โครงการสวนผักคนเมือง : เพื่อพัฒนาระบบเกษตรและอาหารที่ยั่งยืนของเมือง

(1 มกราคม 2561 – 31 ตุลาคม 2561)

 

 

1. กรอบความคิด

          ปัจจุบันวิถีชีวิตคนในเมืองใหญ่ห่างเหินจากการมีสุขภาพที่ดี เพราะอาหารการกินที่เน้นความเร็วอย่างอาหารกล่อง อาหารพร้อมทาน อาหารแช่แข็งถูกจัดจำหน่ายขายดีมากขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งผักและผลไม้ที่ล้วนใช้แต่สารเคมีในการเร่งผลผลิตเพื่อรองรับการบริโภคของคนในปัจจุบันให้เพียงพอ และยิ่งในอนาคตที่ประชากรของโลกจะสูงขึ้นมากเรื่อยๆ  สอดคล้องกับข้อมูลขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ ระบุว่าในปี 2050 ประชากรโลกจะอาศัยอยู่ในเขตเมืองเฉลี่ยราวร้อยละ 69 และการขยายตัวของเมืองจะทำให้เกิดการรุกเข้าไปในพื้นที่ชนบท ซึ่งเป็นแหล่งผลิตอาหารของประเทศ แนวโน้มการเคลื่อนที่ของประชากรดังกล่าว จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงของอาหาร กระทบต่อการผลิตอาหารของเกษตรกรรายย่อย จะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมการขนส่งและการกระจายอาหาร สวนทางกับทรัพยากรทางอาหารที่จะน้อยลงเรื่อยๆ แน่นอนว่าจะส่งผลต่อความเพียงพอที่จะน้อยลงตามกัน ในขณะที่ความปลอดภัยด้านอาหารยังคงเป็นปัญหา ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้เพิ่มความเสี่ยงทางด้านความมั่นคงทางอาหาร โดยเฉพาะในกลุ่มคนเมือง ที่วัฒนธรรมการปลูกผักเป็นสวนครัวหลังบ้านของคนไทยในเขตเมืองสูญหายไป ขณะเดียวกัน พฤติกรรมการบริโภคของคนเมืองก็ยังเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพ เนื่องจากการกินอาหารที่ไม่หลากหลาย และความรู้ด้านการบริโภคอาหารไม่ได้เป็นความรู้ของสังคมเหมือนดังอดีต ทั้งการบริโภคยังต้องพึ่งพิงอาหารจากตลาดเป็นแหล่งอาหารหลัก รวมทั้งวิถีชีวิตที่เร่งรีบ ที่ทำให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพ เช่น ความเครียดที่ทำให้เกิดโรคต่างๆ เป็นต้น นอกจากนั้น วิถีการใช้ชีวิตและการบริโภคยังก่อให้เกิดปัญหาขยะ และปัญหาสิ่งแวดล้อมมากมาย

          แต่ก็มีงานศึกษาหลายชิ้นได้พูดถึงแนวโน้มการผลิตอาหารในอนาคต ซึ่งคาดการณ์ว่า การผลิตอาหารในชนบทจะลดลงอย่างมากภายในปี 2020 ทำให้การทำเกษตรในเมืองจะยิ่งทวีความสำคัญสำหรับประเทศต่างๆ ในแถบเอเชียนี้ เพื่อผลิตอาหารให้เพียงพอป้อนประชากรในเมืองที่กำลังเพิ่มขึ้น รายงานเกี่ยวกับการเกษตรในเมืองของ FAO เมื่อ ปี 2001 ระบุว่ามีคนถึง 7 ล้านคนที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมการเกษตรในเมือง และยังพบว่า พื้นที่เกษตรที่อยู่ในเมืองและปริมณฑลสามารถผลิตอาหารป้อนชาวเมือง ได้ถึง 700 ล้านคน หรือเท่ากับ 1 ใน 4 ของประชากรในเมืองที่มีอยู่ทั้งหมดในโลกนี้อีกด้วย

