รูปแบบเทคนิคการทำเกษตรในเมือง พึ่งตนเองง่ายๆ สไตล์คนเมือง ห้องครัวคนเมือง บทความ


 

ปลูกผัก = ปลูกใจ

 

 

การทำสวนปลูกผักเป็นกิจกรรมอดิเรกที่ดีต่อร่างกายของเรามากๆ ในหลายระดับเลยทีเดียว ทั้งให้ประโยชน์กับเราในแง่ของความปลอดภัยทางด้านอาหาร แล้วยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้เราผ่อนคลาย และได้ออกกำลังกายอีกด้วย และแน่นอนว่าผักที่เราปลูกทานเอง เราย่อมใส่ใจเป็นพิเศษ ทั้งความสด และการดูแลบำรุงต้นผักของเรา อาจส่งผลให้ผักที่เราปลูกมีรสชาติที่ดีกว่าผักตามท้องตลาดทั่วไป เป็นความสุขที่เกิดขึ้นทางใจอีกทางหนึ่ง จึงยากจะปฏิเสธได้ว่า การปลูกผักนั้นช่วยฟื้นฟูตัวเราทั้งทางร่างกายและจิตใจได้อย่างดีมากเลยทีเดียว

จึงไม่น่าแปลกใจ ที่หลายๆ ครั้งเราจะเห็นหลักสูตรการบำบัดหรือการเยียวยาจิตใจ นำเรื่องของการปลูกผักมาเป็นเครื่องมือในการสอนและการฝึกปฏิบัติ ไม่ว่าจะให้กับเด็กหรือผู้ใหญ่ ชี้ให้เห็นว่าการปลูกผักนั้นไม่มีขีดจำกัดและเหมาะสมกับทุกเพศ ทุกวัย และทุกคนจริงๆ

 

 

คุณญาดา จำนงค์ทอง หรือหมอจิ๊บ เป็นหนึ่งในแกนนำสำคัญของสมาชิกโครงการสวนผักคนเมืองที่นำเรื่องของการปลูกผักมาช่วยเยียวยาผู้ป่วยจิตเวช และผู้ติดยาเสพติด หมอจิ๊บเล่าให้ฟังถึงแรงบันดาลใจครั้งแรกที่เริ่มสนใจที่จะนำเรื่องการปลูกผักมาใช้ช่วยบำบัดผู้ป่วยจิตเวชว่า จากประสบการณ์พบว่าคนไข้ส่วนใหญ่จะว่างง่าน คือเวลาไปทำงานในบริษัทก็มักจะไม่ได้รับการยอมรับ บางคนถูกไล่ออก ต้องมาอยู่บ้าน พอมาอยู่บ้าน ครอบครัวก็มักจะไม่ค่อยให้ทำอะไร เพราะทำแล้วมักจะเกิดปัญหาตามมา เช่นหุงข้าว ข้าวก็ล้นหม้อ ไปล้างจาน จานก็แตก คนไข้ส่วนใหญ่ก็เลยรู้สึกเครียด ท้อแท้ บางคนเป็นโรคซึมเศร้า และถึงขั้นอยากตาย จึงคิดว่าหากหากิจกรรม อย่างการปลูกผักมาให้ทำ ก็น่าจะช่วยทำให้คนไข้หมกมุ่นน้อยลง และได้มีกิจกรรมอะไรทำบ้าง (สามารถอ่านเรื่องราวของหมอจิ๊บเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaicityfarm.com/autopagev4/show_page.php?topic_id=458&auto_id=47&TopicPk=)

 

 

หมู่บ้านพลัม ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่น่าสนใจ ที่มีการนำเรื่องของการปลูกผัก มาจัดเป็นหลักสูตร ‘ปลูกผัก ปลูกสติ’(Mindful Gardening) หลักสูตรที่ว่าด้วยหนึ่งในวิถีแห่งการปฏิบัติธรรม อันนำมาซึ่ง ศีล สมาธิ ปัญญา เช่น การไม่ใช้สารเคมี การไม่ฆ่าสัตว์ ฯลฯ ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือการฝึกสติ ไม่ให้ผิดศีล และก่อให้เกิดความเมตตา ดั่งธรรมะที่พระอาจารย์ติช นัท ฮันห์ ได้ให้ไว้ว่า “การบรรลุธรรมไม่ได้แยกออกจากการล้างจานหรือปลูกผักกาด” (Enlightenment is not separate from washing the dishes or growing lettuce.)

