สวนธนบุรีรมย์ : สวนที่ไม่ได้มีแค่พื้นที่ให้วิ่ง แต่มีพื้นที่ให้กินได้

 

หากใครที่ชอบไปออกกำลังกายตามสวนสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นเวลาตอนเช้าๆ หรือว่าตอนเย็นๆ คุณเคยลองสังเกตไหมว่า ในสวนสาธารณะที่คุณไปออกกำลังกายเป็นประจำนั้น มีพื้นที่ความมั่นคงทางอาหารอยู่หรือเปล่า

 

บนพื้นที่ราวๆ 60 ไร่ ของสวนสาธารณะแห่งหนึ่งย่านฝั่งธนฯ พื้นที่ส่วนหนึ่งได้ถูกจัดสรรให้กลายเป็นพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ ทั้งยังเป็นแหล่งเรียนรู้ และที่สำคัญเป็นแหล่งผลิตอาหารส่วนหนึ่ง ไว้แบ่งปันให้กับผู้ที่มาออกกำลังกาย ณ สวนสาธารณะแห่งนี้และเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลสวนสาธารณะ สวนสาธารณะที่เรากำลังพูดถึงนี้มีชื่อว่า ‘สวนธนบุรีรมย์’

 

 

สวนธนบุรีรมย์ ตั้งอยู่บนถนนประชาอุทิศ ติดกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ทันทีที่เราเดินเข้าไปในสวนสาธารณะแห่งนี้ เราก็จะสัมผัสได้ถึงความร่มรื่นจากมวลหมู่ไม้ยืนต้น และสีสันสดใสของดงไม้ดอกที่เรียงรายให้ความสวยงามตลอดช่วงทางเดินเข้าไปจนถึงด้านใน พอเมื่อเราเดินมาถึงลานตรงกลาง ซึ่งจะเป็นพื้นที่ไว้สำหรับเต้นแอโรบิคในยามเช้า เพียงแค่คุณมองถัดไปทางด้านขวามือ เราก็จะเห็นแปลงผักจำนวนหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นผักใบ ไม้เลื้อย ผักพื้นบ้าน ผักกินผล หรือแม้กระทั่งต้นข้าว เติบโตเขียวขจี ที่สำคัญ ผักทั้งหมดในแปลงนี้ปลูกด้วยระบบเกษตรอินทรีย์ทั้งแปลง คือ ไม่มีการใช้สารกำจัดวัชพืชหรือปุ๋ยที่เป็นเคมีใดๆทั้งสิ้น กระบวนการทุกอย่างถูกผลิตโดยวิธีทางธรรมชาติ ทำให้ผักผลไม้ในแปลงเกษตรอินทรีย์ของสวนธนบุรีรมย์นี้ สะอาด ปลอดภัย และดีต่อสุขภาพ 100% ทำให้เมื่อได้ผลผลิตมาทีไร ก็มักจะถูกจับจองหมดภายในพริบตา

 

 

แนวคิดเรื่องการปลูกผักด้วยระบบเกษตรอินทรีย์และเกษตรผสมผสานของสวนธนบุรีรมย์นั้น เริ่มต้นขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2556 ในช่วงเวลาที่การบริโภคอาหารเกษตรอินทรีย์ยังไม่ได้รับความสนใจและเป็นที่นิยมมากนัก แต่สวนธนบุรีรมย์ก็ตั้งใจที่จะผนวกโครงการแปลงผักเกษตรอินทรีย์เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนโยบายเรื่องการเพิ่มพื้นที่สีเขียวของกรุงเทพมหานคร ด้วยเหตุผลที่ว่า พื้นที่สีเขียวนั้นควรจะมีความพิเศษมากกว่าเป็นพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจและความสวยงาม แต่ควรจะสร้างประโยชน์อะไรบางอย่างให้กับผู้ที่มาใช้พื้นที่ได้ด้วยเช่นกัน

 

 