          บทบาทของเกษตรในเมือง หรือ Urban Agriculture เริ่มเกิดขึ้นในสังคมไทย ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา  ผ่านการปลูกผักในเมืองหรือสวนผักคนเมือง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่จะแก้ปัญหาด้านอาหารของคนเมือง  โครงการสวนผักคนเมืองเป็นส่วนหนึ่งของการริเริ่มให้เกิดการปลูกผักในเมือง โดยมีต้นทุนการทำงานที่ผ่านจากการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) บทเรียนที่ผ่านมา พบว่า สวนผักคนเมืองได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการใช้พื้นที่ในเมือง โดยการนำพื้นที่ที่มีอยู่มาใช้ประโยชน์ในการผลิตอาหารทั้งพื้นที่ของตนเอง พื้นที่รกร้างว่างเปล่า พื้นที่สาธารณะของชุมชน หรือพื้นที่ในอาคาร หรือแม้แต่ดาดฟ้าของอาคารต่างๆ ทำการเพาะปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ตามความเหมาะสมของพื้นที่ การปลูกผักในเมืองสามารถเป็นแหล่งอาหารของคนเมืองได้เป็นอย่างดี นับตั้งแต่ปี 2553 จนถึงปัจจุบัน พบว่า เกษตรในเมืองช่วยสร้างความมั่นคงทางอาหาร ในพื้นที่ชุมชนเมืองมากกว่า 180 กลุ่ม/ชุมชน เป็นแหล่งสำรองอาหารในยามฉุกเฉิน: น้ำท่วม เส้นทางถูกตัดขาด อาหารขาดแคลน ลดรายจ่าย สร้างงานและสร้างรายได้ให้กับครอบครัว: บางครัวเรือนหรือบางชุมชนหากมีผลผลิตเหลือจากกินเองแล้ว ก็สามารถแบ่งขาย สร้างรายได้เสริมได้ นอกจากนี้ยังอาจนำไปสู่การสร้างอาชีพที่เกี่ยวข้อง เช่นการแปรรูปอาหาร หรือทำปุ๋ยหมักชีวภาพจำหน่าย ช่วยสร้างพื้นที่สีเขียว ลดโลกร้อน และลดการใช้พลังงาน: นอกจากพื้นที่สีเขียวจะมีส่วนช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ลดภาวะโลกร้อนได้แล้ว จากการศึกษาพบว่าการปลูกผัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปลูกผักบนดาดฟ้าหรือหลังคา สามารถช่วยลดอุณหภูมิภายในอาคารได้ รักษาความหลากหลายทางชีวภาพ: การทำเกษตรในเมืองเป็นการช่วยรักษาความหลากหลายทางชีวภาพไว้ได้ส่วนหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเรารู้จักนำพันธุ์ผักพื้นบ้านที่ใกล้สูญพันธุ์ หรือมักจะถูกแทนที่ด้วยผักจีนเพียงไม่กี่ชนิด ที่สำคัญการปลูกผัก ยังช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศน์ให้ดีขึ้น ลดระยะทางในการขนส่งอาหาร และลดพลังงานในการเก็บรักษา: ปัจจุบันอาหารที่ซื้อกินกันในเมืองเดินทางขนส่งมาไกล และสิ่งที่มาคู่กับระยะทางในการขนส่งคือการสูญเสียพลังงานทั้งในการเดินทาง และการเก็บรักษา การทำเกษตรในเมืองจึงมีส่วนช่วยอย่างมากที่จะลดระยะทางในการขนส่งอาหาร ลดพลังงานในการเก็บรักษา และลดมลภาวะ อันก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนตามมา ลดขยะและทำให้มีการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า: การทำเกษตรในเมือง มีส่วนช่วยทำให้เมืองสามารถจัดการกับขยะอินทรีย์ พวกเศษอาหาร เศษผัก ผลไม้ รวมถึงกิ่งไม้ ใบไม้ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น คือสามารถนำมาใช้ทำปุ๋ย และหมุนเวียนกลับไปใช้ปลูกผักได้ สร้างความสัมพันธ์ในสังคมตั้งแต่ระดับครัวเรือน ชุมชน หน่วยงาน และประเทศ โดยมีกิจกรรมการปลูกผักหรือการทำเกษตรในเมืองเป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์ ทำให้คนได้ร่วมกันเรียนรู้ ทำกิจกรรม และแบ่งปันกัน สร้างกิจกรรมการเรียนรู้ ให้กับกลุ่มคนต่างๆ ในเมือง ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ คนชราและฟื้นฟูวัฒนธรรมการทำอาหารทานเองของคนเมือง โดยเฉพาะการเรียนรู้เรื่องที่มาของอาหาร  ทักษะและเทคนิคการปลูกผัก ตลอดจนการเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างชีวิตและธรรมชาติ นอกจากนี้ยังพบว่าการทำเกษตรในเมืองยังสามารถช่วยบำบัดเยียวยารักษาผู้ป่วยทางด้านจิตใจได้อย่างดีด้วย

