มาเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้เองกันเถอะ

               บ่ายวันเสาร์  ณ  ป่าไผ่สร้างสุข  อิ่มกาย บายใจ สุขอยู่ที่พอ กับบรรยากาศ ร่มรืน เย็นสบาย อยู่แบบธรรมชาติ ต้นไผ่รายล้อมเต็มบริเวณ ปกคลุมทั่วทั้งพื้นที่  ใบไผ่ปลิดปลิว แสงแดดรำไร มาพร้อมสายลมโชยอ่อน  ทำให้บ่ายวันเสาร์ที่ 10 มิถุนายน 2560  ที่ผ่านมา ไม่ร้อนจนเกินไป  เหมาะอย่างยิ่งที่จะเกิดกิจกรรมดีๆ แบ่งปันความรู้ประสบการณ์เพื่อนักปลูกผักทั้งหลาย  นั้นคือ กิจกรรมการเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้เอง 
             


             ศูนย์อบรมสวนผักคนเมืองพัทลุง ปลูกผักปลูกเมืองปลูกชีวิต  รู้สึกดีใจที่ได้ต้อนรับ  คุณปุ่น กับคุณแอนวิทยากรผู้มากด้วยประสบการณ์การปลูก และคัดเลือกเมล็ดพันธุ์  แห่งสวนผักยอดรัก จังหวัดตรัง  ผู้ที่มาพร้อมกับพืชผักต่างๆ  เมล็ดพันธุ์มากมาย  ที่เรารู้สึกประทับใจก่อนก้าวเข้าสู่ป่าไผ่  คือป้ายคำกล่าวของ มาซาโนบุ ฟูกูโอกะ ที่คุณปุ่นถือมาพร้อมกับของพะรุงพะรัง  อย่างไม่อายสายตาใคร  "เป้าหมายสูงสุดของเกษตรกรรมไม่ใช่แค่การเพาะปลูกพืชผล แต่คือการบ่มเพาะความสมบูรณ์แห่งการเป็นมนุษย์"  ยิ่งทำให้เรารู้จักตัวตนของคุณปุ่นคุณแอนมากขึ้น  หลังจากที่ได้เขียนถึงประวัติของทั้งสองคนมาแล้ว  การทำเกษตรของทั้งสองคนไม่ได้เพื่อเพาะปลูกและนำไปขายอย่างเดียว  แต่ทำเกษตรเพื่อชีวิต เพราะมันเป็นวิถีชีวิต ที่ปลูกแล้วเหลือกินจึงนำไปขาย  แบ่งปันผลผลิตให้ญาติสนิท เพื่อนบ้าน มิตรสหาย  เพราะอยากให้ทุกคนได้บริโภคพืชผักที่ปลอดภัย ปลอดสารเคมี และรสชาติอร่อย  นอกจากนี้ยังพึ่งตนเองมากที่สุด ในด้านปัจจัยการผลิต ลงมือทำปุ๋ย ปรุงดิน น้ำหมัก และเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้เอง  ซึ่งเป็นปัจจัยการผลิตที่เราต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ เพราะเป็นที่มาของอาหาร จากการเป็นทั้งผู้เข้าร่วมและผู้จัดรู้สึกประทับใจสิ่งที่คุณแอนและคุณปุ่นพูดในครั้งนี้  เลยเก็บเรื่องราวดีๆมาฝาก  เริ่มกันเลยนะคะ 
 

