รูปแบบเทคนิคการทำเกษตรในเมือง พึ่งตนเองง่ายๆ สไตล์คนเมือง ห้องครัวคนเมือง บทความ


 

ฝ่าฟัน เพื่อฝัน และความยั่งยืนของเกษตรอินทรีย์

 

 

ฟาร์มแห่งหนึ่ง ที่ตั้งอยู่ในเมือง Stillwater รัฐ Minnesota ของประเทศสหรัฐอเมริกา มีขนาดราวๆ 9 ไร่ เป็นฟาร์มที่ปลูกผลผลิตเกษตรอินทรีย์มากมาย เช่น พริกจาลาปิโน พริกเซอราโน่ ผลโทมาทิลโล ผักเคล ผักกาดหอม และอื่นๆ มีปริมาณมากพอที่จะจำหน่ายผ่านระบบ CSA(Community-Supported Agriculture) ผ่านช่องทางตลาดนัดเกษตรกร และผ่านการขายส่งกับลูกค้ามากถึง 12 ราย ฟาร์มแห่งนี้มีผู้ดูแลเป็นหนุ่มชาวละตินอเมริกันผู้หนึ่งที่มีชื่อว่า Eduardo Rivera ที่เป็นทั้งผู้ดูแลและเป็นเจ้าของฟาร์มแห่งนี้ด้วยเช่นกัน

 

 

เราอาจจะมองว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่ใครๆ ก็เป็นเจ้าของฟาร์มอินทรีย์ได้ แต่มันไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับ Eduardo Rivera ที่เป็นบุคคลผิดกฎหมายในอเมริกา เพราะว่าพ่อและแม่ของเขาได้พาเขาเข้ามาในประเทศสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ยังเด็กอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ทำให้ Rivera ไม่สามารถจดทะเบียนเป็นบุคคลผู้มีถิ่นที่อยู่ถาวรหรือพลเมืองในรัฐใดๆ ได้ การที่เขาได้เป็นเจ้าของฟาร์มเกษตรอินทรีย์ในสหรัฐอเมริกาจึงเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง

 

 

จากข้อมูลสถิติโดยกระทรวงเกษตรสหรัฐปี 2012 ได้ระบุไว้ว่า แรงงานการเกษตรครึ่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกาเป็นชาวเชื้อสายละตินอเมริกัน แต่ทว่ามีฟาร์มเพียงแค่ 3% เท่านั้นที่มีชาวละตินอเมริกันเป็นเจ้าของ และหนึ่งในนั้นคือฟาร์มของ Eduardo Rivera ที่มีชื่อว่า Sin Fronteras แต่ถึงกระนั้น การที่ Rivera ไม่ใช่ทั้งบุคคลผู้มีถิ่นที่อยู่ถาวรและพลเมืองของรัฐ ทำให้การดำเนินเรื่องบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายของเขาเป็นเรื่องที่ทำได้ยากนัก เช่น การกู้ยืมเงินเพื่อมาทำทุนในการขยายฟาร์มเกษตรอินทรีย์ของเขา และนั่นก็ส่งผลกระทบอย่างมากต่อเป้าหมายที่ Rivera วางไว้สำหรับการขยายผลผลิตเกษตรอินทรีย์ไปยังชุมชนที่ยังขาดแคลนหรือไม่สามารถเข้าถึงอาหารอินทรีย์ได้ด้วยปัจจัยเรื่องราคา Rivera ต้องการให้ผลผลิตเกษตรอินทรีย์จากฟาร์มของเขาสามารถจับต้องได้ด้วยคนหลายๆ คน โดยเฉพาะชุมชนของเหล่าพี่น้องร่วมเชื้อสายละตินอเมริกันเช่นเดียวกับเขา ด้วยเหตุผลที่ว่า พวกเขามีเปอร์เซ็นต์การตายด้วยโรคเบาหวานมากกว่าคนเชื้อสายอเมริกันถึงสองเท่า และมีแนวโน้มการเป็นโรคอ้วนมากกว่าถึง 23% จากข้อมูลสถิติโดยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ

 

 

ณ ตอนนี้ Rivera มีลูกค้าขายส่งที่มารับผลผลิตจากฟาร์ม Sin Fronteras สามราย ที่จำหน่ายผลผลิตอินทรีย์ในชุมชนเพื่อนบ้านที่ขาดแคลน แต่ทว่าผลผลิตอินทรีย์ที่นำไปวางจำหน่ายต่อนั้นมีราคาค่อนข้างสูง Rivera จึงแก้ไขปัญหาผ่านช่องทาง CSA ของเขา ที่เอื้อให้เขาสามารถติดต่อและเจรจาเงื่อนไขการจ่ายเงินกับลูกค้าได้โดยตรง Rivera มองว่าการตัดราคาผลผลิตเกษตรอินทรีย์นั้นไม่ใช่คำตอบ เพราะเขาก็อยากให้คนมองเห็นถึงคุณค่าของงานที่เขากำลังทำเช่นกัน สำหรับลูกค้าที่พร้อมจะปรับเปลี่ยนวิถีการกินเพื่อสุขภาพที่ดีมากขึ้น เห็นถึงคุณค่าของสิ่งที่ Rivera กำลังทำ และต้องการให้การบริการแบบนี้เป็นที่รู้จัก Rivera ก็พร้อมที่จะไปพบปะพวกเขาในทุกที่และสื่อสารให้เข้าใจ