          ชุดข้อมูลและบทเรียนที่ค้นพบนี้เป็นสิ่งยืนยันว่าการทำเกษตรในเมืองนั้นมีบทบาทเเละมีความสำคัญต่อการพัฒนาเมืองในหลายๆมิติอย่างมาก  หากการพัฒนาแหล่งอาหารในเมืองยังต้องดำเนินต่อไปในลักษณะที่เป็นวงกว้างมากขึ้น พร้อมกับการเชื่อมโยงงานเกษตรในเมืองเข้ากับมิติการพัฒนาเมืองในเชิงลึกมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น มิติด้านการใช้ประโยชน์ที่ดินในเมือง ผังเมือง ภาษีที่ดิน สิ่งแวดล้อมเมือง ตลาดทางเลือก ระบบสวัสดิการ รวมถึงนโยบายต่างๆ ที่เอื้ออำนวยให้การทำเกษตรในเมืองสามารถขยายพื้นที่ มีรูปธรรมเด่นชัด และสร้างช่องทางการเข้าถึงในทุกกลุ่มประชากร เพื่อมุ่งไปสู่การสร้างระบบเกษตรและอาหารที่ยั่งยืนของเมืองให้เกิดขึ้นต่อไป

          นอกจากนี้ การขับเคลื่อนงานด้านเกษตรในเมือง เพื่อให้มีบทบาทเเละมีความสำคัญต่อการพัฒนาเมืองในหลายๆมิติ และมุ่งไปสู่การมีระบบเกษตรและอาหารที่ยั่งยืนของเมือง ยังจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างให้เกิดความร่วมมือ และการมีส่วนร่วมจากหลายภาคส่วน โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมของชุมชน หน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานท้องถิ่น และหน่วยงานด้านวิชาการ ที่จะมีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อการสนับสนุนและส่งเสริมให้ชุมชนเมืองสามารถสร้างพื้นที่อาหารปลอดภัย สร้างความมั่นคงทางอาหารระดับชุมชน คุณภาพชีวิตที่ดีของคนเมือง ไปพร้อมๆ กับ ผลักดันให้งานด้านเกษตรในเมืองได้รับการยอมรับและมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างระบบเกษตรและอาหารที่ยั่งยืนของเมือง สร้างวิถีชีวิตสุขภาวะ จิตสำนึกแห่งสุขภาพของคนเมืองให้เกิดขึ้นต่อไป

          มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) ร่วมกับ ภาคีเครือข่าย และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงขอเชิญกลุ่มบุคคล ชุมชน หน่วยงาน หรือองค์กรต่างๆ ที่อยู่ในพื้นที่เป้าหมาย เสนอโครงการขนาดเล็กเพื่อร่วมกันพัฒนางาน “สวนผักคนเมือง : เพื่อพัฒนาระบบเกษตรและอาหารที่ยั่งยืนของเมือง” ให้มีรูปธรรมและร่วมผลักดันให้งานด้านเกษตรในเมืองได้รับการยอมรับและมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างระบบเกษตรและอาหารที่ยั่งยืนของเมือง สร้างวิถีชีวิตสุขภาวะ จิตสำนึกแห่งสุขภาพของคนเมืองให้เกิดขึ้น โดยมีเป้าหมายในการสนับสนุนจำนวน 25 โครงการ

 

2. วัตถุประสงค์

2.1   สนับสนุนและพัฒนาให้เกิดรูปธรรม จำนวน  25 แห่งของชุมชนต้นแบบความมั่นคงทางอาหาร จากการปลูกผักแบบไม่ใช้สารเคมีใดๆ การพึ่งตนเองด้านอื่นๆในเมือง สร้างแหล่งผลิตอาหารปลอดภัยและแหล่งเชื่อมโยงอาหารปลอดภัยในเมือง การบริโภคผักและผลไม้ปลอดภัยให้ได้ปริมาณเพียงพอตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก 400 กรัมต่อวัน ในกลุ่มคนเมืองฃ

2.2   สร้างและขยายเครือข่ายคนปลูกผักในเมืองและผู้บริโภคในเมืองให้มีความรู้ความเข้าใจ  ตระหนักถึงความสำคัญของการทำเกษตรในเมืองที่บูรณาการกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านต่างๆ ผ่านสร้างการเรียนรู้วงจรอาหารทางเลือกใหม่ในการบริโภคของคนเมืองจากแหล่งอาหารใกล้บ้าน เปลี่ยนวิถีชีวิตการกินอยู่ เพิ่มทักษะการใช้ชีวิต เกิดระบบอาหารทางเลือกและวิถีชีวิตทางเลือกที่อยู่บนฐานของการเกื้อกูลระหว่างกัน

2.3   สร้างการมีส่วนร่วม/ความร่วมมือของภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในระดับนโยบาย เพื่อผลักดันให้งานด้านเกษตรในเมืองได้รับการยอมรับและมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างระบบเกษตรและอาหารที่ยั่งยืนของเมือง

 

3. ลักษณะโครงการที่สนับสนุน

3.1   สนับสนุนโครงการ ที่มีเป้าหมายการดำเนินงานมุ่งไปสู่การยกระดับและผลักดันประเด็น ดังนี้

3.1.1   ต้นแบบความมั่นคงทางอาหารระดับชุมชน จำนวน 20 โครงการ

(ดาวน์โหลดแบบฟอร์มการสมัครได้ที่ >>> แบบฟอร์มความมั่นคงทางอาหารระดับชุมชน.doc)

-   การพัฒนาพื้นที่อาหารปลอดภัย พื้นที่ชื่อมโยงอาหารปลอดภัยของชุมชน/องค์กร

-   ผลักดันประเด็นการใช้พื้นที่สาธารณะ พื้นที่ส่วนกลางของชุมชน/องค์กร และการสนับสนุนให้เกิดการทำงานร่วมกันของสมาชิกในชุมชน

-   ผลักดันประเด็นสร้างความร่วมมือกับสำนักงานเขตที่ดูแลรับผิดชอบ ศูนย์อบรมของโครงการสวนผักคนเมือง และหน่วยงาน/องค์กรต่างๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

-   การเก็บรวบรวมข้อมูลการผลิตอาหาร ต้นทุนการผลิตอาหาร และการบริโภคผักและผลไม้ของสมาชิกกลุ่ม

-   การทำแผนที่ความั่นคงทางอาหารของชุมชน /องค์กร

3.1.2   ต้นแบบ ‘Land Sharing’ แบ่งปันพื้นที่ แบ่งปันอาหาร แบ่งปันชีวิต จำนวน 5 โครงการ