         คุณปุ่น ได้กล่าวว่า  “เมล็ดพันธุ์ตามท้องตลาด บริษัทที่ผลิตเมล็ดพันธุ์  ให้มี ลูกดก  โตเร็ว เขาไม่ได้พัฒนาเพื่อเรา  นั้นคือจุดประสงค์ของเขา  เพราะเขาพัฒนาเพื่อตลาด  เพราะสิ่งที่เขาพัฒนานั้น  พัฒนาโดยใช้เคมี  เพื่อสนองในการปลูกปริมาณมากๆ  เมื่อเราปลูกน้อยๆ ไม่ใช้สารเคมี  มันจะปลูกยากนิดหนึ่ง  สองเค้าพัฒนามาเพื่อให้มันอ่อนแอ  เพราะถ้ามันโตเร็ว  ลูกดก  ธาตุอาหารที่อยู่ในผักจะมีคุณค่าเหลือน้อย  ยกตัวอย่าง มะเขือเทศมันจะจืดมากๆเลย  เขาพัฒนามาเพื่อตลาด  เขาไม่ได้บอกเราว่า แตงโมมีคุณค่าทางอาหารสูง แต่เขาพัฒนาเพื่อ  โตไว  ลูกดก เราจะได้ขายเร็วๆ เปลือกแข็งๆ จะได้ขนส่งง่ายๆ  คุณค่าทางอาหารสูง รสชาติอร่อย สิ่งนี้จะไม่มีเลย  เสร็จแล้วเขาก็จะผูกขาด ทำให้เมล็ดพันธุ์มีราคาถูก  พอราคาถูกคนส่วนใหญ่จะซื้อ  ลองปลูกเมล็ดพันธุ์นี้ซิ จะรับซื้อหมดเลย  เมื่อมีการปลูกมากๆ ปลูกเพื่อขายอย่างเดียว ทำให้วิถีชีวิตแบบพื้นบ้าน  ที่ปลูกอย่างใส่ใจ  ปลูกแล้วรสชาติอร่อย ลองเก็บพันธุ์ดู  ผู้บริโภคก็เปลี่ยน จากที่เมื่อก่อนก็ปลูกไว้กินเอง แต่เดี๋ยวนี้ก็ไม่ปลูกซื้อกินอย่างเดียว  ซื้อกินง่ายกว่า เพราะมีคนผลิตมาเพื่อธุรกิจแล้ว ซื้อกินง่ายกว่า  แต่ว่าคุณค่าทางอาหาร  และสารเคมีที่เขาใส่มาให้เราจะมากแค่ไหน  เพราะไม่ได้ปลูกแบบใส่ใจผู้บริโภค เราเลยได้รับสารเคมีเต็มๆ”
 
           “ ผักบุ้ง คะน้า กวางตุ้ง ทำไมมันมีอยู่แค่นี้ หากย้อนกลับไปเมื่อ 30 ปีที่แล้ว พืชผักสายพันธุ์ต่างๆ มีเยอะมากๆ แต่ละฤดูเราจะได้กินผักที่หลากหลาย  แล้วตอนนี้มันหายไปไหนหมด” 
นี้คือส่วนแรกที่คุณปุ่นเล่าให้เราฟังค่ะ



            ผู้เข้าร่วมเสริมว่า  “ถ้าตอนนี้เอาผักแต่แรกมาขาย  คนก็ไม่รู้จักกิน เมื่อกินแล้วก็ไม่รู้ว่าสิ่งนี้เรียกว่าอะไร” 

            คุณปุ่น  ได้กล่าวว่า  “  เด็กรุ่นใหม่จะไม่รู้จักกินเลย ทำไมเรากินผักแค่ 4-5 ชนิดนี้  เพราะเขาพยายามผูกขาด  สุดท้ายแล้วถ้าเราไม่มาเก็บเมล็ดพันธุ์พื้นบ้านต่างๆของเรา พืชผักต่างๆก็จะหายไป  อีก 30 ปีข้างหน้าอาจจะเหลือแค่ คะน้า กวางตุ้ง ก็ได้ แล้วถามว่าเราจะหาความแข็งแรงจากไหน”



         คุณแอน ได้กล่าวว่า  “ทุกวันนี้ที่เราไม่สบาย ป่วยไข้กันเยอะๆ ก็มาจากอาหาร เราอย่ามองว่า เราปลูกแค่พืชผัก เราจะกินแค่พืชผัก เราต้องกินเนื้อสัตว์ ไก่ หมู ปลา ด้วย อาหารสัตว์ส่วนใหญ่มาจากข้าวโพด  มันสำปะหลัง ที่ปลูกแบบเคมี สัตว์กินสารเคมีเราก็กินสารเคมีด้วย”