 

 

ทางเลือกที่ Rivera มีให้สำหรับกลุ่มลูกค้า CSA ของเขาที่ต้องการเปลี่ยนแปลงวิถีการบริโภคและหันมาสนับสนุนผลผลิตเกษตรอินทรีย์ แต่ไม่สามารถสู้ราคาผลผลิตได้ ได้แก่ การวางเงินมัดจำครั้งแรกจำนวน 50 ดอลลาร์สหรัฐ และแบ่งจ่ายส่วนที่เหลือเป็นงวดๆ ตลอดฤดูกาลหรือตลอดทั้งปี ในอนาคตสมาชิก CSA สามารถทำงานกับกลุ่มความร่วมมือเพื่อ CSA เช่น FairShare CSA Coalition ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ช่วยสมทบค่าสมาชิก CSA ให้กับครอบครัวที่มีปัญหาทางการเงิน เพื่อลดค่าใช้จ่ายอาหารของครอบครัว แต่ครอบครัวก็ยังมีโอกาสได้เข้าถึงอาหารที่ปลอดภัย สำหรับตอนนี้ Rivera จัดทำส่วนลดสำหรับผู้ที่ยินดีจะช่วยในการเพาะปลูกหรือถอนวัชพืช หรือใครก็ตามที่พร้อมจะยินดีแลกด้วยทักษะที่เป็นประโยชน์อื่น เช่น การออกแบบเว็บไซต์ เขาบอกกับเราว่า การทำเช่นนี้ให้ความรู้สึกเหมือนชุมชนที่เขาคุ้นเคยเมื่อครั้งเติบโตในเม็กซิโก ชีวิตที่ไม่ได้มีเพียงแค่เงิน แต่มันคือความสัมพันธ์ที่คุณสร้างกับผู้อื่นหรือครอบครัว

 

 

ในปี 2015 Rivera มีลูกค้าสมาชิก CSA 6 ราย ในปีต่อมา ลูกค้าเพิ่มขึ้นเป็น 20 ราย โดยที่ 13 ครอบครัวนั้นเป็นคนผิวสีหรือเชื้อสายผสม ผลผลิตในกล่อง CSA ของฟาร์ม Sin Fronteras นอกจากจะมีพืชผักอินทรีย์ที่ได้จากฟาร์มแล้ว ยังมีถั่วดำแห้งและน้ำผึ้งจากฟาร์มอื่นที่มีชาวละตินอเมริกันเป็นเจ้าของเช่นกัน กล่องนี้เปรียบเสมือนกล่องกระดาษแสดงผลงานของเกษตรกรชาวละตินในพื้นที่ Rivera เคยคิดที่จะส่งผลผลิตอินทรีย์ของเขาให้กับซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ๆ ที่จำหน่ายอาหารให้กับชุมชนชาวละติน แต่ก็ต้องล้มเลิกความตั้งใจนั้นไป ด้วยเหตุผลว่า ผลผลิตอินทรีย์ของเขาไม่สามารถสู้ราคาผลผลิตเกษตรทั่วไปอันถูกแสนจะถูกของซูเปอร์มาร์เก็ตที่ขนมาโดยรถบรรทุกคันใหญ่จากชิคาโกซึ่งถูกส่งต่อมาอีกหลายทอด ผลโทมาทิลโลที่ขายในซูเปอร์มาร์เก็ตมีราคา 99 เซ็นต์ต่อ 1 ปอนด์ แต่ผลโทมาทิลโลอินทรีย์ที่เขาปลูกมีราคา 3.75 เหรียญต่อปอนด์ Rivera จึงบอกว่ามันเป็นเรื่องยากมากๆ ที่จะต่อสู้กับระบบเกษตรทั่วไป Rivera จึงมีความคิดที่จะทำระบบขายส่งผลผลิตเกษตรอินทรีย์ของตัวเอง ซึ่งนั่นเท่ากับว่า เขาต้องเพิ่มผลผลิตเกษตรอินทรีย์ของเขาให้มากขึ้น เขาจึงมีความจำเป็นที่จะต้องขยายพื้นที่แปลงเพาะปลูก แต่เขาไม่สามารถทำเรื่องกู้เงินเพื่อมาซื้อที่เพิ่มเติมได้ แต่ยังดีที่เขามีคนรู้จักที่ทำให้เขาสามารถขอกู้เงินสำหรับการดำเนินการก้อนเล็กๆ จากศูนย์พัฒนาเศรษฐกิจสำหรับชาวเชื้อสายละตินในรัฐ Minnepolis ได้ แต่การที่จะซื้อที่ดินเพิ่มให้ได้ภายในปี 2018 Rivera จำเป็นต้องมีเงินทุนก้อนใหญ่ ซึ่งนั่นไม่ใช่ปัญหาใหม่สำหรับเขา