(ดาวน์โหลดแบบฟอร์มการสมัครได้ที่ >>> แบบฟอร์ม Land Sharing.doc)

-   ผลักดันประเด็น ‘การประสานประโยชน์ทางที่ดิน หรือ การแบ่งปันที่ดิน’ คือ การประสานประโยชน์ระหว่างเจ้าของที่ดิน กับ ชุมชน คนจนเมือง หรือ เครือข่ายคนปลูกผักในเมือง เพื่อให้ผู้คนในชุมชนหรือบริเวณใกล้เคียงมาใช้ประโยชน์ที่ดิน เพื่อปลูกผักสำหรับการบริโภคภายในครัวเรือนเป็นหลัก โดยมีโครงการสวนผักคนเมือง/หน่วยในในท้องถิ่นเป็นตัวกลางในการประสานประโยชน์ร่วมกัน

-   เน้นการเชื่อมโยงเจ้าของที่ดินในเมืองกับกลุ่มคนปลูกผักในเมือง การแบ่งปันพื้นที่ในบ้าน/ในองค์กร พื้นที่ดาดฟ้าของห้างสรรพสินค้า องค์กรต่างๆ เพื่อให้คนในพื้นที่ใกล้เคียงไปร่วมปลูกผัก สร้างแหล่งอาหารปลอดภัยร่วมกัน

-   ผลักดันประเด็นสร้างความร่วมมือกับสำนักงานเขตที่ดูแลรับผิดชอบ ศูนย์อบรมของโครงการสวนผักคนเมือง และหน่วยงาน/องค์กรต่างๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

-   การเก็บรวบรวมข้อมูลการผลิตอาหาร ต้นทุนการผลิตอาหาร และการบริโภคผักและผลไม้ของสมาชิกกลุ่ม

 

3.2   เป็นโครงการที่เกิดจากการรวมกลุ่มของคนที่มีความสนใจ อย่างน้อย 10 คนขึ้นไป มาร่วมกันปลูกผักและทำกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับประเด็นต่างๆในพื้นที่ของกลุ่ม ชุมชน หรือเป็นโรงเรียน วัด มัสยิด โบสถ์ สถานศึกษา โรงพยาบาล รวมถึงองค์กรพัฒนาเอกชน หน่วยงานและองค์กรต่างๆ

 

3.3   ต้องมีพื้นที่ส่วนกลางในการดำเนินโครงการ (โดยจะต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของในการใช้ประโยชน์พื้นที่เพื่อปลูกผักและกิจกรรมอื่นๆที่เกี่ยวข้อง อย่างน้อย 2 ปี) สมาชิกในโครงการต้องมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการโครงการทุกขั้นตอน และกิจกรรมในระยะยาวอื่นๆที่จะเกิดขึ้น

 

3.4   โครงการจะต้องดำเนินการปลูกผักแบบไม่ใช้สารเคมีและปุ๋ยเคมีใดๆ พร้อมทั้งมีการปลูกผักหลากหลายตั้งแต่ 15 ชนิดขึ้นไป และเน้นส่งเสริมให้การพึ่งตนเองด้านปัจจัยการผลิต การพึ่งตนเองด้านอื่นๆ ให้มากที่สุด

 

3.5   เป็นโครงการที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล อันประกอบด้วย นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ นครปฐม

 

3.6   เป็นโครงการที่แสดงให้เห็นช่องทางการสร้างความร่วมมือกับสำนักงานเขต หน่วยงานต่างๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ รวมถึงการผลักดันให้เกิดนโยบายด้านเกษตรในเมืองได้รับการยอมรับและมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างระบบเกษตรและอาหารที่ยั่งยืนของเมือง จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ

 

