ตลาดเกื้อกูล

            ทุกวันนี้มีตลาดสีเขียว หรือตลาดกรีน เกิดขึ้นจำนวนไม่น้อย สินค้าแบบไม่ใช้สารเคมี หรือออร์แกนิก ก็ดูเหมือนจะเป็นที่รู้จัก เป็นที่นิยมกันมากขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน  ทว่าท่ามกลางกระแสความนิยมของผู้บริโภคเช่นนี้ ก็มีประเด็นให้ชวนคิดพิจารณาไม่น้อย โดยเฉพาะเรื่องของความไว้วางใจในผู้ผลิต และไว้วางใจในคุณภาพสินค้า ว่าเป็นไปตามที่โฆษณาบอกกล่าวกันมากเพียงใด



           เวทีเสวนา“ตลาดเกื้อกูล” ในงานเทศกาลสวนผักคนเมือง 2017 ตอนเส้นทางอาหารเมือง ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ที่ผ่านมานี้ ได้พาเราไปรู้จักกับตลาดเกื้อกูล ซึ่งถือเป็นตลาดทางเลือก หลากหลายรูปแบบด้วยกัน ที่สำคัญตลาดเหล่านี้เกิดจากน้ำพักน้ำแรงของผู้บริโภค ที่มีหัวใจ และตั้งใจทำ ด้วยความมุ่งหวังที่จะสร้างระบบอาหารที่ดีมีคุณภาพให้เกิดขึ้นในเมือง


           ตลาดเกื้อกูลรูปแบบแรก คือ ตะกร้าปันผัก เป็นรูปแบบที่ผู้บริโภคจะต้องสมัครเป็นสมาชิก จ่ายเงินซื้อผักล่วงหน้า โดยทางโครงการก็จะทำหน้าที่รับผลผลิตมาจากเกษตรกรในเครือข่าย และจัดใส่ตะกร้า จัดส่งให้สมาชิกถึงบ้านทุกสัปดาห์   คุณเพ็ญศรี บำรุงสิทธิวงษ์ หรือคุณเล็ก ผู้จัดการโครงการตะกร้าปันผัก บอกว่า การที่ผู้บริโภคได้สมัครเป็นสมาชิกในระบบนี้ มีส่วนช่วยให้ครอบครัวเกษตรกรกว่า 100 ครอบครัว มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีรายได้ที่มั่นคงมากขึ้น และสามารถที่จะส่งลูกหลานเรียนได้มากขึ้น  

           อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตลาดแบบระบบสมาชิกผู้บริโภคเกื้อกูลเพื่อผู้ผลิตจะฟังดูดี ได้รับประโยชน์ทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค แต่การทำโครงการนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก คุณเล็กบอกว่าเราต้องคอยให้ความรู้ พูดคุยกับผู้บริโภคอย่างสม่ำเสมอ เพราะบางครั้งผลผลิตที่เขาได้ อาจหน้าตาไม่สวยงามเหมือนกับผลผลิตที่เลือกซื้อเองจากตลาด เรื่องนี้ก็ต้องค่อยๆพูดคุยให้ผู้บริโภคเข้าใจถึงระบบการผลิตแบบอินทรีย์ด้วย ที่สำคัญคือต้องใช้ความจริงใจ ค่อยๆสื่อสาร และสร้างความเป็นเพื่อนให้เกิดขึ้น เพราะตัวเราเองก็ต้องการที่จะหาอาหารที่ดีต่อสุขภาพมาให้ตัวเองกิน และก็เผื่อแผ่ไปสู่เพื่อนๆนั่นเอง


