เมื่อเกษตรกรแอฟริกันออกมาเปลี่ยนดินให้เป็นข้อมูล...

 

ท่ามกลางกระแสการเจริญเติบโตของเมืองที่เกิดขึ้นแล้วไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงง่ายๆ ความเจริญได้ไปกระจุกตัวอยู่เพียงแต่ในสังคมเมือง และส่งผลให้เกิดผลพวงที่ตามมาคือ หลายๆ ปัญหาเกิดขึ้นจากการย้ายถิ่นฐานของมนุษย์เข้าสู่สังคมเมือง ด้วยเหตุผลไม่ว่าจะเป็นโอกาสทางการประกอบอาชีพ หรือมุ่งหวังที่จะยกระดับมาตรฐานชีวิตของตัวเองให้ดีขึ้น จึงไม่แปลกเลยที่จะเห็นเหล่าคนรุ่นใหม่จากชนบทหันเหเข้าหาเมืองกรุง ด้วยเหตุผลประการฉะนี้

 

 

ทวีปแอฟริกาเป็นทวีปที่มีพื้นที่สามารถทำการเกษตรได้ถึง 1 ใน 4 ของโลก แต่พวกเขากลับสามารถผลิตอาหารเลี้ยงโลกได้เพียง 10% เท่านั้น นั่นเป็นเพราะว่า พวกเขากำลังประสบกับปัญหาการขาดแคลนแรงงานเกษตรกร เนื่องจากลูกหลานของเกษตรกรย้ายเข้าไปทำงานในเมืองกันหมด เพื่อไปหางานทำ ทั้งที่อาชีพเกษตรกรก็เป็นอาชีพหนึ่ง ที่ไม่เพียงแค่สร้างรายได้ให้กับชุมชน แต่สามารถช่วยแก้ปัญหาวิกฤติโลกอย่าง “ความยากจนขั้นรุนแรง” (Extreme Poverty) ได้

 

 

เกษตรกรและชาวบ้านจำนวนหนึ่งในประเทศแซมเบีย ได้ร่วมกันขุดแปลงดินเพื่อบอกกล่าวให้กับโลกได้รับรู้ถึงปัญหานั้น พวกเขาใช้เวลาร่วมกว่า 5 วัน ในการไถพื้นดินให้กลายเป็นอินโฟกราฟิค แสดงข้อมูลสถิติที่สื่อถึงความสำคัญของภาคเกษตรกรรมต่อปัญหาโลกอย่างความยากจนข้นแค้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในแอฟริกา ตัวเลข “11” คือจำนวนเท่าที่ภาคเกษตรกรรมสามารถทำได้ ในการลดภาวะความยากจนรุนแรงเมื่อเทียบกับภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ รู้แบบนี้แล้ว ทำไมถึงยังไม่มีใครสนใจล่ะ

 

 

เกษตรกรและชาวบ้านเหล่านี้เพียงต้องการบอกให้เรารู้ว่า ภาคเกษตรกรรมมันทำได้มากนะ พวกเขาสามารถปลูกเพื่อทดแทนรายจ่ายในการนำเข้าอาหาร (ปัจจุบันทวีปแอฟริกานำเข้าอาหารเป็นจำนวนเงิน 35 พันล้านเหรียญ) อีกทั้งยังสามารถสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับคนในทวีปได้ พวกเขาเพียงต้องการความช่วยเหลือและการลงทุนในส่วนการพัฒนาศักยภาพการผลิตของเกษตรภาคชนบทและเทคโนโลยีที่จะช่วยให้พวกเขาสามารถเข้าถึงแหล่งความรู้ ตลาด และแหล่งเงินทุนด้วยตัวเองได้ เพื่อที่พวกเขาและเกษตรกรรุ่นหลัง จะสามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงจากอาชีพนี้ เกษตรกรรายย่อยนับ 500 ล้านครัวเรือนจึงจะหลุดพ้นจากความยากจนและความไม่มั่นคงทางอาหาร และยังเป็นจุดเริ่มต้นของอาชีพ “agripreneurs” หรือผู้ประกอบการทางการเกษตรของคนรุ่นใหม่ได้

 

 

เกษตรกรออกมาเอ่ยปากเองขนาดนี้แล้ว ถ้าหากสังคมยังคงไม่ใส่ใจกับภาคเกษตรกรรมกันอยู่ต่อไป แน่นอนว่าในอนาคตก็คงมีเด็กรุ่นใหม่ที่เลือกประกอบอาชีพเกษตรกรน้อยลง แม้กระทั่งลูกหลานของเกษตรกรเองก็คงหันหน้าเข้าหาเมืองกันหมด แล้วแบบนี้ก็ไม่รู้ว่าในอนาคตใครจะปลูกอาหารให้เรากิน หรืออาจจะต้องเป็นเราที่หันมาปลูกอาหารทานเอง? ไม่รู้ว่าเห็นแบบนี้แล้วจะมีหน่วยงานไหนหันมาใส่ใจภาคเกษตรกรรมและการสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่เพิ่มขึ้นหรือเปล่า ภาครัฐ? ภาคเอกชน? ภาคสังคม? หรืออาจจะต้องเป็นประชาชนอย่างเราๆ ที่ควรจะลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่าง แต่ถึงอย่างไรก็ต้องขอขอบคุณเกษตรกรและชาวบ้านกลุ่มนี้ ที่ออกมาพูดให้พวกเราได้รับรู้ผ่านการสื่อสารที่แหวกแนวสุดๆ และพวกเราจะทำอะไร อย่างไร ต่อไป...หรือไม่นั้น ก็ขอฝากให้ลองไปคิดดูกันนะคะ :)

 

ที่มาข้อมูล: https://inhabitat.com/these-african-farmers-carved-an-important-message-to-the-world-into-the-soil/

ขอขอบคุณรูปภาพจาก IFAD

 


 | วันที่ 25/10/2560

อ่าน 326


 เกาหลีใต้มุ่งพัฒนาและส่งเสริมเกษตรในเมือง
 เมื่อแพทย์สั่งยาเป็นอาหารจากสวนผักในโรงพยาบาล @ Lankenau Medical Center
 เปลี่ยนห้องขังเป็นสวนผัก เปลี่ยนบทลงโทษเป็นโอกาสและการบำบัดกับ Youth Harvest Project
 กรุงโซลเดินหน้าเพิ่มพื้นที่อาหารในเมือง
 เมื่อเด็กนักเรียน 8 คนขอทำสวนผักในสวนสาธารณะกลางเมือง Mahattan


โครงการสวนผักคนเมือง
912 ซอยงามวงศ์วาน 31 ซอยย่อย 7
ถนนงามวงศ์วาน อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000
โทร. 02-591-1195-6
cityfarm2010@hotmail.com
Design by Ngoscyber