Home บทบาทเกษตรในเมือง

บทบาทเกษตรในเมือง

ทราบหรือไม่ว่าจากข้อมูลการสำรวจของกรุงเทพมหานคร ในปี 2550 พบว่า มีอาคารและสิ่งก่อสร้าง พื้นที่รกร้างที่ขาดการดูแลจากเจ้าของมากถึง 7,226 แปลง ซึ่งคิดเป็นเนื้อที่ถึง 4,374 ไร่

เคยสังเกตกันบ้างไหมค่ะว่าแต่ละวัน เราสร้างขยะกันมากน้อยเพียงใด ไม่ว่าจะเป็นขยะจากเศษอาหาร จากแก้วน้ำ ถุงพลาสติก กล่อง ขวด ต่างๆนานา ตัวเลขที่น่าตกใจคือ

ขอบคุณรูปจากอ.อาสาฬห์ สุวรรณฤทธิ์ โดยอาจารย์ฐาปนา บุญยประวิตร ถ้าจะกล่าวว่าการผังเมืองของไทยไม่ได้ให้ความสำคัญในการสงวนรักษาและพัฒนาแหล่ง ผลิตอาหารก็คงจะไม่ผิดนัก

ในบรรดาผู้เข้าร่วมประกวดดาดฟ้า เขียว กินได้ ต้องยอมรับว่าสวนผักบ้านคุณเพ็ญ วัฒนเกตุ เป็นสวนผักที่มีพื้นที่น้อยที่สุด คืออยู่บนระเบียงบ้านเล็กๆ

โดย ฐาปนา บุณยประวิตร http://www.asiamuseum.co.th/ http://www.facebook.com/smartgrowththailand/ การเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นปัจจัยหลักในการแผ่ขยายของเมืองในทางราบกระจัดกระจายรุกล้ำเข้าไปยังพื้นที่ธรรมชาติและเกษตรกรรมที่ดิน

ปัจจุบันมีหลายประเทศที่ให้ความสำคัญกับเรื่องเกษตรในเมือง โดยถือเป็นเครื่องมือที่สำคัญอย่างหนึ่งที่จะมีส่วนช่วยรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ

เกษตรในเมืองกับการเปลี่ยนแปลงของอากาศเกี่ยวข้องกันอย่างไร หากเราร่วมด้วยช่วยกันปลูกผักผลไม้กินได้ในเมืองจะช่วยโลกได้อย่างไรบ้าง เชิญร่วมค้นหาคำตอบที่นี่ค่ะ

เมืองเปรียบเสมือนระบบที่เป็นแหล่งรวมตัวของหน่วยเล็กๆ ที่เรียกว่า คนเมือง เมืองจึงเปรียบเสมือนได้ดังระบบหนึ่งของร่างกาย เช่น ระบบทางเดินหายใจ

ทำไมต้องพูดถึงโรซาริโอ้? คำตอบก็คือเป็นเพราะแผนงานส่งเสริมเกษตรในเมือง (Urban Agriculture Programme) ของเขาซึ่งเริ่มในปี 2002 ได้รับรางวัลจาก UNยกให้เป็น Best Practice ของโลก จึงน่าค้นหาไม่น้อยว่าเขาโดดเด่นอย่างไร และเราจะเรียนรู้อะไรจากเขาได้บ้าง

ครั้งที่แล้วได้เล่าถึงประสบการณ์ของเมืองฮาวาน่า ประเทศคิวบาในภาพใหญ่  ในระดับนโยบายและแผนการขับเคลื่อนเรื่องเกษตรในเมือง ไปแล้ว คราวนี้ขอหยิบยกเรื่องราวเล็กๆ ของการเดินทางของเกษตรในเมือง ผ่านกลุ่มคนเล็กๆ ที่เมืองเบโลโอรีซอนชี ประเทศบราซิล ให้ฟังกันบ้าง