         ขอบคุณรูปภาพจาก fb ปันอยู่ปันกิน

              ตลาดเกื้อกูลอีกหนึ่งรูปแบบที่เกิดขึ้น ก็คือ ปันอยู่ปันกิน ซึ่งเป็นทั้งแหล่งรวม และจุดนัดพบของผู้ผลิตและผู้บริโภค ที่สั่งซื้อผลผลิตแบบสั่งจองล่วงหน้า หัวใจสำคัญของตลาดแห่งนี้คือต้องการจะสร้างวิถีการกินอยู่อย่างมีความหมายให้เกิดขึ้นคุณสุณัฐลินี สินพรหม หรือคุณจิ๊กหนึ่งในผู้บุกเบิกและเป็นกำลังสำคัญของตลาดปันอยู่ปันกินนี้ เล่าให้ฟังถึงแรงบันดาลใจอันเป็นจุดเริ่มต้นของตลาดนี้ให้ฟังว่าตัวเองมีฐานเพื่อนๆที่อยู่ในแวดวงคนปลูกผัก และก็มีแม่บ้านโยคะ ที่มักจะคุยกันอยู่บ่อยๆว่าทำไมไม่หาผัก หาเนื้อสัตว์ดีๆ มาแบ่งปันให้เพื่อนได้ซื้อหากันบ้าง เพราะลำพังแต่ละคน แม้จะสนใจอยากกินอาหารดีๆ แต่ก็ไม่มีเวลาไปสรรหา หรือไม่รู้ว่าควรจะไปซื้อที่ไหนดี ก็เลยลองคุยกันในกลุ่มเพื่อนที่อยู่ในกลุ่ม Heart Core Organic  ว่าจะลองทำตลาดด้วยกันดีมั้ย โดยทำเป็นระบบสั่งจองล่วงหน้า หรือ Pre-Order เพื่อให้ผู้ผลิตสามารถวางแผนการผลิตได้ และไม่ต้องเสียเวลามานั่งขายสินค้า โดยที่ไม่รู้ว่าจะมีคนมาซื้อหรือไม่ เริ่มแรกก็มีเพื่อนๆร่วมกันสั่งประมาณ 20 คน จนตอนนี้ตลาดเติบโต เป็นที่ไว้วางใจ มีผู้บริโภคที่สนใจมาสั่งจองสินค้าจำนวนมาก และก็มีการจัดตลาดเพื่อนัดรับสินค้ากันทุกวันอาทิตย์สิ้นเดือน โดยตลาดแต่ละครั้งก็มีสินค้ามีคุณภาพอื่นๆมาให้เลือกสรร พร้อมกับมีกิจกรรมสนุกๆให้ผู้ที่ได้ไปอยู่เสมอ เกิดเป็นชุมชนผู้บริโภคเล็กๆที่พวกเขามาร่วมกันกินอยู่อย่างมีความหมาย


                 เป็นธรรมดาที่เมื่อตลาดได้รับความนิยม ก็ย่อมมีที่อื่นๆต้องการจะทำตลาดแบบนี้ให้เกิดขึ้นเหมือนกัน ซึ่งแม้ว่าคุณจิ๊กและผองเพื่อนที่ช่วยกันทำงานมาจะอยากให้ระบบอาหารที่ดีเกิดขึ้นเยอะๆ แต่คุณจิ๊กก็บอกว่าเป้าหมายหลักคือ เราอยากโตอย่างมีคุณภาพ อยากรักษาคุณภาพ และมิตรภาพที่เกิดขึ้นนี้ไว้ให้ได้ตลอด “ถ้าเราไม่แข็งแรงในที่ที่ตัวเองอยู่ ไปอยู่ที่อื่นมันก็ไม่แข็งแรง” ดังนั้นกลุ่มนี้จึงปฏิเสธการรับงานที่ให้ไปจัดตลาดในที่อื่นๆอยู่เสมอ แม้จะมีเสียงเรียกร้องมามากก็ตาม

              อย่างไรก็ตาม คุณจิ๊ก บอกว่าหากมีที่เขตอื่น ชุมชนอื่นสนใจอยากจะลองทำตลาดในรูปแบบสั่งจองล่วงหน้าแบบที่ปันอยู่ปันกินทำ ก็สามารถมาพูดคุย ปรึกษากันได้ เพื่อไปช่วยทำให้เกิดระบบอาหารที่มีคุณภาพในที่อื่นๆต่อไป คือผู้บริโภคเองก็ต้องลุกขึ้นมาช่วยกันด้วย 



             Farm To You  ก็เป็นอีกหนึ่งรูปแบบตลาดแบบสั่งจองล่วงหน้า แต่มีเป้าหมายและแรงบันดาลใจแรกเริ่มที่ต่างกันคุณชุมพล พิพัฒน์เมฆินทรี หรือพ่อกุ๊ก ผู้ปกครองเด็กโรงเรียนทอสี เล่าให้ฟังว่ามีโอกาสได้ไปร่วมงานที่พูดถึงเรื่องอาหารกลางวันโรงเรียนอยู่บ่อยครั้ง แต่ก็พบว่ายังไม่เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นจริงๆ ส่วนใหญ่ก็เป็นการรับผลผลิตแบบไม่ใช้สารเคมีจากเกษตรกรมาใช้เป็นครั้งคราวเท่านั้น ตัวเองเลยเกิดแรงบันดาลใจ อยากลองสร้างรูปแบบการเปลี่ยนแปลงอาหารกลางวันโรงเรียนให้เกิดขึ้นได้จริงๆ เพื่อให้เด็กนักเรียนมีอาหารที่ดี มีคุณภาพ ปลอดสารเคมีกินกันจริงๆ

