยไป แม้จะช้า แต่ก็เชื่อว่ามั่นคง เพราะสิ่งที่ได้รู้แต่ละอย่างนั้น ผ่านการลงมือทำ และประสบกับตัวเองจริงๆ ไม่ใช่เป็นความรู้แบบที่คนอื่นเขาว่ากันมา




            ที่บ้านสวนศุภรักษ์แห่งนี้ ไม่เพียงปลูกพืชผัก ปลูกผลไม้ ยังปลูกหญ้าเนเปียร์ สำหรับส่งขายให้คนเลี้ยงวัวแถวนั้น แล้วแลกเอาปุ๋ยคอกมาใช้ที่แปลง แถมยังเลี้ยงไก่ไข่ ที่ดูเป็นไก่ที่กินดีอยู่ดี และก็อารมณ์ดีไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะทั้งคุณเน และคุณฝน ต่างก็ให้ความรักความเอาใจใส่ ให้การเลี้ยงดูอย่างดี มีพื้นที่ให้ไก่ออกมาเดินเล่นวิ่งเล่น บางครั้งเวลาไก่มีปัญหา เช่นไม่คุ้นกับคน หรือป่วย ทั้งสองคนก็มาเฝ้าดู พยายามเรียนรู้ และหาทางแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิด



            ไม่เพียงทำเกษตรนะคะ มองไปที่บ้านที่กำลังสร้างอยู่ ทั้งสองคนก็ช่วยกันออกแบบ ลงแรงสร้างขึ้นมากับมือเลยทีเดียว

            ตอนนี้ไม่เพียงคุณเนกับคุณฝนเท่านั้น แต่ยังมีคุณพ่อคุณแม่ทางคุณเนมาช่วยกันสร้างสรรค์ พัฒนาพื้นที่แห่งนี้ให้เขียวขจีขึ้นมาด้วย


 


           คุณเน บอกว่า ผลผลิตบางส่วนตอนนี้ก็นำออกไปขายที่ตลาดสีเขียว ในหัวหินบ้าง แม้จะยังขายไม่ดีมากมายนัก เนื่องจากคนยังไม่สนใจเรื่องออร์แกนิคมากนัก ทำให้สู้ราคากับผักทั่วไปที่วางขายอยู่ในตลาดเดียวกันไม่ได้ แต่ทั้งคู่ก็ไม่ได้ย่อท้อ กลับใช้ตลาด และลูกค้า เป็นเหมือนอีกห้องเรียนหนึ่ง ที่พวกเขาค่อยๆเรียนรู้ และปรับตัว เพื่อสามารถผลิตผลผลิตที่มีเอกลักษณ์ของตัวเอง ไม่ซ้ำกับคนอื่นไปขายได้ เช่นข้าวโพดหวานที่ต้องจองกันล่วงหน้า กล้วยจากสวนอบเเสงอาทิตย์ที่ลูกค้าติดใจ ต้องสั่งจองกัน หรือมะเขือเทศเชอร์รี่ เป็นต้น และเมื่อเริ่มขายได้บ้างแล้ว คุณเนก็มาชวนคุณพ่อ คุณแม่ ให้ทำเกษตร มีพื้นที่ของตัวเอง แล้วนำผลผลิตมาฝากไปขายด้วย พอคุณพ่อคุณแม่เริ่มมีส่วนร่วม เริ่มได้รายได้เล็กๆน้อยๆ ให้รู้สึกภูมิใจในผลงานของตัวเองแล้ว ก็รู้สึกสนุกไปกับพวกเขาด้วย ก็เป็นสีสันแห่งความสุขของครอบครัวอีกอย่างหนึ่ง ที่บ้านสวนแห่งนี้



            สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่คุณเน กับคุณฝนได้เรียนรู้ก็คือ ไม่ว่าจะทำอาชีพอะไร ก็ล้วนต้องเจอกับปัญหาทั้งสิ้น แต่อยู่ที่ตัวเราว่าจะมองปัญหานั้นอย่างไร สำหรับทั้งสองคน มาถึงวันนี้ แม้จะเจอปัญหา แต่ก็ไม่เคยท้อถอย หรือถอดใจ  เพราะพวกเขาหลงรักการทำเกษตร

            สำหรับคนรุ่นใหม่ที่รู้สึกสนใจอยากทำเกษตร โดยเฉพาะคนที่มองเห็นช่องทาง รู้สึกอยากทำเกษตรเป็นอาชีพ ปลูกผักเพื่อส่งขายตามที่ต่างๆ คุณเนบอกว่า อยากให้ลองเริ่มทำจากเล็กๆดูก่อน แล้วถามใจตัวเองว่าชอบจริงมั้ย ถ้าสมมติว่าปลูกแล้ว เกิดผลผลิตเสียหาย เรารู้สึกกับเหตุการณ์นั้นอย่างไร จะท้อ จะถอย จะถอดใจมั้ย ถ้ารู้สึกว่าใช่ อยากไปต่อบนเส้นทางสายนี้จริงๆ ก็ค่อยขยับขยายที่ทางต่อไป




            ความจริง เชื่อว่าที่บ้านสวนศุภลักษณ์แห่งนี้ ยังมีเรื่องราวที่น่าสนใจอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของชีวิตของครอบครัวนี้ เรื่องราวของแนวคิดการทำเกษตรแบบไม่ต้องจ้างแรงงาน แต่ใช้เทคโนโลยีขนาดเล็กมาช่วย หรือเรื่องอื่นๆ บนเส้นทางที่คนรุ่นใหม่ทั้งสองคนนี้เลือกเดิน น่าเสียดายที่เรามีเวลาอยู่ที่นั่นไม่มากนัก ไว้วันหลังจะหาโอกาสไปเยี่ยมเยือน พูดคุย และเก็บมาเล่าสู่กันฟังใหม่นะคะ

            ใครสนใจติดตามความเคลื่อนไหวของสวนนี้ได้ที่  fb เน บ้านสวนศุภรักษ์ เกษตรอินทรีย์ 


ขอบคุณทั้งคุณเน และคุณฝน ที่แบ่งปันเรื่องราวให้เราฟัง และที่สำคัญคือแบ่งปันช่วงเวลาแห่งความสุข ให้เราได้ยิ้มไปกับพวกเขาด้วยตลอดการสนทนาค่ะ


 | วันที่ 02/03/2560

อ่าน 1254


 โภชนศึกษาเพื่อการมีชีวิตอยู่ของเด็กญี่ปุ่น
 สวนผักไม่เคยร้าง ความสุขไม่เคยโรยรา @ ปิ่นเจริญ 1
 ครู ศิษย์ ช่วยกันปลูกสุขให้บ้านเกิด : โครงการสวนผักคนเมืองกลุ่มเกษตรอินทรย์ บ้านโป่ง จ.ราชบุรี
 ตลาดเกื้อกูล
 การจัดการขยะในโรงเรียนทอสี(รักษ์โลก)


โครงการสวนผักคนเมือง
912 ซอยงามวงศ์วาน 31 ซอยย่อย 7
ถนนงามวงศ์วาน อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000
โทร. 02-591-1195-6
cityfarm2010@hotmail.com
Design by Ngoscyber