เซคัตสึคลับ สหกรณ์ที่เป็นมากกว่าร้านค้า

ช่วงปีที่ผ่านมา เราเห็นความเติบโตของตลาดสีเขียว หรือตลาดทางเลือกในรูปแบบต่างๆมากมาย ที่พยายามจะเชื่อมโยงผู้ผลิตกับผู้บริโภคเข้าหากัน และช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงอาหารที่ดี มีคุณภาพ ปลอดภัยจากสารเคมีได้มากขึ้น อย่างที่เห็นกันในเครือข่ายวงการสวนผักคนเมือง ก็มีตลาดปันอยู่ปันกิน ของกลุ่ม Heart Core Organic ที่เปิดรับสั่งอาหารและผลผลิตแบบสั่งล่วงหน้าหรือ Pre-Order ร่วมกับการขายตรง หรืออย่างโครงการ Farm to You ที่พ่อกุ๊ก ผู้ปกครองโรงเรียนทอสีทำ ด้วยระบบ Pre-order สินค้า ทั้งเนื้อสัตว์ อาหารทะเล ไข่ เห็ด รวมถึงพืชผักต่างๆ ส่งตรงถึงมือผู้บริโภค นอกจากนี้ก็มีระบบสมาชิกตะกร้าปันผัก ที่ป้าหน่อย เชื่อมโยงผู้ผลิต นำผลผลิตส่งตรงให้สมาชิกเป็นประจำ ยังไม่นับร้านกรีน หรือตลาด”สีเขียว” อีกหลายแห่ง ที่ผุดขึ้นมากมายตามจุดต่างๆของเมือง ในฐานะผู้บริโภค นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีไม่น้อย ที่เราสามารถเข้าถึงอาหารที่ดี มีคุณภาพ ปลอดภัยจากสารเคมีได้มากขึ้น




 

ช่วงปีที่ผ่านมาอีกเช่นกัน มีโอกาสได้ไปเยี่ยมชม ดูงาน แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสหกรณ์ผู้บริโภค เซคัตสึคลับ ที่ประเทศญี่ปุ่น และพบว่าสหกรณ์ผู้บริโภคแห่งนี้ เป็นอีกหนึ่งรูปแบบระบบอาหารทางเลือกที่น่าสนใจมาก ไม่เพียงแค่รูปแบบการบริหารจัดการร้าน แต่ยังรวมถึงแนวคิด และอุดมการณ์ของผู้คนที่มาร่วมกันทำด้วย เลยอยากนำมาเล่าสู่กันฟัง เผื่อจะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้บริโภคทั้งหลายลุกขึ้นมาร่วมมือทำบ้าง



ขึ้นชื่อว่า สหกรณ์ผู้บริโภค ก็แน่นอนว่าเป็นสหกรณ์ที่มาจากสมาชิกผู้บริโภคที่เป็นคนร่วมลงทุน ร่วมใช้บริการ และร่วมกันบริหารจัดการ ดังนั้นสมาชิกไม่ใช่แค่ลูกค้า แต่เป็นส่วนหนึ่งของสหกรณ์ที่มาร่วมกันทำงาน โดยเป้าหมายของพวกเขาไม่ใช่เพียงการคัดสรรสิ่งของที่บริโภคที่มีคุณค่า ปลอดภัยต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม มารวบรวมและจัดจำหน่ายในสหกรณ์เท่านั้น แต่พวกเขายังมุ่งหวังอยากส่งเสริม และผลักดันให้คนในญี่ปุ่นตระหนักถึงความสำคัญของเกษตร ประมง และป่าไม้มากขึ้น อีกทั้งยังมุ่งหวังอยากจะสร้างสังคมที่มีความเสมอภาค และยั่งยืน ดังนั้นการทำงานของพวกเขาจึงทำงานทั้งกับฝ่ายผู้ผลิต และผู้บริโภค รวมถึงมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อน ผลักดันนโยบาย ให้เกิดความเปลี่ยนแปลงด้วย

หัวใจสำคัญในการทำงานของสหกรณ์ คือ เรื่องอาหาร พลังงาน และการดูแลช่วยเหลือซึ่งกันและกัน หรือ F: Food , E : Energy และ C :Care โดยมีหลักเกณฑ์ในการดำเนินการ 10 ประการ คือ

1)   ให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัยของอาหารการกิน โดย

-              ลดปริมาณการใช้สารเคมีการเกษตรต่างๆ ไปจนถึงการไม่ใช้สารเคมีเลย

-              ไม่สนับสนุนพืช GMOs

-              ลดการใช้สารปรุงแต่งในอาหารแปรรูป เช่น สีผสมอาหาร สารกันบูด

2)   เพิ่มพูนความสามารถในการพึ่งตนเองด้านการผลิตอาหาร ดังนั้นอาหารที่จำหน่ายในสหกรณ์ผู้บริโภคส่วนใหญ่จะรับซื้อมาจากเกษตรกรที่ทำการผลิตอย่างเอาใจใส่ภายในประเทศเป็นหลัก