             สำหรับปัญหาที่โรงเรียนส่วนใหญ่เผชิญ ก็คือเรื่องงบประมาณอาหาร ที่อาจต้องจ่ายเพิ่ม หากจะใช้ผลผลิตที่คุณภาพดี พ่อกุ๊กจึงคิดสร้างระบบ Farm To You ขึ้น โดยเปิดรับสั่งจองผลผลิตเนื้อหมู ไก่ และไข่ รวมถึงอาหารทะเลจากประมงพื้นบ้าน และผักผลไม้ตามฤดูกาล ที่ผลิตแบบอินทรีย์ ตามวิถีธรรมชาติ จากผู้ปกครอง และนัดวันรับสินค้าทุกวันพุธที่โรงเรียนทอสี และนำรายได้ส่วนที่เป็นกำไรจากการสั่งซื้อของผู้ปกครองนี้เอง ไปจัดการส่วนต่างของการส่งอาหารที่ดีมีคุณภาพเข้าครัวโรงเรียน หรือที่เรียกว่า Farm To School  ทำให้ทั้งผู้ปกครอง นักเรียน มีอาหารที่ดีมีคุณภาพไปปรุงกินที่บ้าน และครัวของโรงเรียน ก็สามารถซื้อหาผลผลิตที่ดีมีคุณภาพเหล่านี้ ไปทำอาหารกลางวันให้เด็กกินได้มากขึ้น

             พ่อกุ๊กบอกว่าการจะนำรูปแบบนี้ไปทำที่โรงเรียนอื่นๆนั้น เป็นไปได้ แต่ก็มีความยาก เพราะหลักคิด และกระบวนการของแต่ละโรงเรียนนั้นไม่เหมือนกัน ดังนั้นสิ่งสำคัญคือ ไม่ว่ารูปแบบตลาดเช่นนี้จะเติบโตไหน ก็ควรจะเกิดขึ้นจากคนในชุมชนเอง ที่ลุกขึ้นมาช่วยกันทำ “ตลาดที่เราทำจะค่อยๆโตตามธรรมชาติ ถ้าใครไม่ทันใจก็ต้องช่วยกันทำ เพราะเริ่มไม่ได้เริ่มทำแบบคิดเชิงธุรกิจ แต่ตั้งใจทำมาจากข้างในที่มุ่งหวังอยากจะมีส่วนช่วยเปลี่ยนแปลงระบบอาหารให้เกิดขึ้นได้จริง ซึ่งวิถีการกินแบบนี้ มันกินที่คุณค่าแท้ ไม่ใช่คุณค่าเทียม เป็นการกินที่เกี่ยวข้องและส่งผลถึงสิ่งแวดล้อม ผู้บริโภคที่มารับสินค้าแต่ละคนก็จะเตรียมถุง เตรียมกล่อง เตรียมภาชนะมาใส่เอง และสินค้าแต่ละอย่างก็ผลิตแบบเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมทั้งสิ้น สิ่งเหล่านี้ถ้าเราทำคนเดียว มันไม่ชัด แต่ถ้าเราช่วยกันทำ มันมีความหมายมากขึ้น ส่งผลกระทบในวงกว้างมากขึ้น” พ่อกุ๊กกล่าว



           อีกหนึ่งรูปแบบตลาดเกื้อกูลที่มาร่วมสนทนาในเวที ก็คือ คาราวานอาหารปลอดสารเคมี หรือ Trust Food Good Truck ซึ่งเกิดขึ้นจากความมุ่งมั่นตั้งใจของคุณกรรณิการ์ เจริญชัย หรือคุณกรรณ ที่ต้องการจะมีส่วนช่วยสร้างระบบอาหารที่ดีให้เกิดขึ้นในเมือง เริ่มต้นจากการทำ Shortcut Organic ฟู้ดทรัคของตัวเองที่ขายกาแฟ และนมออร์แกนิค รวมถึงเลือกสรรผลผลิตอินทรีย์ ผลิตภัณฑ์คุณภาพ เคลื่อนที่ไปจำหน่ายให้ผู้บริโภคตามที่ต่างๆ จนเกิดเห็นว่าคนเมืองจำนวนมากไม่ค่อยทำอาหารกินเอง เลยเกิดแรงบันดาลใจ อยากรวมพลเพื่อนผู้ประกอบการฟู้ดทรัคคันอื่นๆ ที่สนใจจะร่วมสร้างอาหารคุณภาพ ปรุงด้วยวัตถุดิบเกษตรอินทรีย์ รู้ที่มาของวัตถุดิบต่างๆ ปราศจากสารปรุงแต่งสังเคราะห์ใดๆ มาร่วมขบวน ช่วยกันทำอาหารดีๆให้กับผู้บริโภคได้กินกัน ตอนนี้มีสมาชิกร่วมคาราวานกว่า 10 คันด้วยกัน