แนวคิดแปลงเกษตรอินทรีย์ในสวนสาธารณะจึงได้เริ่มต้นขึ้น ด้วยงบประมาณ “0 บาท” จากหน่วยงานกรุงเทพมหานคร เนื่องจากกรุงเทพมหานครยังไม่มีนโยบายเกี่ยวกับการสนับสนุนพื้นที่ผลิตอาหารอินทรีย์หรือการทำเกษตรอินทรีย์ในเมือง จึงไม่มีงบประมาณให้กับการเพิ่มพื้นที่แปลงเกษตรอินทรีย์ในสวนสาธารณะโดยตรง แต่ถึงกระนั้นทางสำนักงานสวนสาธารณะก็ยังคงมุ่งหน้าเพิ่มพื้นที่ผลิตอาหารเกษตรอินทรีย์ในสวนสาธารณะในกรุงเทพมหานครต่อไป โดยหารายได้มาจากการขายผักที่ปลูกในสวนสาธารณะนั่นเอง คุณอิสราพงศ์ วงศ์สมิง หัวหน้ารักษาการสวนธนบุรีรมย์ ได้ให้ข้อมูลกับเราว่า ในจำนวนสวนสาธารณะของกรุงเทพมหานครที่มีอยู่ 34 แห่ง ณ ตอนนี้ ทุกสวนได้เพิ่มเรื่องการเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับผู้ที่มาใช้บริการที่สวนสาธารณะ อันจะประกอบไปด้วย การปลูกผักแบบอินทรีย์ การหมักปุ๋ยชีวภาพจากเศษอาหารและใบไม้ การเลี้ยงไส้เดือน เป็นต้น ซึ่งแต่ละสวนก็จะมีจุดเด่นแตกต่างกันออกไป

 

 

เนื่องจากการออกแบบสวนสาธารณะในครั้งแรก ไม่ได้ผนวกเรื่องแนวคิดการทำแปลงเกษตรอินทรีย์เข้าไป ทำให้การจัดสรรพื้นที่เพื่อนำมาปลูกผักในสวนสาธารณะจึงทำได้ไม่มาก เพราะว่ามีเรื่องเงาแดดจากต้นไม้ใหญ่ แต่ก็เป็นโอกาสที่ดีที่ทำให้ทางสวนสาธารณะได้นำความรู้เรื่องปัจจัยในการปลูกผักมาอธิบายให้ประชาชนได้รับรู้ พร้อมกับเห็นตัวอย่างจริง แนวคิดการเลือกผักที่จะมาปลูกในสวนสาธารณะจึงต้องผ่านการกลั่นกรอง คือ เน้นกลุ่มผักที่มีความคงทน และดูแลง่ายหน่อย เช่น ตะไคร้ ผักหวาน ชะอม ผักสมุนไพร และผักพื้นบ้านอื่นๆ ปะปนกันเพื่อความหลากหลาย เพราะการทำงานของเจ้าหน้าที่สวนมีหลายส่วนที่ต้องดูแล และการปลูกผักที่คงทนก็จะสะดวกเวลาจะนำผักไปโชว์ในงานต่างๆอีกด้วย

 

 

เพราะอะไรสำนักสวนสาธารณะถึงเลือกที่จะเขียนโครงการแปลงผักเกษตรอินทรีย์ คุณอิสราพงศ์ได้ให้เหตุผลกับเราไว้ว่า เพราะเกษตรอินทรีย์มีความเชื่อมโยงกับหลากหลายโครงการ เช่น โครงการคัดแยกขยะ เพื่อตอบนโยบายการลดขยะของกรุงเทพมหานคร โดยการนำเศษขยะมาผลิตเป็นปุ๋ยและน้ำหมักชีวภาพ และสามารถนำปุ๋ยและน้ำหมักเหล่านั้นกลับมาใช้ในการดูแลแปลงผักในสวนสาธารณะได้ นอกจากนี้การเริ่มต้นทำแปลงเกษตรอินทรีย์ยังนำไปสู่โครงการอื่นๆ เช่น การเลี้ยงไส้เดือน ซึ่งผู้ที่มาเรียนรู้ก็สามารถนำความรู้ครบวงจรกลับไปประยุกต์ใช้ที่บ้านได้อีกด้วย อีกเหตุผลที่น่าสนใจ คือ ‘ความสนใจเรื่องการบริโภค’ ด้วยมองเห็นถึงอาหารที่เรากินเป็นประจำทุกวัน และพอได้เริ่มทำแปลงเกษตรอินทรีย์ ก็มีประชาชนคอยเข้ามาถาม มาปรึกษาเพิ่มขึ้น เห็นถึงกระแสความสนใจของคนในชุมชน

