From Disasters To Green : เรียนรู้จากภัยพิบัติ

 

ไม่ทราบว่าใครหลายๆ คนยังพอจำเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ครั้งในกรุงเทพฯ เมื่อปี 2554 กันได้อยู่บ้างไหม เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนั้นทำให้คนเมืองหลายท่านหันมาตระหนักถึงความมั่นคงทางอาหารและการพึ่งพาตนเองด้านอาหารกันมากขึ้น บางคนเริ่มหันมาสนใจเรียนรู้การปลูกผักในครัวเรือนเพื่อที่น้ำท่วมแล้วเราจะยังได้มีผักกิน ชุมชนหลายๆ ชุมชนก็เริ่มถามหานวัตกรรมการปลูกผักที่จะสามารถผลิตอาหารได้ในช่วงน้ำท่วมเพื่อยังชีพคนในชุมชน หลายๆ องค์กรก็เริ่มหันมาสนใจเผยแพร่ความรู้เรื่องการพึ่งพาตนเองด้านอาหารให้กับประชาชน แต่พอเมื่อน้ำได้ผ่านพ้นไปแล้ว ก็ยังมีบ้าง บางครัวเรือนและบางชุมชนที่สานต่อการปลูกผักและแปลงผัก จนบ้างได้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้หรือพื้นที่ตัวอย่างแปลงเกษตรให้ผู้อื่นที่สนใจได้มาเรียนรู้ในภายหลัง แต่บ้างก็เลิกปลูกผักไปหลังจากเหตุการณ์น้ำท่วมสงบลง แต่อย่าลืมว่าเราไม่มีทางรู้หรอกว่าน้ำอาจจะท่วมอีกเมื่อไหร่ และครั้งหน้ามันจะอยู่นานสักกี่วัน ถ้าหากเราไม่มีการเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับมัน เราก็อาจจะตกอยู่ในสภาวะขาดแคลนอาหารดั่งเช่นเมื่อเหตุการณ์น้ำท่วมปี 2554 อีกเป็นได้ค่ะ

 

 

 

ตัวอย่างจากมณฑลเสฉวน ประเทศจีน เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ขนาด 8 ริกเตอร์ ที่ทิ้งให้คนนับ 5 ล้านชีวิตกลายเป็นผู้ไรถิ่นที่อยู่อาศัย ตึกราบ้านช่องพังทลายเสียหายไม่มีชิ้นดี นี่อาจจะฟังดูเป็นเรื่องที่น่าเศร้า แต่ทว่ากลับมีคนกลุ่มๆ หนึ่งที่มองเห็นเหตุการณ์ภัยพิบัติร้ายแรงครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญที่จะทำให้ชีวิตผู้คนในชุมชนมณฑลเสฉวนดีขึ้น

 

 

 

Rural Urban Framework เป็นหน่วยงานความร่วมมือไม่แสวงหาผลกำไรด้านงานวิจัยและการออกแบบ หลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว พวกเขาได้เกิดแนวคิดที่จะปรับเปลี่ยนและพัฒนาอาคารที่อยู่อาศัยของชุมชนในเขตแผ่นดินไหว ให้มีความยั่งยืนทั้งทางสังคมและสิ่งแวดล้อม หมู่บ้าน Jintai คือหมู่บ้านต้นแบบที่พวกเขาผนวกแนวคิดการทำแปลงเกษตรดาดฟ้า เทคโนโลยีก๊าซชีวภาพ และการใช้วัสดุท้องถิ่นเพื่อสร้างรูปแบบชุมชนที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ การออกแบบอาคารบ้านเรือนแบบใหม่จึงมีการคำนึงถึงทิศทางลมและการระบายอากาศของอาคารตามธรรมชาติ มีระบบกักเก็บน้ำฝนเพื่ออุปโภคบริโภค และการสร้างความอบอุ่นให้กับภายในอาคารด้วยวัสดุธรรมชาติอย่างฟาง ซึ่งเป็นตัวอย่างหมู่บ้านที่แสดงให้เห็นถึงการเรียนรู้และเลือกที่จะปรับเปลี่ยนเพื่อรับมือกับภัยพิบัติซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ซ้ำในอนาคต และด้วยข้อจำกัดทางด้านพื้นที่ในการสร้างอาคารบ้านเรือน การพัฒนาหมู่บ้านรูปแบบใหม่นี้จึงมีการหยิบยกแนวคิดจากอาคารบ้านเรือนในเมือง เพื่อออกแบบหมู่บ้านให้มีรูปแบบที่อยู่อาศัยซึ่งใกล้ชิดกันมากขึ้น และมีทางเดินแคบๆ ระหว่างอาคารครัวเรือนแต่ละหลัง และยังเพิ่มส่วนของพื้นที่ส่วนกลางเป็นศูนย์กลางชุมชนซึ่งคนในชุมชนสามารถมาพบปะสนทนาแลกเปลี่ยนกัน และมีบริเวณบนดาดฟ้าอาคารไว้ให้สำหรับปลูกผักเพื่อเป็นแหล่งอาหารให้กับคนในชุมชนอีกด้วย