 

 

Ramon Leon ประธานกรรมการบริหารของศูนย์พัฒนาเศรษฐกิจสำหรับชาวเชื้อสายละตินได้บอกกับเราว่า ชาวละตินที่อาศัยอยู่ในรัฐ Minnepolis ไม่มีสิทธิ์เข้าถึงที่ดิน พวกเขาไม่เคยรู้จักชาวละตินคนไหนใน Minnepolis ที่เป็นเจ้าของที่ดิน 250 ไร่ นอกจากนี้การเข้าถึงทุนและการฝึกอาชีพก็เป็นปัญหาเช่นกัน เกษตรกรเชื้อสายละตินหลายคนในแถบนี้จึงเริ่มจับมือทำงานร่วมกัน ซึ่งนี่คือเป้าหมายสูงสุดของ Rivera สำหรับฟาร์ม Sin Fronteras เขาต้องการจะทำงานร่วมกับเกษตรกรท่านอื่น เพื่อฝึกอาชีพให้กับเกษตรกรผิวสีรุ่นใหม่ในเรื่องบทบาทผู้นำทางการเกษตร แต่ก่อนถึง ณ เวลานั้น Rivera ต้องการสร้างความมั่นคงให้กับความยั่งยืนของฟาร์มและธุรกิจขายส่งที่เขาวางแผนเอาไว้เสียก่อน ซึ่งเขาหวังว่าการที่เขาทำงานร่วมกับศูนย์พัฒนาเศรษฐกิจสำหรับชาวละตินต่อไป จะทำให้เขาสามารถได้ทุนก้อนที่ใหญ่ขึ้นพอที่จะขยาย Sin Fronteras ให้ได้ 100 ไร่ นี่คือแผน 10 ปีของ Rivera ที่จะมาแทนที่การทำ CSA ของเขาอยู่ ณ ตอนนี้

 

 

ปัจจุบันผลผลิตจากฟาร์มของเขาได้ส่งให้กับร้านอาหารร้านหนึ่ง ที่คอยรับผลผลิตอินทรีย์จากฟาร์มที่ดูแลโดยชาวละติน ร้านอาหารแห่งนี้สามารถเป็นประจักษ์สายตาต่อผู้บริโภคได้ว่า ใครคือผู้อยู่เบื้องหลังของอาหารดีๆ เหล่านี้ มีชาวละตินหลายชีวิตที่กำลังเพาะปลูกอาหารดีๆ แต่ว่าเราทำภายใต้หน้ากากของผู้อื่น คนเลยไม่รู้จักเรา แต่พวกเราชาวละตินเนี่ยแหละ ที่เป็นผู้เพาะปลูก เก็บเกี่ยว และทำอาหารให้พวกคุณทาน Rivera ต้องการจะพิสูจน์ให้เพื่อนพี่น้องชาวละตินเห็นว่า “มันเป็นไปได้ที่พวกเราจะสามารถมีฟาร์มที่นี่ในดินแดนสหรัฐ และมีธุรกิจที่ดำเนินการได้อย่างยั่งยืน” นี่คือสิ่งที่ Rivera ต้องการจะฝากให้กับพี่น้องทุกคน

 

 

อ้างอิงข้อมูล: http://www.takepart.com/article/2016/10/30/affordable-accessible-organic-food/

รูปภาพประกอบ: Sin Fronteras Farm & Food/Facebook

 


 | วันที่ 11/10/2560

อ่าน 97


 บทบาทเกษตรในเมืองในการเพิ่มความยืดหยุ่นของเมืองเพื่อการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิโลก
 ทำไมเราจึงควรบริโภคอาหารท้องถิ่น
 แนวคิดและเเนวทางการพัฒนาเกษตรในเมือง :บทเรียนจากต่างประเทศ
  ดินมีชีวิตกับการศึกษาอย่างยั่งยืน
 วิจัยพบ แบคทีเรียในดินช่วยสร้างสุข ต้านเศร้า และความวิตกกังวล


โครงการสวนผักคนเมือง
912 ซอยงามวงศ์วาน 31 ซอยย่อย 7
ถนนงามวงศ์วาน อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000
โทร. 02-591-1195-6
cityfarm2010@hotmail.com
Design by Ngoscyber