ด้วยหัวใจที่มุ่งมั่น และเข้าใจเรื่องความสำคัญของอาหาร  พวกเราจึงสานต่อ


            หากใครได้ติดตามงานของโครงการสวนผักคนเมืองตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นโครงการ ประมาณปี 2554 คงจะจำโครงการสวนผักลุงดีส แห่งชุมชนหมู่บ้านนักกีฬาแหลมทองได้เป็นอย่างดี เพราะเป็นโครงการต้นแบบที่สามารถปลุกกระแสสวนผักกับการใช้ประโยชน์พื้นที่รกร้างว่างเปล่าในเมืองให้เกิดขึ้น อีกทั้งยังเป็นโครงการที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับใครอีกหลายคนให้หันมาสนใจเรื่องของการทำสวนผักคนเมือง การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อสร้างอาหารและความสัมพันธ์ของเพื่อนบ้าน  “เครื่องมือสำคัญที่ชุมชนหมู่บ้านนักกีฬาแห่งนี้ใช้ก็คือแปลงผัก โดยพวกเขาได้ใช้พื้นที่กันไฟของชุมชนที่เคยถูกทิ้งร้างและกลายเป็นที่ทิ้งขยะ ตลอดจนเป็นที่มั่วสุมของมิจฉาชีพทั้งหลาย มาทำเป็นแปลงผักแม้ว่าตอนแรกจะมีเสียงคัดค้าน ด้วยเห็นว่าเป็นไปได้ยากที่จะทำได้ เพราะพื้นที่เดิมรกมากเต็มไปด้วยขยะ เศษแก้ว เศษหิน แต่ทั้งลุงดีส คุณตา และพี่เบญจวรรณซึ่งเป็นแกนนำสำคัญของชุมชนก็ไม่ได้ย่อท้อ ค่อยๆลงมือเก็บขยะ เก็บหิน เก็บแก้วเคลียร์พื้นที่ และพลิกฟื้นที่รกร้างให้กลายเป็นแปลงผักจนสำเร็จและไม่ได้สำเร็จเพียงแค่จุดเดียวด้วย ตอนนี้พวกเขาขยายออกไปถึง 5 จุดซึ่งล้วนเคยเป็นพื้นที่รกร้างเดิมทั้งสิ้น”ซึ่งสามารถติดตามอ่านเรื่องราวได้ที่ http://www.thaicityfarm.com/autopagev4/show_page.php?topic_id=355&auto_id=47&TopicPk=

           แต่ขณะที่โครงการสวนผักลุงดีสกำลังดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ปีที่ 2 ของการทำสวนผัก ทางการเคหะซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ก็มีโครงการปรับปรุงพื้นที่แนวกันไฟใหม่ ทำให้พื้นที่ที่เคยเป็นสวนผักเดิมถูกรื้อถอน แล้วเทพื้นด้วยปูนซีเมนต์เต็มพื้นที่ ทำให้ลุงดีส และคุณตาพยนต์ สองกำลังสำคัญหลักต้องพักกิจกรรมการปลูกผักทั้ง 5 จุดลง ที่สามารถทำได้ในตอนนั้นก็เพียงปลูกผักในพื้นที่เล็กๆ หน้าบ้านของตัวเองเอาไว้กินในครอบครัว ทางโครงการฯ มีโอกาสลงไปพูดคุย ติดตามและให้กำลังใจ ซึ่งในตอนนั้นมีการหารือว่า อาจจะรอดูท่าทีของหน่วยงานเจ้าของพื้นที่ก่อน เพื่อลดความขัดแย้งเรื่องการใช้ประโยชน์พื้นที่สาธารณะในชุมชนด้วย  เราได้พูดคุยกับลุงดีสอยู่เรื่อยๆ จำได้ว่าช่วงหลังๆ ลุงดีสบอกว่าไม่ได้ปลูกผักแล้ว เพราะต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ คุณตาพยนต์ก็สุขภาพไม่แข็งแรง