            ที่น่าสนใจคือกองคาราวานอาหารปลอดสารเคมีนี้ ไม่ได้มุ่งเน้นที่การขายอาหารที่ดีมีคุณภาพเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับการพูดคุยสนทนา สร้างความเข้าใจให้กับผู้บริโภคที่อุดหนุนให้เข้าใจถึงสิ่งที่คณะกำลังพยายามช่วยกันทำ และให้ตระหนักถึงคุณค่า และความสำคัญของอาหารที่พวกเขาเลือกซื้อกินกันในกองคาราวานนี้ด้วย ทำให้เกิดความสัมพันธ์อันดีต่อกัน มีความเป็นเพื่อน เป็นญาติมิตรกันเกิดขึ้น ระหว่างร้านค้ากับผู้บริโภค จนแม้ว่าคาราวานนี้จะไม่ได้มีที่จอดประจำ แต่ก็มักมีกลุ่มลูกค้าติดตามไปอุดหนุน ไปเยี่ยมเยียน ไปให้กำลังใจอยู่เสมอ

            พี่กรรณบอกว่า “เราต้องยึดมั่นในสิ่งที่เราทำ แล้วดำเนินต่อไป เราต้องมีความเข้มแข็งข้างนั้น เพื่อแสดงให้โลกได้เห็น วันนี้สิ่งที่เราทำอาจจะเหนื่อยหน่อย แต่อนาคตต้องเห็นผลแน่นอน เป็นการทำงานที่เราฝึกที่จะคาดหวังและก็ปล่อยวางไปด้วยในตัว”

            ความน่าสนใจของเรื่องราวที่เกิดขึ้นบนเวทีวันนั้น ไม่ใช่เพียงเรื่องราวของรูปแบบตลาดทางเลือกที่เป็นตลาดเกื้อกูลที่เกิดขึ้นอย่างหลากหลายเท่านั้น แต่คือความเติบโตของผู้คนที่ลุกขึ้นขับเคลื่อนให้เกิดเรื่องราวดีๆแบบนี้ขึ้นในเมืองด้วย คนส่วนใหญ่บนเวที ไม่ว่าจะเป็นคุณกุ๊ก คุณกรรณ คุณจิ๊ก รวมถึงป้าหน่อย ผู้ก่อตั้งตะกร้าปันผัก เราล้วนเคยเห็นพวกเขาในบทบาทของผู้บริโภคที่สนใจเรื่องการปลูกผัก อยากสร้างอาหารที่ดีให้กับตัวเอง จนมาวันนี้ พวกเขาเป็นผู้บริโภคที่ลุกขึ้นมาช่วยกันสร้างตลาดเกื้อกูล เพื่อเชื่อมโยงให้เกิดระบบอาหารที่ดีขึ้นในเมือง เป็นการเชื่อมโยงผู้ผลิตกับผู้บริโภค เชื่อมโยงชนบทกับเมือง และสร้างวิถีการกินอยู่อย่างมีความหมายให้เกิดขึ้น  โดยไม่รอคอยให้คนอื่นมาสร้างความเปลี่ยนแปลง แต่พวกเขาลุกขึ้นมาสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นด้วยตัวเอง

           “เราไม่สามารถเปลี่ยนโลกทั้งใบได้ แต่เราเริ่มต้นเปลี่ยนเล็กๆ มันก็มีผลที่จะช่วยเปลี่ยนแปลงระบบใหญ่ๆได้ต่อไป”  ดูเหมือนว่าเสียงของหัวใจของแต่ละคนบนเวทีจะพร้อมใจที่กล่าวออกมาเช่นนี้เหมือนกัน


 | วันที่ 12/06/2560

อ่าน 599


 เมื่อการเรียนรู้เกษตรเป็นเรื่องที่มีความสำคัญในการใช้ชีวิต
 จากทฤษฎีสู่ภาคปฏิบัติ ณ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม
 The Art of Salad
 คน เมือง ฟาร์ม กับการจัดการขยะ
 ความสดไร้สาร ที่หาได้ใกล้บ้านในเมืองหลวงพระบาง


โครงการสวนผักคนเมือง
912 ซอยงามวงศ์วาน 31 ซอยย่อย 7
ถนนงามวงศ์วาน อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000
โทร. 02-591-1195-6
cityfarm2010@hotmail.com
Design by Ngoscyber