3.7   ลักษณะของโครงการที่เสนอเป็นโครงการที่มีเป้าหมายและรายละเอียดในการดำเนินงานและการจัดกิจกรรมที่ชัดเจน สามารถประเมินภาพความเป็นไปได้และผลสำเร็จตามเป้าหมายของโครงการ โดยเฉพาะการแสดงให้เห็นความชัดเจนของโครงการที่มุ่งไปสู่การพัฒนา/ผลักดันที่เชื่อมโยงกับมิตินั้นๆ ตลอดจนการเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายกับเพื่อนสมาชิกโครงการอื่นๆ

 

3.8   หากโครงการของท่านได้รับทุนสนับสนุนโครงการฯ จะต้องมีระบบการบริการจัดการโครงการตามที่ระบุไว้ในสัญญารับทุน ประกอบด้วย การจัดทำรายงานความก้าวหน้า รายงานฉบับสมบูรณ์ รายงานการเงินตามแบบฟอร์มของแหล่งทุน(สสส.)  การบันทึกรายรับ – รายจ่าย การบันทึกข้อมูลผลผลิต รวมถึงอื่นๆ ที่ระบุไว้ในการดำเนินงาน และ การเข้าร่วมกิจกรรมของสมาชิกโครงการที่ได้รับทุนสนับสนุน

 

4. รูปแบบการสนับสนุน

-   ข้อเสนอโครงการที่ได้รับการคัดเลือกรอบแรก จะได้เข้าร่วมการอบรม workshop ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับประเด็น และเป้าหมายของโครงการ

-   โครงการสวนผักคนเมืองฯ ร่วมเป็นตัวกลางในการเชื่อมประสานความร่วมมือ กับการทำงานร่วมกับสำนักงานเขต ศูนย์อบรม เจ้าของที่ดิน สถาบันการศึกษา รวมถึงหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแผนและออกแบบการทำงานร่วมกัน

-   ข้อเสนอโครงการการคัดเลือก และได้แผนการดำเนินงานที่ชัดเจนจากเวทีการสร้างความร่วมมือ จะได้รับเงินทุนตั้งต้น โครงการละไม่เกิน 40,000 บาท จำนวน 25 โครงการ สำหรับการดำเนินกิจกรรมตามแผนงาน

-   ที่ปรึกษาคอยให้คำแนะนำตลอดการทำโครงการ

-   โอกาสได้ร่วมกิจกรรมพัฒนาศักยภาพ  การเรียนรู้อื่นๆ ของโครงการสวนผักคนเมืองตลอดทั้งปี

-   และโอกาสสำหรับการสื่อสารรูปธรรม แสดงผลงานของคุณให้เป็นที่รู้จัก ภายใต้สื่อออนไลน์ สิ่งพิมพ์ และกิจกรรมรณรงค์เผยแพร่ของสวนผักคนเมืองและเครือข่าย

 

5. เกณฑ์ในการพิจารณาโครงการ

5.1   เป็นโครงการที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ รวมถึงคุณสมบัติของผู้เสนอโครงการตามที่กำหนด

5.2   มีรายละเอียดของโครงการชัดเจน และครบถ้วนตามหัวข้อในแบบเสนอโครงการของโครงการสวนผักคนเมือง และสะท้อนให้เห็นความเป็นไปได้ ที่จะบรรลุเป้าหมายของโครงการร่วมกัน และส่งรายละเอียดโครงการครบถ้วนตามเวลาที่กำหนด

5.3   มีค่าใช้จ่ายที่สมเหตุสมผล สอดคล้องกับกิจกรรมที่ดำเนินการ มีโอกาสที่จะมีความยั่งยืน และต่อเนื่องเมื่อโครงการสิ้นสุดลง  เข้าร่วมกิจกรรม/ขั้นตอนการคัดเลือกโครงการตามที่โครงการสวนผักคนเมืองกำหนดไว้

 