 

 

มีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์หลากหลายงาน ได้ทำการทดลองเพื่อพิสูจน์ถึงประโยชน์ของการปลูกผักในด้านการพัฒนาสติและจิตใจ และแสดงให้เห็นว่าทำไมการปลูกผักถึงดีต่อตัวคุณ

 

 

เมื่อหลายพันปีมาแล้ว บรรพบุรุษของเราเริ่มต้นที่จะปลูกผักก็เพื่อการดำรงชีวิต ซึ่งก็ยังคงเป็นเหตุผลหลักที่เราทำเกษตรในปัจจุบัน แต่ประโยชน์ของการปลูกผักได้ขยายวงกว้างไปมาก หนึ่งในนั้นคือ ผลกระทบต่อสุขภาพจิต งานวิจัยชิ้นหนึ่งของประเทศเนเธอร์แลนด์ ได้ทำการทดลองเพื่อพิสูจน์ว่า การปลูกผักนั้นช่วยภาวะความเครียดได้ดีกว่ากิจกรรมยามว่างอื่นๆ หรือไม่ ผู้ทดลองถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม โดยให้ทั้ง 2 กลุ่มทำภารกิจที่เกิดความเครียด ก่อนที่จะปล่อยให้กลุ่มหนึ่งไปปลูกผักเป็นระยะเวลา 30 นาที ในขณะที่อีกกลุ่มทดลองให้อ่านหนังสือในร่มเป็นระยะเวลาเท่ากัน ผลการทดลองออกมาว่า กลุ่มที่ออกไปปลูกผักมีสภาวะอารมณ์ที่ดีขึ้นกว่ากลุ่มที่อ่านหนังสือ และพวกเขาก็ยังมีระดับฮอร์โมนความเครียดต่ำกว่ากว่าอีกด้วย

 

 

งานวิจัยหนึ่งเกี่ยวกับสุขภาพของสมอง ได้ทำการติดตามผู้สูงอายุช่วง 60-70 ปี เป็นระยะเวลา 16 ปี พบว่า กลุ่มผู้สูงอายุที่มีการทำสวนปลูกผักอยู่เป็นประจำ จะมีภาวะโรคสมองเสื่อมต่ำกว่ากลุ่มผู้สูงอายุที่ไม่ปลูกผักถึง 36 เปอร์เซ็นต์ โดยมีการนำปัจจัยสุขภาพอื่นๆ มาคิดคำนวณเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วย อีกหนึ่งงานวิจัยจากทีมสิ่งแวดล้อมบำบัด มหาวิทยาลัย Texas A&M พบว่า ผู้ป่วยที่กำลังรักษาตัวจากการผ่าตัดถุงน้ำดี ที่ได้มองวิวธรรมชาติที่เต็มไปด้วยต้นไม้ จะฟื้นตัวเร็วกว่ามาก ใช้เวลารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสั้นมาก มีคำบ่นเพียงเล็กน้อย และทานยาแก้ปวดน้อยกว่ามาก เมื่อเทียบกับผู้ป่วยผ่าตัดถุงน้ำดีที่มองออกไปเห็นแต่กำแพงอิฐ

 

(Image by amoceptum)

 

นอกจากนี้สวนผักคนเมืองยังเคยเขียนบทความเกี่ยวกับงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่พูดถึงประโยชน์ของแบคทีเรียที่ชื่อว่า Mycobacterium vaccaeเป็นแบคทีเรียชนิดที่เติบโตในดินและไม่เป็นอันตราย ที่สามารถช่วยลดสภาวะความเศร้า ความวิตกกังวล และช่วยกระตุ้นการสร้างสารความสุขในสมองได้ (อ่านบทความได้ที่ http://www.thaicityfarm.com/autopagev4/show_page.php?topic_id=796&auto_id=39&TopicPk=)

 

 

เราควรพึงระลึกไว้ว่า มนุษย์คือสัตว์สังคม และเรามีวิธีการรักษาสภาวะทางอารมณ์และทางจิตใจของเราจากการมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกับผู้อื่น การปลูกผักบางรูปแบบ เช่น สวนผักชุมชน ชักนำให้เราได้เจอกับเพื่อนใหม่ๆ ได้มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนที่ชอบปลูกผักเหมือนกัน แต่ถึงเราจะอยู่คนเดียว การปลูกผักก็สามารถเป็นเพื่อนที่ดีได้ เพราะการปลูกผักทำให้เราได้มีปฏิสัมพันธ์กับดิน ได้พบเจอกับเพื่อนใหม่ๆ ทั้งในดินและบนดิน ได้รู้จักและเรียนรู้จากธรรมชาติ และที่สำคัญคือ เราจะได้เห็นการเติบโตของทุกคนไปพร้อมๆ กัน

 

อ้างอิงข้อมูล:

https://permaculturenews.org/2013/06/05/wellbeing-gardening-gardening-for-the-body-mind-spirit/

http://happinessisthailand.com/2017/08/gardening/

ขอบคุณรูปภาพบางส่วนจาก:

http://www.thaiplumvillage.org

 


 | วันที่ 11/10/2560

อ่าน 43


 เราจะอยู่กันยังไงในวันข้างหน้าท่ามกลางวิกฤติพลังงานและภัยธรรมชาติ?: โจทย์ในการสร้าง 'เมืองที่พร้อมจะเปลี่ยนผ่าน'
 วิจัยพบ แบคทีเรียในดินช่วยสร้างสุข ต้านเศร้า และความวิตกกังวล
 เกษตรเมือง : แนวคิด หลักการกรณีตัวอย่างจากประเทศไทย
 การทำสวนผักกับการพัฒนาตนเอง
 เกษตรในเมืองกับนโยบายสาธารณะ


โครงการสวนผักคนเมือง
912 ซอยงามวงศ์วาน 31 ซอยย่อย 7
ถนนงามวงศ์วาน อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000
โทร. 02-591-1195-6
cityfarm2010@hotmail.com
Design by Ngoscyber