 

 

 

ภัยพิบัติเป็นเรื่องที่เราไม่สามารถคาดเดาได้ และอาจอยู่เหนือการควบคุมของเราในบางครั้ง และยิ่งในสภาวะภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างยิ่งยวดในปัจจุบัน ส่งผลให้ภัยพิบัติทวีความรุนแรงขึ้น อาจสังเกตได้ว่าเรามักได้ยินข่าวเรื่องภัยพิบัติประเภทต่างๆ เกิดขึ้นทั่วทุกมุมโลกไม่เว้นแต่ละวัน มันเกิดได้ถี่ขึ้น รุนแรงขึ้น และบางครั้งเกิดขึ้นในพื้นที่ที่ไม่เคยประสบกับภัยพิบัติมาก่อน และเมื่อภัยพิบัติมาถึง การขาดแคลนสิ่งบริโภคอย่างอาหารและน้ำ ก็เป็นผลกระทบอันดับต้นๆ ซึ่งส่งผลให้ผู้ประสบภัยพิบัติหลายๆ ชีวิตต้องพบเจอกับความหิวโหย แต่หากเรารู้จักที่จะเตรียมรับมือ เรียนรู้ที่จะสร้างความมั่นคงทางอาหารได้ด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาไหน จะเกิดภัยพิบัติหรือไม่ หรือต่อให้มีภัยทางสังคมและเศรษฐกิจอื่นๆ เราก็จะมีความอุ่นใจ เพราะเรารู้ว่าเราสามารถพึ่งพาตนเองด้านอาหารได้ และอาจสามารถเป็นที่พึ่งพาให้กับผู้อื่นได้ด้วย เมื่อปากท้องสบาย สมองและใจก็จะสบายตาม

 

“พึ่งพาตัวเองวันละนิด จิตแจ่มใสนะคะ ^^”

 

 

ที่มาเรื่องราวและรูปภาพ: https://inhabitat.com/green-roofed-village-shows-a-more-sustainable-way-to-build-in-post-disaster-rural-areas/

 

 


 | วันที่ 08/11/2560

อ่าน 237


 17 ปีข้างหน้า อนาคตไทยเมืองเพิ่ม 60% รุกพื้นที่เกษตร-ชงรัฐป้องแหล่งผลิตอาหาร
 สวนผัก(ไม่)อุดมคติ สานต่อสีเขียวจากมือคนเมืองสายไหม
 สวนธนบุรีรมย์ : สวนที่ไม่ได้มีแค่พื้นที่ให้วิ่ง แต่มีพื้นที่ให้กินได้
 สวนผักโดยชุมชน เพื่อชุมชน สร้าง "ชุมชน"
 Agritecture : เมื่อหลังสีเขียวกับการเกษตรเป็นเรื่องเดียวกัน


โครงการสวนผักคนเมือง
912 ซอยงามวงศ์วาน 31 ซอยย่อย 7
ถนนงามวงศ์วาน อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000
โทร. 02-591-1195-6
cityfarm2010@hotmail.com
Design by Ngoscyber