6. ขั้นตอนการส่งข้อเสนอโครงการและการพิจารณา

6.1   เปิดรับข้อเสนอโครงการและเอกสารต่างๆที่เกี่ยวข้องตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 60 – 31 ธันวาคม 2560 โดยสามารถส่งข้อเสนอโครงการและเอกสารต่างๆที่เกี่ยวข้อง ตามช่องทางต่างๆ ดังนี้

          (1)   โครงการสวนผักคนเมือง 11 (912 เก่า)  มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน ซอยงามวงศ์วาน 31 (ซอยย่อยที่ 10) อ.เมือง จ. นนทบุรี 11000 (วงเล็บมุมซอง “ส่งข้อเสนอโครงการสวนผักคนเมือง”)

          (2)   ทางอีเมล์ cityfarm2010@hotmail.com  และแจ้งมายังโทรศัพท์ หมายเลข  02-5911195-6

6.2   การคัดเลือกข้อเสนอโครงการรอบแรก ทางผู้ประสานงานโครงการฯ ดำเนินการประสานสอบถามข้อมูลหรือลงพื้นที่ของโครงการ เพื่อช่วยพัฒนาโครงการให้มีความชัดเจน ถูกต้องมากขึ้น และทำการคัดเลือกข้อเสนอโครงการผ่านการคัดเลือกรอบแรก

6.3   การคัดเลือกรอบสอง ทางโครงการฯส่งข้อเสนอโครงการให้กรรมการพิจารณา (เรียงตามลำดับของการส่งข้อเสนอโครงการ ทั้งนี้ข้อเสนอโครงการที่เข้ามาก่อนมีโอกาสได้รับการพิจารณาก่อน)

6.4   ประกาศผลการพิจารณาการสนับสนุนโครงการพร้อมกันทั้งหมด ซึ่งทางโครงการจะกำหนดวันประกาศผลการพิจารณาอีกครั้ง

 

7. ระยะเวลาการดำเนินงานเบื้องต้น

-   1 ธันวาคม – 31 ธันวาคม 2560 เปิดรับข้อเสนอโครงการ

-   1- 10 มกราคม 2561 พิจารณาโครงการรอบแรก และจัด workshop

-   15-31 มกราคม 2561 เวทีประสานความร่วมมือกับหน่วยงาน/องค์กรต่างๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

-   1- 10 กุมภาพันธ์ 2561 ประกาศผลโครงการที่ได้รับการสนับสนุน และทำสัญญาดำเนินโครงการ

-   11 กุมภาพันธ์ 2561 – 31 ตุลาคม 2561 ดำเนินโครงการตามแผนงาน 

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

โครงการสวนผักคนเมือง โทร : 02-591-1195-6

e-mail : cityfarm2010@hotmail.com หรือ inbox มาที่ www.facebook.com/cityfarmthailand

สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมที่ www.thaicityfarm.com

 

ดาวน์โหลดแบบฟอร์มการสมัคร

>>> แบบฟอร์มความมั่นคงทางอาหารระดับชุมชน.doc

>>> แบบฟอร์ม Land Sharing.doc

 


 | วันที่ 04/12/2560

อ่าน 423


 เทศกาลกินเปลี่ยนโลกครั้งที่ 2 "เปรี้ยว หวาน มัน เค็ม"
 ชวนมางานเทศกาลสวนผักคนเมือง 2017 ตอนเส้นทางอาหารเมือง : Bangkok's Food Journey
 ทัวร์สวนผักคนเมือง ตอน ดาดฟ้าเปลี่ยนชีวิต
 เชิญร่วมงานเสวนาเกษตรในเมือง :ทางเลือก ทางรอดของอาหารคนเมือง
 พบกับลานสวนผักคนเมือง ในงานมหกรรมสมุนไพรเเห่งชาติครั้งที่ 13


โครงการสวนผักคนเมือง
912 ซอยงามวงศ์วาน 31 ซอยย่อย 7
ถนนงามวงศ์วาน อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000
โทร. 02-591-1195-6
cityfarm2010@hotmail.com
Design by Ngoscyber