‘เมื่อคนเข้าไม่ถึงอาหาร... อาหารเลยเข้าถึงคนซะเลย’

 

‘ฟิลาเดลเฟีย’ เมืองที่หลายๆคนอาจจะคุ้นตาในภาพของ The Liberty Bell หรือว่าระฆังแห่งเสรีภาพ และ แท่นคำว่า LOVE สีแดงโดดเด่น แต่เมืองฟิลาเดลเฟียยังมีอีกมุมหนึ่งที่หลายๆคนยังไม่รู้

 


Credit: NPS photo                                                     Credit: PYM photo       

 

ฟิลาเดลเฟียเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในรัฐเพนซิลเวเนีย ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่มีอัตราความยากจนข้นแค้นสูงสุดในสหรัฐอเมริกา คือ ใช้ชีวิตอยู่บนรายได้ที่ต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของเกณฑ์ความยากจนที่รัฐบาลได้กำหนดเส้นไว้ และ 22 เปอร์เซ็นต์ของพลเมืองในเมืองนี้ ‘ขาดความมั่นคงทางอาหาร’ แต่ปัญหาการขาดความมั่นคงทางอาหารของเมืองฟิลาเดลเฟียไม่ได้อยู่ที่ปริมาณของอาหารที่ไม่เพียงพอ หากแต่มันคือการเข้าไม่ถึงอาหารของพลเมือง

 

 

Amy Falkenstein ทำงานอยู่ในโครงการ Vetri Community Partnership ซึ่งเป็นโครงการเพื่อสนับสนุนให้เด็กและครอบครัวรู้จักที่จะรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ได้บอกกับเราว่า “อาหารในรัฐเพนซิลเวเนียมีมากพอสำหรับทุกคน แต่ไม่ใช่ทุกคนที่รู้ว่าที่ไหนที่พวกเขาสามารถหาซื้ออาหารเหล่านั้น และไม่รู้ว่าพวกเขาจะปรุงวัตถุดิบเหล่านั้นอย่างไรให้ถูกปากของตัวเอง” ด้วยสาเหตุนี้ Vetri Community Partnership จึงได้จับมือกับ Share Food Program โครงการดี ๆ อีกหนึ่งโครงการที่ทำงานขยายการเข้าถึงอาหารที่ดีของชุมชนในราคาที่สามารถจ่ายได้

 

 

ทั้งสองโครงการได้ร่วมมือกันออกแบบห้องครัวสอนทำอาหารและฟาร์มผลิตผลทางการเกษตรเคลื่อนที่ในรูปแบบรถกระบะขนาดเล็ก เพื่อเดินทางไปยังโรงเรียนต่าง ๆ ในเมืองฟิลาเดลเฟีย และสื่อสารให้เห็นถึงประเด็นการเข้าถึงอาหารที่ปลอดภัยของเมือง นอกจากที่คุณพ่อคุณแม่จะสามารถซื้อผักผลไม้สดใหม่ได้ในราคาเพียงครึ่งเดียวหลังจากที่รับลูกหลังจากโรงเรียนเลิกแล้ว ห้องครัวเคลื่อนที่ยังสอนเทคนิคการปรุงวัตถุดิบเหล่านั้นให้ได้เมนูที่น่าทานอีกด้วย

 

 

ในเบื้องต้นโครงการฟาร์มและห้องครัวเคลื่อนที่นี้ตั้งใจลดช่องว่างระหว่างการเข้าถึงอาหารและการศึกษา ให้การจัดหาผลผลิตที่สดใหม่และมีประโยชน์ต่อสุขภาพเป็นเรื่องที่สะดวก และทำให้การทำอาหารเย็นทานเองในทุก ๆ คืนเป็นเรื่องที่เป็นไปได้จริง รถเคลื่อนที่ถูกออกแบบให้สามารถเดินทางเข้าออกตามตรอกซอกซอยในเมืองฟิลาเดลเฟียได้อย่างสะดวก ในรถจะประกอบไปด้วยเตาอบ เตาแก๊ส อ่างล้างจาน และอุปกรณ์ทำครัวอย่างพร้อมเพรียง สำหรับการแนะนำเมนูง่าย ๆ ใช้เวลาเพียง 15 นาทีให้กับเด็ก ๆ และผู้ปกครอง

 

 

“ภายในระยะเวลาเพียง 15 นาที คุณจะสามารถเดินออกไปพร้อมเทคนิคการทำอาหารและไอเดียเมนูอาหารที่มีประโยชน์ และเดินไปเลือกสรรวัตถุดิบที่คุณเพิ่งได้เรียนไป” Falkenstein กล่าว

การที่มีห้องครัวและฟาร์มเคลื่อนที่ไปควบคู่กัน เป็นการส่งเสริมซึ่งกันและกัน เพราะลูกค้าก็มักจะมีคำถามเกี่ยวกับการเตรียมวัตถุดิบนั้นวัตถุดิบนี้ว่าทำอย่างไร ซึ่งห้องครัวเคลื่อนที่ก็จะเป็นคนช่วยตอบคำถาม พอลูกค้าได้เรียนเทคนิคการทำอาหารจากห้องครัวเคลื่อนที่ ลูกเค้าก็จะซื้อผลผลิตจากฟาร์มเคลื่อนที่มากขึ้น จึงยิ่งเป็นการส่งเสริมทั้งการเพิ่มขึ้นและความมั่นใจในการทำอาหารทานเองของครอบครัว

 

 

นอกจากนี้การเลือกทำเลจอดรถในโรงเรียนและย่านใจกลางชุมชน ทั้งสองโครงการก็หวังที่จะก่อให้เกิดการเรียนรู้พร้อมกันของครอบครัวที่จะนำพาไปสู่การบริโภคเพื่อสุขภาพมากขึ้นของสมาชิกทุกคนในครอบครัว

“การที่เราให้ความรู้เรื่องอาหารให้กับเด็ก เราหวังว่าข้อมูลเหล่านั้นจะติดตัวเด็กกลับไปและได้รับการแบ่งปัน แต่เมื่อเราดึงให้ผู้ปกครองหรือสมาชิกในชุมชนเข้ามาเรียนรู้พร้อมกับเหล่าเด็ก ๆ ผลลัพธ์คือ ‘เราทำเมนูนี้ด้วยกันนะ’”

 

 

และนี่คือหนึ่งในทางออกที่สร้างสรรค์ที่จะยกระดับความยากจนของพลเมือง และสร้างความเป็นธรรมทางอาหารให้กับเมืองฟิลาเดลเฟีย

 

อ้างอิงข้อมูล: http://www.takepart.com/article/2016/11/29/food-justice-philadelphia

เครดิตรูปภาพ: VetriCommunity/Twitter

 


 | วันที่ 20/09/2560

อ่าน 231


 กินผักที่ปลูกในเมือง ปลอดภัยจริงหรือ?
 Edible Campus : เมื่อนักออกแบบให้ความสำคัญเรื่องเกษตรในเมือง
 Rainbow Plan สะพานเชื่อมเมืองกับชนบท เชื่อมครัวกับสวน เชื่อมชีวิตกับผืนดิน
 ประกาศผลการประกวดสวนผักปลูกชีวิต: Growing in (edible) Garden
 ‘Victoriaville’ เมืองสีเขียวที่สุดแห่งรัฐควิเบก


โครงการสวนผักคนเมือง
912 ซอยงามวงศ์วาน 31 ซอยย่อย 7
ถนนงามวงศ์วาน อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000
โทร. 02-591-1195-6
cityfarm2010@hotmail.com
Design by Ngoscyber