Home เมืองสีเขียว

เมืองสีเขียว

นักปลูกในเมืองก็อาจได้รับผลกระทบจากภัยแล้งเช่นเดียวกันกับเกษตรกรรายใหญ่ ปัญหาที่นักปลูกในเมืองจะเผชิญในช่วงฤดูแล้ง (และแม้ว่าภัยแล้งจะไม่รุนแรง) รวมถึงการจัดสรรปริมาณน้ำ ค่าธรรมเนียมภัยแล้ง และการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ เช่น สายไฟหรือมิเตอร์ ปัญหามากมายเหล่านี้เกิดจากภูมิทัศน์ของน้ำที่ไม่สม่ำเสมอของรัฐแคลิฟอร์เนียและระบบน้ำแบบกระจายศูนย์เนื่องจากเกี่ยวข้องกับอุปทานน้ำของเทศบาล

การแปลงพื้นที่ว่างเปล่าในเมืองให้กลายเป็นพื้นที่สีเขียวสามารถลดการทำลายพื้นที่และปรับปรุงพื้นที่ใกล้เคียงได้ และการวิจัยใหม่แสดงให้เห็นว่าความพยายามในการถมดินหลังอุตสาหกรรมบางประเภทนั้นได้มอบผพลอยได้เพิ่มเติมให้กับผึ้งที่ได้รับประโยชน์

เมื่อเรานึกถึงพื้นที่ผลิตอาหาร เรามักจะนึกถึงชนบท แต่หลายเมืองมีพื้นที่เกษตรในเมืองที่น่าตื่นตาตื่นใจภายในเขตเมือง พวกเขาไม่เพียงให้การพักผ่อนที่น่าทึ่งจากชีวิตในเมืองที่วุ่นวายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความยั่งยืนด้วย! ยิ่งไปกว่านั้น มันยังเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการต่อต้านความหิวโหยของโลก เรามาทัวร์พื้นที่เกษตรในเมืองทั้ง 15 แห่ง ทั่วทุกมุมโลกกันเลยคะ

ภูมิสถาปนิก Phoebe Lickwar อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ University of Texas ได้ผุดไอเดียขึ้นมาว่าเราจะผลิตอาหารในเมืองให้มากขึ้นได้อย่างไร การเกษตรควรเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานให้ร่วมสมัยกับการพัฒนาเมืองได้อย่างไร แน่นอน นั่นหมายถึงสิ่งต่างๆ เช่น สวนผักชุมชนที่ผู้คนสามารถผลิตอาหารได้เอง แม้แต่การทำสวนผักชุมชนที่มีอยู่ก็ยังต้องการการขยายตัวและการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ

เรื่องราวนี้มันเริ่มมาจากหม้อใบโหระพาบนขอบหน้าต่าง และในไม่ช้า Corrie Rounding ก็ฝันถึงหัวหอมและมันฝรั่ง แต่ปัญหาคือการหาพื้นที่ที่จะเพาะต้นกล้าเล็กๆ ให้กลายเป็นผักที่สวยงามขนาดใหญ่ได้ แฟลตชั้นสองของ Rounding ทางตอนใต้ของลอนดอนไม่มีแม้แต่ระเบียงและลำดับกองจองแปลงผักที่จัดสรรของเมืองชั้นในก็ยามเป็นหงว่าวในช่วงการแพร่ระบาดโควิด

เมื่อคุณคิดถึงดิน คุณอาจนึกถึงดินที่อยู่ตามทุ่งหญ้าในชนบท แล้วดินในเมืองล่ะ? เนื่องจากคนเมืองซึ่งคาดว่าจะมีสัดส่วนถึง 68% ของประชากรโลกภายในปี 2593 ทรัพยากรที่มักถูกลืมนี้จึงมีความสำคัญมากขึ้น จากเกษตรในเมืองที่กำลังได้รับความนิยมสูงขึ้น แต่ดินในเมืองมักเกี่ยวข้องกับการปนเปื้อนและความเสี่ยงต่อสุขภาพมากกว่า

เมือง Mississauga เป็นที่ติดกับ Toronto ประเทศแคนนาดา ซึ่งทางเทศบาลกำลังรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนายุทธศาสตร์เกษตรในเมืองผ่านการสำรวจออนไลน์ที่เปิดตัวเมื่อวันจันทร์ที่ 12 เมษายน ที่ผ่านมา โดยมุ่งหวังว่า ยุทธศาสตร์นี้จะช่วย “จำแนกบทบาทของเมืองในการสนับสนุนความพยายามในการเพิ่มศักยภาพการผลิตอาหารในเขตเมืองทั่ว Mississauga ได้”ด้วยยุทธศาสตร์นี้มุ่งหวังที่จะส่งเสริมวิถีชีวิตที่มีสุขภาพดีเพิ่มพลังให้ชุมชนเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ เกี่ยวกับการปลูกและเก็บเกี่ยวผลิตผลและสนับสนุนธุรกิจในท้องถิ่นที่มีความสัมพันธ์กับเกษตรกรรมในเมือง

