Home เรื่องเล่านักปลูกเมือง ปลูกชีวิต

เรื่องเล่านักปลูกเมือง ปลูกชีวิต

Barcelona เป็นชื่อเมืองที่คุ้นหูให้หมู่คนทั่วไปและแฟนบอล และเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของสเปน ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นเมืองที่อยู่ด้วยอาชีพเกษตรกรรม

เมื่อเราพูดถึง Finland ประเทศในโซนยุโรปและมีชื่อเสียงอย่างมากในแง่การศึกษา เด็กนักเรียนของที่นี้จะมีการบ้านให้ทำน้อยมาก และกลับพูดได้ไม่ต่ำกว่า 2-3 ภาษา

ในทุกๆปี โครงการสวนผักคนเมือง จะสนับสนุนทุนโครงการขนาดเล็ก ให้กับกลุ่ม ชุมชน องค์กรต่างๆ ที่อยากเข้ามามีส่วนร่วมในปฏิบัติการสร้างพื้นที่อาหารปลอดภัยในเมือง

นครนิวยอร์กเป็นเมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกาและเต็มไปด้วยอาคาร คอนโดและสิ่งปลูกสร้างอย่างหนาแน่นเต็มพื้นที่

ในอดีต เมืองเซินเจิ้นที่ครั้งหนึ่งเป็นเพียงพื้นที่ทำเกษตรกรรมของเกษตรกรรายย่อย ได้ขยายตัวอย่างรวดเร็วหลังจากรัฐบาลจีนประกาศ

Edible Campus ที่มหาวิทยาลัยMcGill School of Architecture นับเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจมากของการทำงานร่วมกัน ทั้งในกลุ่มคนทำงานพัฒนา ที่มุ่งทำงานพัฒนาศักยภาพของเยาวชน กลุ่มนักพัฒนาที่ทำงานด้านความมั่นคงทางอาหารของชุมชน และ ที่สำคัญคือกลุ่มนักศึกษา นักวิชาการด้านการออกแบบในมหาวิทยาลัย McGill ที่เขาเรียกตัวเองว่ากลุ่ม Minimum Cost Housing Group

หลายคนร่ำเรียนจนจบ แต่ยังไม่พบความฝัน หรือสิ่งที่ตัวเองรักที่จะทำ หลายคนพบความฝัน แต่ทำหล่นหาย ด้วยเงื่อนไขบ้างอย่างในชีวิต ในขณะที่บางคนพบความฝัน และเลือกที่จะเดินตามฝัน อย่างไม่หวั่นเกรง

“ปลูกผักให้อะไรมากกว่าที่คิด” เชื่อว่าหลายคนที่ลองลงมือปลูกผักด้วยตัวเองจริงๆ ก็คงจะเข้าใจ หรือรู้ซึ้งถึงคำกล่าวที่ว่านี้กันดี ไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่เจ็บป่วยอยู่หรือไม่ก็ตาม

ฉันตั้งความหวังกับการเดินทางไปปักกิ่งครั้งนี้  ฉันอยากเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์เรื่องเกษตรในเมืองและระบบอาหารของเมือง ด้วยความที่ปักกิ่งเป็นเมืองหลวงเหมือนกับกรุงเทพที่ฉันทำงาน แต่มีขนาดใหญ่กว่ากรุงเทพถึง 10 เท่า มีประชากรอาศัยอยู่มากถึง 20 ล้านคน มันต้องมี “เกษตรในเมือง” ที่ใหญ่และน่าสนใจมาก

  ไม่ว่าจะไปตามอาคาร โรงเรียน โรงพยาบาลหรือสำนักงานต่างๆ ในเมือง เกือบทุกอาคารต้องมีสวนไว้ประดับตกแต่งสถานที่และเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจให้แก่ผู้มาพบเห็น