 

            มาจนถึงวันนี้ เวลาผ่านไปกว่า 4 ปี เรากลับไปเยี่ยมลุงดีส และคุณตาพยนต์อีกครั้ง หวังว่าจะแวะไปเยี่ยมทักทายเท่านั้น แต่แล้วเราก็ต้องตกใจ เมื่อทราบข่าวว่าคุณตาพยนต์จากเราไปแล้วเมื่อ 2 ปีก่อน  เราเดินเข้าไปในพื้นที่ๆ เคยเป็นแปลงผักแปลงแรกที่คุณตาพยนต์และลุงดีสช่วยกันทำ และเราก็ต้องตกใจอีกครั้ง เมื่อพบว่าพื้นที่ที่สวนผักถูกรื้อถอนไปจนหมด และถูกเทปูนซีเมนต์เต็มพื้นที่ วันนี้กลับเต็มไปด้วยต้นไม้ ดอกไม้จำนวนมาก พร้อมสวนผักที่กำลังเติบโตไปด้วยกัน พี่ประวิทย์ ซึ่งเป็นลูกเขยของคุณตาพยนต์กำลังยืนรถน้ำ และเติมดินให้กับพืชผัก บอกเราว่า ทนไม่ได้ที่เห็นพื้นที่ตรงนี้ถูกปล่อยให้รกร้างเหมือนเดิม จึงเริ่มลงมือปลูกต้นไม้ ดอกไม้ และพืชผักอีกครั้งเมื่อเดือนมกราคม 2559 แม้จะถูกมองจากเพื่อนบ้าน คนในชุมชนจำนวนหนึ่งว่าเอาเปรียบที่มาใช้ประโยชน์พื้นที่ส่วนรวม แต่พี่ประวิทย์ก็มุ่งมั่นปลูกผัก ปลูกต้นไม้ต่อไป เพราะคิดว่าเราสร้างประโยชน์ให้ชุมชน ทำให้พื้นที่สวยงาม ร่มรื่น ใครๆ ก็สามารถมานั่งพักผ่อนได้ ด้วยการชวนเพื่อนบ้านที่รักชอบต้นไม้มาทำกิจกรรมด้วยกัน จนเพื่อนบ้านเห็นว่าพี่ประวิทย์เอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้ จึงเอาต้นไม้ ดอกไม้มาให้ และมาช่วยกันดูแล ตอนนี้ก็มีสมาชิกรวมกันได้ 5 คนแล้ว  โดยมีลุงดีสเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญเรื่องปลูกผักเช่นเดิม



                เราจึงถือโอกาสไปเยี่ยมบ้านลุงดีสที่ท้ายซอย เห็นลุงดีสกำลังง่วนอยู่กับการดูแลแปลงผักที่ริมถนน  ลุงดีส เล่าให้ฟังว่าเพิ่งเริ่มลงมือปลูกผักตรงพื้นที่นี้ได้ 4 -5 เดือน เพราะพื้นที่ว่างตรงไหนพอไม่ได้ทำอะไรก็จะมีคนเอาขยะมาทิ้ง ลุงดีสจึงอยากพัฒนาให้พื้นที่ตรงนี้เป็นสวนผัก เพราะนอกจากจะได้อาหารแล้วยังช่วยแก้ปัญหาเรื่องขยะในชุมชนอีกด้วย  พร้อมกับชี้ชวนเราไปดูแปลงผักอีกแห่งที่กำลังเริ่มต้นชวนเพื่อนบ้านที่มีพื้นที่มาปลูกผักด้วยกัน