         นอกจากนี้ คุณปุ่น  ยังเสริมว่า  “ เมล็ดพันธุ์ ทุกๆปีจะมีราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ  ห้าพัน ถึง หนึ่งหมื่นบาท  แค่ยุคเรายังราคาเท่านี้ แล้วรุ่นลูกหลานของเราจะไม่เป็นแสนหรือครับ แล้วเราจะอยู่กันอย่างไร อาหารก็จะแพงขึ้น เราต้องทำงานเท่าไร  ทุกวันนี้เราทำงานวันละ 8 ชั่วโมง เรายังมีชีวิต อยู่แบบนี้เลย ที่ต้องกินกระเพรา แตงกวา แล้วลูกหลานเราจะกินแค่ไหน เราไม่เคยคิดไง เรามัวแต่ทำงาน  ต่อไปเราจะต้องทำงานอีกกี่ชั่วโมงจึงจะพอดี”

           “ลูกใหญ่ๆเนื้อแน่น กินหรอย หวาน ปู่ย่าเราจะบอกว่า “เนี้ยมึงเก็บไว้ให้ลูกให้หลาน “ สิ่งนี้เป็นการพัฒนาเมล็ดพันธุ์พื้นบ้านของบรรพบุรุษเรา เป็นมรดกตกทอดมาให้เรา  พอมันหรอย มันหวาน ขึ้นง่าย แค่จิ้มก็งอก  นี้คือการพัฒนาสำหรับเราไงครับ  แต่บริษัทผลิตเมล็ดพันธุ์ไม่ได้คิดแบบนี้  เขาให้โตเร็ว เพื่อสนองกับสารเคมี พอนำเมล็ดพันธุ์ใส่หลุมปุ๊บ ใส่สารเคมีบุ๊บ เหลือเพียงรสชาติ แข็งๆจืดๆ” 


 


          คนเข้าร่วมคนที่ 1 กล่าวว่า  “พอได้มาฟัง ก็เกิดแนวคิดว่า กลับไปจะต้องพยายามปลูกเหมือนน้องเค้า ถ้าเหลือก็แจกจ่ายให้เพื่อนบ้าน”

          คนเข้าร่วมคนที่ 2 กล่าวว่า “ปัจจุบันก็ซื้อผักอยู่ทุกวัน ก็ได้รับสารเคมีทุกวัน  ตอนนี้คิดว่าจะเปลี่ยนมาปลูกกินเอง จะนำเมล็ดพันธุ์ที่ได้รับวันนี้ไปปลูก และจะให้ญาติข้างๆบ้านเอาไปปลูกทานด้วย  ดีกว่าผักที่ซื้อกินอยู่ทุกวันนี้ครับ”

          คนเข้าร่วมคนที่ 3  กล่าวว่า “ดีค่ะ บางสิ่งบางอย่าง เราปลูกแล้วไม่ได้ผล พอฟังแล้ว จะนำไปปฏิบัติดูค่ะ” คนเข้าร่วมคนที่สาม

          คนเข้าร่วมคนที่ 4  กล่าวว่า “ได้รู้ว่าการเก็บเมล็ดพันธุ์เอาไว้ใช้ในรุ่นต่อไป  เมล็ดพันธุ์ที่เราซื้อมาจากบริษัท มันจะเอามาปลูกต่อไม่ได้  อันนี้เป็นเมล็ดพันธุ์ที่เก็บมารุ่นต่อรุ่น  พูดง่ายๆคือเมล็ดพันธุ์จาก ปู่ยาตายาย เป็นเมล็ดพันธุ์ที่เก็บเอาไวใช้รุ่นต่อรุ่นได้  แต่ถ้าเป็นเมล็ดพันธุ์ที่เราซื้อมาจากร้าน ปลูกแล้วกินได้ครั้งเดียว  เมื่อเราเอาไปปลูกมันจะกลายเป็นเมล็ดพันธุ์อื่น ปลูกต่อไม่ได้” คนเข้าร่วมคนที่สี่