3)   ลดปริมาณสารพิษในสิ่งแวดล้อม โดยการสร้างระบบการผลิตที่สะอาด ไม่เป็นอันตราย

4)   ใช้ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อถนอมรักษาให้คงอยู่ได้อย่างยั่งยืน

5)   ลดปริมาณขยะและใช้สิ่งของซ้ำ เช่น การใช้ขวดแก้วให้มากกว่าการใช้พลาสติก

6)   ลดปริมาณการใช้พลังงาน ไม่สนับสนุนพลังงานนิวเคลียร์ แต่ส่งเสริมให้มีการใช้พลังงานทางเลือกที่สะอาดเช่น พลังงานลม และพลังงานแสงอาทิตย์

7)   ลดความเสี่ยงต่างๆ จากการวิเคราะห์สถานการณ์ และผลกระทบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นจากภัยพิบัติ หรือจากนโยบายต่างๆ  โดยหลังจากที่ผู้บริโภคได้พบปะกับผู้ผลิต เขาก็มีการช่วยกันตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ผลิตในยามประสบภัยพิบัติ รวมถึงกองทุนเพื่อช่วยผู้ผลิตที่ได้รับผลกระทบจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ระเบิดด้วย

8)   เปิดเผยข้อมูลข่าวสาร สถานการณ์ นโยบายต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อการบริโภค โดยจัดให้มีพื้นที่การนำเสนอและแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างต่อเนื่อง จะเห็นได้ว่าสหกรณ์ผู้บริโภคบางแห่งก็จะมีห้องไว้สำหรับจัดกิจกรรมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันอย่างสม่ำเสมอ

9)   มีการควบคุมและตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัย โดยสหกรณ์มีการกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยของสินค้าที่รับซื้อจากเกษตรผู้ผลิต โดยทำข้อตกลงร่วมที่เห็นชอบด้วยกันระหว่างผู้ผลิต สินค้าที่นำมาจำหน่ายนี้ ไม่ได้เป็นออร์แกนิค 100% แต่ยอมรับการใช้สารเคมีบางตัว เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกรภายในประเทศตัวเองได้ทำการผลิต และค่อยๆปรับเปลี่ยนไปด้วยกัน  มีการยืดหยุ่นและรับฟังความจำเป็นของผู้ผลิตด้วย เช่นถ้าเกิดโรคและแมลงจนไม่สามารถควบคุมได้จำเป็นต้องใช้สารเคมีการเกษตรบางตัว ก่อนเกษตรกรใช้นั้นต้องผ่านการเห็นชอบจากผู้บริโภคก่อน หากตรวจสอบพบว่าโกหก หรือตั้งใจใช้สารเคมี สหกรณ์ฯ ก็จะไม่ต่อสัญญารับซื้อผลผลิตอีก เป็นต้น

นอกจากการพูดคุย กำหนดมาตรฐานร่วมกันแล้ว สมาชิกก็ยังมีการไปเยี่ยมแปลง ทำความเข้าใจกับพื้นที่ผลิตจริง ตรวจสอบคุณภาพและความปลอดภัยตั้งแต่วัตถุดิบจนถึงขั้นตอนการผลิตด้วย

10. สมาชิกต้องมีการดูแลช่วยเหลือซึ่งกันและกัน โดยสหกรณ์ผู้บริโภคแต่ละแห่ง มักจะมีสถานรับเลี้ยงเด็ก หรือที่ดูแลผู้สูงอายุด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการสร้างงานให้กับคนในชุมชน ในขณะเดียวกันก็ได้ช่วยกันดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ เป็นการช่วยดูแลชุมชนไปด้วยในตัว

จะเห็นได้ว่า สหกรณ์ผู้บริโภคที่กล่าวถึงอยู่นี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่ห้างสรรพสินค้าที่รวบรวมสินค้าดีๆไว้จำหน่ายให้ผู้บริโภค และมีปันผลให้เท่านั้น แต่เขามีระบบการทำงานที่เข้มข้นและครอบคลุมประเด็นต่างๆมากมาย ที่น่าสนใจคือ เขาให้ความสำคัญกับเกษตรกรผู้ผลิตอย่างมาก และพวกเขาก็ต้องการที่ทำงานสร้างสหกรณ์ผู้บริโภค พร้อมทั้งขยายสมาชิกให้มากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อที่ว่าจะได้มีส่วนช่วยส่งเสริมการผลิตให้มากขึ้นในประเทศญี่ปุ่น และให้ผู้คนยังตระหนักถึงความสำคัญของเรื่องการเกษตร ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะทำให้ประเทศมีความมั่นคงทางอาหารมากขึ้นนั่นเอง