 

 

ด้วยแนวคิดที่ยึดความสำคัญของผู้ที่มาใช้บริการในสวนสาธารณะเป็นศูนย์กลาง ทำให้ทิศทางในการพัฒนาของสวนสาธารณะของกรุงเทพมหานคร ที่มีถึง 34 แห่งในตอนนี้ เน้นการสร้างพื้นที่อันก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างรอบด้านมากที่สุด เพราะปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการสร้างสุขภาพที่ดีนั้น มีมากกว่าการออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว การบริโภคอาหารที่ดี มีคุณภาพ และปลอดภัย ก็ล้วนมีความสำคัญด้วยเช่นกัน และสำหรับโครงการในอนาคตของสวนธนบุรีรมย์ มีแผนที่จะประสานกับโรงเรียนในพื้นที่ เพื่อทำการจัดอบรมให้กับโรงเรียนที่สนใจ หากโรงเรียน หน่วยงาน หรือประชาชนท่านใดที่สนใจ ก็สามารถติดต่อเข้าไปยังสำนักงานสวนธนบุรีรมย์เพื่อรับการอบรมได้ค่ะ

 

 

นี่คือตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมของ ‘สวนสาธารณะกับการผลักดันนโยบายเรื่องพื้นที่ความมั่นคงทางอาหารของเมือง’ สิ่งที่สำคัญมากกว่าทุนทรัพย์คือ ‘ใจที่มุ่งมั่นทำจริง’ และคำพูดทิ้งท้ายที่คุณอิสราพงษ์ และคุณฟองเซ่น ยาง เจ้าพนักงานการเกษตรปฏิบัติงานสวนธนบุรีรมย์ ได้ฝากเราทุกคนไว้ คือ “ปลูกผักจะเก่งได้ ต้องลงมือทำเอง”

 

 

จากบทสัมภาษณ์คุณอิสราพงศ์ วงศ์สมิง (หัวหน้าสวนทวีวนารมย์) และ คุณฟองเซ่น ยาง (เจ้าพนักงานการเกษตรปฏิบัติงานสวนธนบุรีรมย์)

ขอขอบคุณ สวนธนบุรีรมย์ สำนักงานสวนสาธารณะ สำนักสิ่งแวดล้อม

ติดต่อสำนักงานสวนสาธารณะ สำนักงานสิ่งแวดล้อม http://office.bangkok.go.th/publicpark/contact.asp

 

 


 | วันที่ 21/09/2560

อ่าน 220


 TRA QUE VILLAGE: VEGETABLE VILLAGE
 สู่ความเป็นเมืองสุขภาวะ
 สวนศิลป์กินได้ Edible Estates
 วิจัยพบ กิจกรรมในสวนช่วยลดความเครียด และปัญหาสมาธิสั้นในเด็ก
 เปลี่ยนสนามหญ้าเป็นสวนผสมผสานที่ได้มากกว่าผัก


โครงการสวนผักคนเมือง
912 ซอยงามวงศ์วาน 31 ซอยย่อย 7
ถนนงามวงศ์วาน อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000
โทร. 02-591-1195-6
cityfarm2010@hotmail.com
Design by Ngoscyber