           คนเข้าร่วมคนที่ 5  กล่าวว่า “ วิถีชีวิตที่ปู่ย่าเราทำไว้ให้เราแต่ก่อน มันหายไปจากความทรงจำเราแล้ว พอมาฟังวันนี้   คุณแอนคุณปุ่นอาจจะเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ในขวด  แต่ปู่ย่าเราเขาห่อไว้ในผ้า แล้วแขวนไว้ในห้องครัว เพื่อกันแมลง กันมอด ถึงเวลาแล้วที่เราทุกคน จะต้องหันมาใส่ใจกับเมล็ดพันธุ์พืช ท้องถิ่นของเรา  เพื่อจะรักษาไว้ให้ลูกหลาน  ไม่จำเป็นต้นไปพึ่งพานายทุนเสมอ จากที่เป็นข่าวนายทุนมีทรัพย์สินเพิ่มปีละเป็นหมื่นล้าน แต่เรายังต้องไปขึ้นทะเบียนคนจนเหมือนเดิม  วันนี้เลยขอบคุณน้องๆทีมงานทุกคน แล้วก็ทีมงานสวนผักคนเมืองพัทลุง ผมเป็นคนจังหวัดนครศรีธรรมราช พอได้มาฟังวันนี้ได้ความรู้มากมาย ขอบคุณมากครับ” คนเข้าร่วมคนที่ห้า

         คนเข้าร่วมคนที่ 6  กล่าวว่า   “ในเรื่องของการเก็บเมล็ดพันธุ์ ในตัวผมเอง ตอนนี้กำลังศึกษาอยู่  ก่อนหน้านี้ก็ทำเกษตรอยู่ ระเวลานานพอสมควร แต่ก็ไม่ได้ทำการเก็บเมล็ดพันธุ์เลย ผมได้มีโอกาสได้รู้จักพี่แอนพี่ปุ่น  และกำลังศึกษาเรื่องการเก็บเมล็ดพันธุ์อยู่ครับ  ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญในการอนุรักษ์พืชพันธ์พื้นบ้านให้ลูกหลานต่อไป”



      นอกจากผู้เข้าร่วมจะได้รับความรู้และแรงบันดาลใจที่จะนำไปปฏิบัติแล้ว  ยัได้รับการแบ่งปันเมล็ดพันธุ์จากสวนยอดรักไปปลูกที่บ้านอีกด้วยค่ะ   และหลายคนจะตามไปเยี่ยมคุณแอนคุณปุ่นถึงที่บ้าน  ไปสัมผัสวิถีชีวิตแห่งการพึ่งตนเอง  เรียนรู้การเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้เองมากยิ่งขึ้น 

       หากเราบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ที่ดีงาม  เมล็ดพันธุ์แห่งการแบ่งปัน  ดำรงชีวิตอย่างเข้าใจธรรมชาติ รักในสิ่งที่ทำ ใส่ใจต่อผืนดิน สิ่งแวดล้อม สรรพสิ่งทั้งหลายคือเพื่อนร่วมโลกของเรา  เราจะไม่โกธร  โมโหใส่กันน้อยลง และเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันตลอดไป  มาร่วมบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์  รักษาเมล็ดพันธุ์ แห่งวิถีที่งดงามของบรรพบุรุษเราต่อไป  ยิ่งเราบ่มเพราะมากเท่าไร โลกของเราก็จะน่าอยู่มากยิ่งขึ้น  ดั่งคำที่คุณแอนทิ้งท้ายไว้ให้แก่เรา  “จุดเริ่มต้นของทุกสิ่งคือ เมล็ดพันธุ์” 

      แล้วพบกันใหม่ในกิจกรรมครั้งต่อไปนะคะ

ขอบคุณเรื่องเล่าดีจากญา ผู้ประสานงานโครงการสวนผักคนเมืองพัทลุงค่ะ


 





 | วันที่ 16/06/2560

อ่าน 110


 บ้าน สวน ระบบน้ำ กับการออกแบบอย่างยั่งยืน
 คับที่ปลูกได้
 พลัง “สวนผัก” บำบัดเยียวยาชีวิตพ่อ-ลูก
 ต้อนรับเครือข่ายสวนผักคนเมือง@ขอนแก่น
 1 ครอบครัว 1 สวนผักรักสุขภาพ


โครงการสวนผักคนเมือง
912 ซอยงามวงศ์วาน 31 ซอยย่อย 7
ถนนงามวงศ์วาน อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000
โทร. 02-591-1195-6
cityfarm2010@hotmail.com
Design by Ngoscyber