 สำหรับรูปแบบการขายของสหกรณ์ผู้บริโภคนั้น ก็มีทั้งการสั่งซื้อและส่งตรงถึงบ้าน การรวมกลุ่มกันรับซื้อจากผู้ผลิตโดยตรง หรือการมาซื้อที่ร้านค้าสหกรณ์ หรือที่เรียกว่า Depot ซึ่งคนที่จะมาอุดหนุนสหกรณ์แห่งนี้ได้ก็ต้องสมัครเป็นสมาชิกก่อน โดยก็ต้องซื้อหุ้นเดือนละ 1000 เยน มีกำหนดให้ซื้อได้แค่คนละ 1 หุ้นเท่านั้น เมื่อต้องการลาออก ก็จะได้รับเงินคืนทั้งหมด และในกรณีที่ทางร้านมีกำไร ก็จะมีการจ่ายปันผลให้ตอนลาออกเช่นเดียวกัน



 


เรามีโอกาสได้ไปเยี่ยม Setagaya depot หนึ่งในร้านค้าสหกรณ์ผู้บริโภคที่อยู่ในโตเกียว ซึ่งมีทั้งหมด 9 แห่ง ที่นี่มีสินค้าประมาณ 2000 ชนิดให้เลือกซื้อหาในราคาที่เป็นธรรม โดยทางร้านจะวางแผนร่วมกับผู้ผลิตว่าจะให้ปลูก หรือผลิตอะไรบ้าง ตามมาตรฐาน และราคาที่ตกลงร่วมกัน เขาบอกว่าอยากให้ร้านแห่งนี้เป็นเหมือนตู้เย็นของชุมชน ที่สมาชิกจะได้มีอาหารดีๆไว้กิน  เจ้าหน้าที่ที่เราเห็นอยู่ในร้านต่างก็เป็นสมาชิกผู้บริโภคทั้งนั้น ซึ่งพวกเขาก็ได้ค่าตอบแทนเป็นรายได้เช่นกัน เป็นการสร้างงานในชุมชนไปในตัว ในขณะเดียวกัน ก็มีสมาชิกบางคนที่ไปช่วยทำงานเป็นครั้งคราว มาช่วยแยกสินค้า จัดวางของ เหล่านี้ก็จะได้ค่าตอบแทนเป็นคูปองสำหรับแลกซื้อสินค้าในร้านได้นั่นเอง โดยได้ค่าตอบแทนคิดเป็นชั่วโมง ชั่วโมงละ 450 เยน 




ร้านแห่งนี้ ไม่ได้มีเพียงสินค้าตามแผงให้เลือกซื้อเท่านั้น ยังมีข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้า และผู้ผลิตแนะนำอยู่ด้วย แถมยังมีห้องครัวในร้านที่ทำเป็นกระจก เพื่อสอนเรื่องการทำอาหารให้สมาชิก โดยแม่ครัวประจำร้านก็จะช่วยกันคิดเมนูที่สอดคล้องกับแต่ละฤดูกาล เพื่อทำอาหารให้สมาชิกได้กินกันด้วย นอกจากนี้เวลามีปลาและเนื้อหมูสดๆมาส่งในแต่ละอาทิตย์  เจ้าหน้าที่ก็จะแล่ ชำแหละให้เห็นกันสดๆเลย เป็นการให้ความรู้กับผู้บริโภคไปด้วยในตัว




ออกไปด้านหน้าร้าน ก็จะมีจุดสำหรับรับขยะรีไซเคิล พร้อมกับการให้ความรู้เรื่องการแยกขยะ ในบริเวณด้านข้าง ก็ยังมีสถานรับเลี้ยงเด็ก ที่ไม่ใช่เพียงแค่ช่วยรับเลี้ยงเด็ก แต่ยังมีการจัดเวทีแลกเปลี่ยนให้บรรดาคุณแม่ได้มาพบปะพูดคุย ปรึกษาปัญหาต่างๆ และหาทางแก้ไขไปด้วยกันด้วย



เรียกได้ว่า ใครเป็นสมาชิกสหกรณ์แห่งนี้ ก็จะได้เรียนรู้ทักษะต่างๆที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตที่ดีมีคุณภาพไปด้วยในตัว เป็นเหมือนศูนย์รวมทั้งสินค้าดีๆ และศูนย์รวมของผู้คนที่จะช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ทั้งระหว่างผู้ผลิตกับผู้บริโภค และระหว่างผู้บริโภคด้วยกันเอง เกิดเป็นชุมชน และสังคมที่ดีงามต่อไป



สหกรณ์ผู้บริโภคที่นี่จึงเป็นมากกว่าร้านค้าจริงๆ


 | วันที่ 23/03/2560

อ่าน 560


 วิจัยพบ สวนผักช่วยลดอาชญากรรม
 Yachimata Fureai Organic Farm พื้นที่เช่าทำเกษตรของคนเมืองญี่ปุ่น
 สวนผักปลูกชีวิตเยาวชน
 โรงละครในสวนผัก @ Winthrop Harmony Arts Garden
 Copenhagan Food Cooperative : สหกรณ์อาหารปลอดภัยเป็นจริงด้วยพลังคนอาสา


โครงการสวนผักคนเมือง
912 ซอยงามวงศ์วาน 31 ซอยย่อย 7
ถนนงามวงศ์วาน อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000
โทร. 02-591-1195-6
cityfarm2010@hotmail.com
Design by Ngoscyber