                ลุงดีสพาเราไปชุมชนทับช้างคลองบน ที่ตั้งอยู่ห่างออกไปประมาณ 1 กิโลเมตร  พร้อมเล่าให้ฟังว่ากำลังเชิญชวนเพื่อนบ้านจำนวน 6 คน มาปลูกผัก โดยเลือกคนที่มีพื้นที่ และอยู่บ้านเฉยๆ มาปลูกผักไว้กิน และขายเพื่อให้มีรายได้ ตอนนี้ทำไปได้แล้ว 3 ครอบครัว เป็นโครงการฯ ที่อยากเสนอกับสวนผักคนเมืองด้วย แต่เพราะทำเบอร์ติดต่อเราหาย จึงติดต่อโครงการไม่ได้ จึงไม่ได้รอเวลา อะไรที่ทำได้ก็ทำไปก่อน  โครงการฯ นี้ ลุงดีสหวังว่าจะทำให้เพื่อนบ้าน ซึ่งก็เป็นพี่น้องของเราได้ปลูกผัก ได้กินผักที่สะอาดปลอดภัย ได้ออกกำลังกาย พืชผักที่เหลือจากการกินในครอบครัวก็นำมาจำหน่ายในชุมชนเท่านั้น เพราะอยากให้คนในชุมชนได้เจ้าถึงอาหารที่ดีด้วยเช่นกัน  การชวนเพื่อนบ้านมาปลูกผักของลุงดีส ไม่เพียงแค่บอกให้เขาปลูกผัก แต่ลุงดีสยังสอนให้พวกเขาทำปุ๋ยหมัก ดินหมักจากเศษอาหาร เศษใบไม้ ทำน้ำหมัก ฮอร์โมนบำรุงพืชผักด้วย ให้เห็นคุณค่าและใช้ประโยชน์จากของเหลือใช้ในบ้าน




                เราเดินลงพื้นที่กับลุงดีส ด้วยรอยยิ้ม ความสุข และชื่นชมหัวใจของผู้ชายคนนี้อย่างสุดซึ้ง  เราถามว่า ลุงดีสไม่หมดกำลังใจกับปัญหาที่เคยเกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อนหรือ ลุงดีสก็หันกลับมายิ้ม หัวเราะเสียงดัง พร้อมกับตอบว่า ก็เสียใจ และรู้สึกหมดกำลังใจไปพักหนึ่งเหมือนกัน ช่วงนั้นก็เดินทางไปทำงานต่างประเทศบ่อย แต่ทุกครั้งที่ต้องเดินทาง ไปทำงานก็ทำให้เราได้คิด ได้ทบทวนเยอะมาก ลุงเชื่อว่าสุดท้ายแล้วสิ่งที่เราต้องกลับมาให้ความสำคัญคือเรื่องอาหาร  เราจะทำงานหนักแค่ไหน เดินทางไปไกลแค่ไหน ก็หนีไม่พ้นเรื่องอาหาร เรื่องปากท้องของเรา ลุงจึงอยากทำเรื่องนี้ให้จริงจัง อยากหยุดเดินทาง แล้วกลับมาสร้างพื้นที่อาหารของตนเอง และไม่เพียงแค่อาหารของเราและครอบครัว แต่ต้องชวนกัน ช่วยกันสร้างพื้นที่อาหารของเพื่อนบ้านเรา ของชุมชนเราให้เกิดขึ้นด้วย นี่คืองานของลุงที่จะมุ่งมั่นทำต่อไป

                                                                                                                                                           


 | วันที่ 20/04/2560

อ่าน 643


 สวนผักปลูกชีวิต : Growing in (edible) Garden ตอนที่ 2
 ปลูกผัก พึ่งตนเองยามรายได้ลด
 ดาดฟ้าสีเขียวกินได้ที่ทำให้องค์กรมีชีวิต@ NECTEC
 NooJo Art and Farm : พื้นที่แห่ง(การเรียนรู้)ชีวิต
 สวนผักโรงพยาบาล เปลี่ยนแปลงชุมชน


โครงการสวนผักคนเมือง
912 ซอยงามวงศ์วาน 31 ซอยย่อย 7
ถนนงามวงศ์วาน อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000
โทร. 02-591-1195-6
cityfarm2010@hotmail.com
Design by Ngoscyber