วิธีที่แตกต่างกันในการทำเกษตรในเมือง รวมถึงการที่ใช้การเกษตรในการให้ชุมชนช่วยเหลือเกษตรกร ตลาด การทำฟาร์มในร่ม การทำสวนผักแนวตั้ง และเจ้าของสถานที่ในการเป็นทางเลือกอื่น ๆ ในการผลิตหรือจัดส่งอาหารในสภาพแวดล้อมเมือง การทำความเข้าใจและแลกเปลี่ยนมุมมองทั้งจากทางเศรษฐกิจ สุขภาพ ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม เป็นสิ่งจำเป็นในการเลือกวิธีการในการทำฟาร์มในเมืองให้เหมาะสมเฉพาะกับแต่ละพื้นที่ ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามสถานที่ที่ตั้งแหล่งผลิตอาหารทางเลือก และระดับรายได้ของท้องถิ่นเอง ความต้องการในการทำเกษตรในเมือง (Need for Urban Agriculture) อ้างจากข้อมูลของมูลนิธิ RUAF พันธมิตรในการศึกษาการเกษตรแบบยั่งยืน และความมั่นคงทางอาหาร การเปลี่ยนเป็นเมืองของโลกที่จะเป็นตัวกระจายความยากจนและความไม่มั่นคงทางอาหาร ถ้ามันไม่มีการพูดถึง RUAF อ้างว่าภายในปี 2020 ประเทศกำลังพัฒนาเช่น…

ภายในปี 2050 ครัวเรือนในประเทศออสเตรเลียจะเห็นฟาร์มในเมืองได้ทั่วไปตามหลังบ้านของพวกเขา ถ้าหนึ่งในผู้หญิงควีนแลนด์รู้วิธีการทำสวน มันเริ่มขึ้นใน บริสเบน คุณ Newberry หวังว่าจะสร้างแบรนด์ให้บริสเบนเป็นเมืองอาหารริมแม่น้ำภายในปี 2050 กลุ่มนี้ได้สมัครชิงรางวัล 200,000 ดอลล่าร์ ในการแข่งขันแสดงวิสัยทัศน์ระบบอาหารโลก ที่จัดโดยมูลนิธิ Rockyfeller ที่ซึ่งเขาจะใช้เปิดตัวแผนของพวกเขา.“จากผู้เข้าร่วมกว่า 1300 คน พวกเราถูกคัดเลือกให้เหลือ 79 คน และเราได้ปรับแต่งใบสมัครของเรา ดังนั้นเรายังอยู่ในสถานะกำลังดำเนินการ” คุณ Newberry กล่าวกับสถานีวิทยุ ABC บริสเบน “พวกเรากำลังพยายามที่จะเชื่อมต่อระหว่างผู้คน…

พวกเราต่างมีส่วนร่วมในการประหยัดอาหารของโลกนี้ สำหรับคนจำนวนมากในโลก เศษขยะอาหารได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน การซื้ออาหารที่มากเกินมากกว่าที่เราต้องการเวลาไปตลาด ซื้อผักผลไม้มาเหลือทิ้งที่บ้าน พฤติกรรมในชีวิตประจำวันเป็นการเพิ่มแรงกดดันไปสู่ทรัพยาการธรรมชาติของเรา และความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมของเรา เมื่อเราทิ้งขยะอาหาร เราทิ้งค่าแรงไปด้วย เราทิ้งการลงทุน และทรัพยากรที่ต้องใช้อย่างแน่นอน อาทิ น้ำ เมล็ดพันธุ์ วัสดุปลูก อีกมากมาย นี่แค่ทรัพยากรที่เกี่ยวข้องกับการผลิต ไม่นับรวมค่าขนส่ง ค่ากระบวนการต่าง ๆ ในระยะเวลาสั้น ๆ การสร้างขยะเศษอาหารได้เพิ่มการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการจัดการกับวิกฤติ climate chane มันเป็นปัญหาใหญ่มาก ในความเป็นจริง ทั่วทั้งโลก มีอาหารที่ยังสามารถกินได้ถูกทิ้งหรือกลายเป็นขยะทุก…